บทที่ 11 ไม่เต็มใจ ll
“มากไปแล้วจี ผมแค่สงสัยว่าคุณงกเกินเหตุไป...ก็เท่านั้น” ธาราดลยิ้มออกมาน้อยๆ เพราะคิดออกแล้วว่าจะแกล้งคนตรงหน้ายังไงดี ไม่นานก็คิดออกและยกโทรศัพท์ขึ้นมากดพิมพ์อะไรบางอย่างส่งไปให้พ่อตัวเองทันที โดยทำเป็นไม่สนใจคนตรงหน้าขึ้นมาดื้อๆ
“สรุปคุณจะเอายังไง ฉันขี้เกียจเถียงกับคุณแล้วนะ” นานร่วมนาทีที่ต่างฝ่ายต่างเงียบ ธาราดลก็ทำเหมือนไม่สนใจจะพูดต่อ ศจีมาศทนไม่ไหวจึงเอ่ยถามขึ้นมา
“สาขาใหม่... คุณย้ายไปในตำแหน่งไหน”
“คงเป็นเลขาใครสักคนในฝ่ายบริหาร ฉันยังไม่รู้ว่าใคร แต่มั่นใจว่าคงไม่ใช่คุณแน่นอน” หญิงสาวตอบด้วยความมั่นใจ
“งั้น... ในฐานะที่ผมเป็นประธาน เป็นหนึ่งในผู้บริหารที่มีอำนาจลงนาม ผมจะสั่งให้คุณมาเป็นเลขาผมแทนแล้วกัน” ธาราดลตอบลอยหน้าลอยตา ก่อนจะยกมือถือที่พิมพ์ข้อความส่งไปเรียบร้อยแล้วขึ้นมาเพื่อกดหาใครบางคน เขารู้ว่าเธอต้องห้ามเขาไม่ให้โทรแน่นอน นี่แหละที่เขาต้องการ เขาต้องการเวลาให้พ่อเขาอ่านข้อความที่เขาส่งไปก่อนหน้านี้
“ไม่นะ ไม่เอา” ศจีมาศพุ่งมารั้งแขนคนตรงหน้าเอาไว้ด้วยความรวดเร็ว
“เงินเดือนคุณคงไม่เกินสามหมื่นห้า วัดจากตำแหน่งเลขาทุกคนที่ผมประเมินเอาไว้ปีที่แล้ว ผมขึ้นให้เอาไหม...ในฐานะที่คุณเป็น...ภรรยา”
“ไม่ใช่! ฉันไม่ใช่ภรรยาคุณ"
"ใช่สิ... คุณเป็นภรรยาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่ยังไม่ได้ปฏิบัติน่ะ" คนตัวโตลอยหน้าลอยตาตอบด้วยรอยยิ้ม ยิ้มดีใจที่เธอลืมตัวจับแขนเขาไว้ไม่ยอมปล่อย
"ฉันเหนื่อยจะพูดกับคุณแล้วนะ ทำไมหน้ามึนแบบนี้" ศจีมาศถอนหายใจออกมาแรงๆ รู้สึกเหนื่อยอย่างที่พูดไปจริงๆ คนอะไรพูดยากพูดเย็น พูดอะไรไปก็ทำเป็นไม่เข้าใจ มันน่าเหนื่อยเหลือเกิน
"อ่ะๆ ไม่แกล้งแล้วก็ได้ แต่สรุปคุณมาเป็นเลขาให้ผมนะ"
"ฉันไม่อยากเป็นเลขาให้คุณ คุณเข้าใจอะไรง่ายๆ บ้างได้ไหม” ศจีมาศพูดออกมาอย่างคนอารมณ์เสีย ทั้งๆ ที่มือตัวเองก็ยังไม่ยอมปล่อยแขนคนตรงหน้า เพราะกลัวว่าธาราดลจะกดโทรศัพท์ไปสั่งย้ายตัวเธอให้มาเป็นเลขาเขาจริงๆ เธอรู้ว่าเขาทำได้แน่นอน เธอควรเจรจากับคนหน้ามึนคนนี้ให้เรียบร้อยก่อนที่จะเริ่มทำงานจริงๆ ถ้าต้องเจอเจ้านายแบบนี้...คงต้องกินพาราวันละห้ารอบ
“งั้นเรามาลองวัดกันไหม... ว่าผู้บริหารที่พ่อผมให้คุณมาทำงานด้วยน่ะ...เป็นใคร” ธาราดลเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงใส อย่างคนถือไพ่เหนือกว่า มือถือในมือเขาสั่นเบาๆ เป็นสัญญาณว่ามีข้อความเข้า เขามั่นใจว่ามันต้องเป็นข้อความตอบตกลงที่ถูกส่งมาจากพ่อเขาอย่างแน่นอน ก็พ่อเขาอยากได้คนตรงหน้ามาเป็นลูกสะใภ้ตั้งแต่แรกนี่นา ไม่งั้นคงไม่บังคับให้เขาจดทะเบียนสมรสกับศจีมาศหลังจากที่รวีมาศหนีไปแน่นอน
“...”
“ปล่อยมือผมเถอะจี แล้วเรามาฟังพร้อมกัน... ว่าพ่อผมอนุมัติและสั่งให้คุณย้ายมาเป็นเลขาให้ใคร”
เมื่อโดนเขาท้าทายแบบนี้ ศจีมาศจึงปล่อยมือจากคนตรงหน้า และปล่อยให้เขาโทรศัพท์หาคุณธีร์ เพื่อสอบถามเอาความจริงเรื่องนี้ ยังไงซะ...เธอก็มั่นใจว่าคนที่เธอต้องทำงานด้วยมันคงไม่ใช่ธาราดลอย่างแน่นอน ถ้าเขายังไม่โทรไปเจรจากับพ่อตัวเอง เธอก็มีโอกาสอยู่ หรือถ้าเขาขอให้เธอมาเป็นเลขาตัวเองจากตอนที่กำลังโทรอยู่นี้ เธอจะขอร้องคุณธีร์ด้วยตัวเอง
ไม่นานปลายสายก็ตอบรับกลับมาด้วยน้ำเสียงเปี่ยมสุข สองพ่อลูกใช้เวลาทักทายกันไม่นานอย่างรู้งาน ธาราดลจึงเอ่ยถามเรื่องที่ค้างคาระหว่างเขาและศจีมาศออกไปทันที เสียงลำโพงถูกเปิดให้ดังมากขึ้นโดยเจ้าของโทรศัพท์เครื่องหรูเพราะต้องการให้หญิงสาวได้ยินชัดเจน ไม่นานเสียงคุณธีร์ก็ดังขึ้นพร้อมกับประโยคที่ทำให้ศจีมาศแทบอยากจะลาออกจากการเป็นพนักงานบริษัทนี้เลยทีเดียว
“เอาล่ะจี คุณได้ยินชัดเจนไหม” คนตัวโตหันมาถามด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์หลังจากวางสายจากผู้เป็นพ่อเรียบร้อยแล้ว
“คุณ... คุณไปตกลงอะไรกับอาธีร์ไว้หรือเปล่า” คนยืนกัดปากอย่างใช่ความคิดเอ่ยถามออกไปด้วยน้ำเสียงเบาลง
“โธ่! เพิ่งได้โทรถามไป คุณยังจะมาใส่ร้ายผมอีก เอาอย่างนี้...ตอนนี้คุณได้เงินเดือนเท่าไหร่ผมไม่สน”
“...”
“ผมจะให้คุณเพิ่มเป็นเดือนละห้าหมื่นบาท แต่...”
“แต่อะไร?” หญิงสาวมองค้อนคนพูดทันที ไอ้คนบ้านี่มันช่างต่อรองเสียจริง อยากจะเอาอะไรมาฟาดหัวให้เลือดออกสักที
“คุณต้องอยู่ที่นี่กับผม และเราจะไม่หย่ากันจนกว่าจะครบหนึ่งปี”
“ไม่!!” ศจีมาศสวนกลับทันทีโดยไม่คิด
นี่มันบ้าเกินไปแล้ว ไอ้เรื่องงานที่ถูกย้ายมาเป็นเลขาให้ธาราดลเธอพอจะรับได้อยู่บ้างมามันอาจจะแค่บังเอิญ แต่นี่...คนตรงหน้ามีเหตุผลอะไรที่ไม่ยอมหย่ากับเธอ ทั้งๆ ที่ตอนแรกก็ดูไม่ได้เต็มใจที่จะได้แต่งงานกันด้วยซ้ำ เธอไม่อยากเป็นตัวแทนของใคร ยิ่งถ้ารวีมาศรู้เรื่องนี้เข้า...มันคงวุ่นวายกว่านี้อีกหลายเท่าตัว
“นี่...คุณสติสมประกอบไหมคุณธาราดล ฉันไม่อยากเป็นคนสวมรอยสามีน้องตัวเอง ถึงรวีจะไม่เคยมองฉันเป็นพี่... แต่คุณเข้าใจไหมว่ามันจะมีเรื่องวุ่นวายมากมายตามมา” ศจีมาศอธิบายถึงความเป็นจริงทันที รวีมาศเอาแต่ใจค่อนข้างมาก และต้องการทุกอย่างที่เป็นของเธอ ไม่ว่าของชิ้นนั้นจะมีมูลค่ามากหรือน้อยเธอก็ไม่เคยสน เธอแค่อยากแย่ง อยากเอาชนะเท่านั้น นี่คือสิ่งที่ศจีมาศเจอมาตลอดสิบปี... แล้วนี่เรื่องใหญ่โตถึงขั้นจดทะเบียนสมรสกับธาราดล คงไม่มีทางที่รวีมาศจะไม่มาวุ่นวาย
