บทที่ 5 ตอนที่ 3 อันไหนเจ็บกว่ากัน?

ตอนที่ 3

อันไหนเจ็บกว่ากัน?

“แฟนผมฝากมารับครับ กล่องไม้เล็กๆ ด้านในใส่สร้อยข้อมือไว้ พอดีเธอไปเข้าห้องน้ำอยู่”

ปานวาดค่อย ๆ ช้อนสายตาเงยหน้าขึ้นอย่างช้า ๆ นัยน์ตาคู่สวยไหวระริก เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยทั้งที่เรือนกายยังคงแช่นิ่งไม่เคลื่อนไหว

เธอเหลียวหลังหันกลับไปมอง ราวกับร่างกายสั่งการไปเองโดยไร้ทันครุ่นคิด

และสิ่งที่ปรากฏแก่สายตา...

คือแผ่นหลังตระหง่านกว้างในชุดเชิ้ตสีอ่อน กับเส้นผมตัดแต่งเรียบเนียนเป๊ะ ไร้ซึ่งที่ติใด ๆ

ชายหนุ่มผู้ยืนนิ่งรอคอยอยู่หน้าเคาน์เตอร์ด้วยบุคลิกสุภาพ ทว่าถือดี... ในฝ่ามือหนาของเขากุมกล่องของขวัญชิ้นเดียวกับที่หญิงสาวในชุดครุยคนเมื่อครู่เลือกสรรไว้

ปานวาดจับจ้องแผ่นหลังนั้นนิ่ง ริมฝีปากบางแห้งผากลงในชั่ววินาที ภาพตรงหน้าเริ่มพร่าเบลอ ยามเธอพยายามกะพริบตาถี่ ๆ เพื่อขับไล่ไอน้ำตาที่เริ่มก่อตัวเอ่อคลอจับขอบตาล่าง

เธอไม่อาจล่วงรู้ได้เลยว่า... สิ่งใดจะสร้างบาดแผลได้รุนแรงกว่ากัน

ระหว่างการที่ ‘สิงหา’ ไม่คิดแม้แต่จะมาร่วมงานรับปริญญาของเธอ... หรือการที่เขามาร่วมยินดีในงานของหญิงสาวผู้อื่น และมาถือกล่องของขวัญแทนหล่อนในร้านเดียวกันเช่นนี้

บางสิ่งบางอย่างปริแตกร้าวลึกอยู่ภายในอก มีเพียงความเงียบสงัดที่ทับถมหนักอึ้ง ยิ่งกว่าการเอื้อนเอ่ยประโยคใด ๆ ออกมา

ร่างบางอรชรยืนนิ่งเกร็งอยู่อย่างนั้น ปลายนิ้วเรียวยังคงกุมขอบกรอบรูปไม้เอาไว้ กรอบรูปที่เธอเคยตั้งใจว่าจะใช้ใส่ภาพถ่ายในวันสำคัญของตนเอง

ทว่าในวินาทีนี้... เธอเริ่มไม่แน่ใจเสียแล้วว่า จะยังคงมีภาพถ่ายใบใดที่เธอปรารถนาจะเก็บรักษาไว้จริง ๆ อีกหรือเปล่า

สิงหายังคงไม่เห็นเธอ... หรือบางที... เขาอาจจะมองเห็นแล้ว ทว่าเลือกที่จะเมินเฉยและไม่หันกลับมามอง

คนงามกะพริบตาถี่รวดเพื่อสะกดหยาดน้ำตา ก่อนจะหลุบสายตาต่ำลง ลดกรอบรูปในมือลงวางคืนไว้ ณ ตำแหน่งเดิมบนชั้นไม้... ด้วยน้ำหนักที่เบามือที่สุดเท่าที่ฝ่ามืออันสั่นเทาจะควบคุมได้

เสียงฝีเท้าแผ่วเบาดังใกล้เข้ามาท่ามกลางความเงียบสงัดภายในร้าน ตุลาที่เดินวนดูของอยู่อีกฝั่งของเชลฟ์ไม้ หมุนตัวหันกลับมาทางหน้าเคาน์เตอร์ชำระเงินโดยไม่ได้ทันครุ่นคิดสิ่งใด ครั้นพอสายตาทอดมองเห็นแผ่นหลังกว้างอันคุ้นเคยนั้นได้อย่างชัดแจ้ง เขาก็ตะโกนเอ่ยทักทายขึ้นในทันทีด้วยน้ำเสียงยินดี

“เอ้า... ไอ้สิงห์!”

เสียงของเขากังวานดังพอจะเรียกสายตาของพนักงานและลูกค้าคนอื่น ๆ ภายในร้านให้พร้อมใจกันหันมาจับจ้อง รวมถึงตัวของสิงหาเอง ที่คล้ายกับร่างแข็งค้างไปชั่วขณะ ก่อนจะค่อย ๆ หมุนตัวหันกลับมามอง

ดวงตาคมกริบภายใต้เรียวคิ้วเข้มเบิกขึ้นเล็กน้อย เขาไม่ได้เอ่ยตอบคำในทันที เพราะบางสิ่งบางอย่างภายในความคิดยังคงหมุนแล่นตามไม่ทันจังหวะอันกะทันหันนี้

ทว่าตุลากลับไม่ได้เอะใจถึงความผิดปกติใด ๆ เลยแม้แต่น้อย ชายหนุ่มเจ้าของรอยยิ้มอบอุ่นก้าวเดินตรงเข้าไปหาพร้อมกล่องของขวัญในมือ พลางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงร่าเริง ดั่งคนที่ได้พบเจอญาติสนิทที่ไม่ได้พบกันมาเนิ่นนาน

“แกมาหาซื้อของขวัญอะไรให้ปานเหรอ?”

สิงหานิ่งเงียบไปอีกเสี้ยววินาที ริมฝีปากหยักเม้มเข้าหากันแน่นสนิท ในจังหวะที่พี่ชายร่วมสายเลือดของเขากำลังหันมองไปยังทิศทางด้านหลัง พร้อมกับเอ่ยเรียกเสียงดัง โดยไม่ทันได้สังเกตสีหน้าของใครเลยสักคน

“ปาน! มานี่สิ เจอเจ้าสิงห์ด้วยนะ... พี่ก็นึกว่าจะไม่มา ที่ไหนได้ มาแอบซื้อของขวัญให้ปานอยู่นี่เอง”

ปานวาดสะดุ้งตัวโยน เธอหมุนสายตาหันมองตามเสียงเรียกของตุลาก่อนจะชะงักนิ่ง นัยน์ตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้น ทว่าไม่ใช่เพราะความตื่นเต้นที่ได้พบเจอสิงหา... หากแต่เป็นเพราะสิงหายังคงกุมกล่องของขวัญของหญิงสาวผู้นั้นเอาไว้แน่นในฝ่ามือ

เรียวขาทั้งสองข้างหนักอึ้ง ราวกับไม่อาจก้าวเดินต่อไปได้ ทว่าตุลากลับยังคงกวักมือเรียกเธอด้วยความร่าเริงจนไม่อาจเอ่ยปากปฏิเสธ ปานวาดจึงทำได้เพียงฝืนก้าวเท้าค่อย ๆ เดินขยับเข้ามาใกล้ ในขณะที่มวลความรู้สึกบนใบหน้าทั้งหมด คล้ายถูกบดบดบังด้วยไอหมอกหนาทึบ

ช่างเป็นบรรยากาศที่แสนอึดอัด... อึดอัดเสียจนแม้แต่อุณหภูมิเย็นฉ่ำของเครื่องปรับอากาศภายในร้าน ก็ไม่อาจช่วยบรรเทาความร้อนรุ่มภายในอกลงได้เลยสักนิด

ไม่มีผู้ใดเอื้อนเอ่ยสิ่งใดออกมาอีกตลอดพักใหญ่... นอกเสียจากเสียงของพนักงานร้าน ที่กำลังพยายามก้มหน้าเช็กรายการบนใบเสร็จรับเงินอย่างระมัดระวัง

“กล่องไม้และสร้อยข้อมือลายผีเสื้อนะคะ รับเรียบร้อยแล้วค่ะ ขอบคุณมากนะคะคุณลูกค้า”

สิงหายังคงนิ่งเงียบไม่เอื้อนเอ่ยสิ่งใด ปานวาดยืนเคียงข้างตุลาด้วยสีหน้าและดวงตาที่ปราศจากความรู้สึก คล้ายคนที่กำลังหายใจได้ไม่ทั่วท้อง บรรยากาศภายในร้านพลันนิ่งสงัด... ก่อนที่เสียงกระดิ่งตรงบานประตูหน้าร้านจะส่งเสียงดังกังวานขึ้นอีกครั้ง

“แฟนขา... เสร็จยังเอ่ย~”

เสียงสดใสอ่อนหวานที่ดังขึ้นจากบริเวณหน้าประตู หญิงสาวในชุดครุยคนเมื่อครู่เดินกลับเข้ามาภายในร้าน ดวงตาคู่สวยยังคงทอประกายแห่งความยินดี ขณะออกก้าวเดินตรงเข้ามาหาสิงหา

หล่อนจุดยิ้มกว้าง ยามยื่นมือไปรับกล่องของขวัญมาจากฝ่ามือหนาของเขา ก่อนจะโน้มตัวไปกระซิบข้างใบหูอีกฝ่ายอย่างออดอ้อน

“ขอบคุณน้า~ เดี๋ยวหนูจะใส่เลยนะคะ... อื้อ แต่เปลี่ยนใจให้พี่ใส่ให้ดีกว่า”

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะบรรยากาศภายในร้านตกอยู่ในความเงียบเชียบเกินไป หรือเป็นเพราะหล่อนสังเกตเห็นท่าทีเกร็งแข็งผิดปกติของแฟนหนุ่ม จึงส่งผลให้หล่อนเริ่มเอะใจ...

ร่างบางหมุนสายตาหันไปมองปานวาดและตุลาด้วยสีหน้าแปลกใจเล็กน้อย

“อ๊ะ... เจอเพื่อนเหรอคะ?”

หญิงสาวในชุดครุยยังคงยืนยิ้มอยู่ตรงนั้น กล่องของขวัญอยู่ในมือของหล่อน... และในขณะที่หล่อนกำลังจะเอ่ยประโยคใดต่อ ตุลากลับเอ่ยขัดขึ้นมาก่อน ด้วยน้ำเสียงที่แปรเปลี่ยนจากความอบอุ่นนุ่มนวล เป็นตึงเครียดในทันที

“แฟน?”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป