บทที่ 9 แปลกใจ lll

“คอนโดนั้นหมายถึงคอนโดที่คุณเพิ่งย้ายเข้าไป?”

“ใช่! หลังตกแต่งใหม่แบบง่ายๆ ฉันก็ทยอยย้ายของไปเกือบหมดแล้ว เมื่อก่อนเราปล่อยให้คนเช่าบ้านและคอนโดเดือนละสี่พัน ส่วนปู่มีเงินเกษียณของข้าราชการที่เป็นเงินบำนาญอยู่ และปู่กับย่าฉันก็เปิดร้านขายของชำในหมู่บ้านรายได้มันก็ดีพอสมควร เพราะสมัยก่อนไม่มีร้านสะดวกซื้อเยอะเหมือนสมัยนี้... เฉลี่ยแล้วบ้านเราจะมีรายได้ประมาณสองถึงสามหมื่นบาทต่อเดือน”

“...”

“พวกเราใช้ชีวิตกันแบบเรียบง่าย บ้านไม่ต้องเช่า ปลูกผักกินกันเอง มันก็เลยอยู่ได้สบายๆ ฉันรับจ้างซักผ้าและรีดผ้าตั้งแต่อายุสิบสี่ มันไม่ได้แย่มากนักหรอกนะ คุณอย่าเพิ่งตกใจไป” หญิงสาวพูดดักคอคนตรงหน้าเพราะเห็นว่าเขาทำหน้าแปลกๆ

“ผมกำลังอึ้งมากกว่า ไม่คิดว่าคุณจะผ่านอะไรแบบนี้มา มันดู...”

“จะบอกว่าไม่น่าเชื่อหรอคะ?” ศจีมาศย้อนถามเมื่อเห็นว่าเขาทำหน้าเหมือนไม่อยากเชื่อจริงๆ

“ไม่ใช่หรอก... แต่ดูเหมือนว่าคุณแทบไม่ได้ใช้ชีวิตแบบเด็กทั่วไปเลย คือ...ชีวิตในวัยเด็กมันน่าจะสนุกมากกว่านี้” ใช่! เพราะสมัยเค้าอายุสิบสี่เท่าศจีมาศ เขาก็ใช้ชีวิตเฮฮาแบบที่วัยรุ่นทั่วไปควรจะมีอย่างเต็มที่เช่นกัน

“ปู่สอนให้ฉันทำมาหากินและยึดมั่นในศักดิ์ศรีตัวเอง”

“ปู่คุณไม่ชอบคุณรศิตาใช่ไหมจี?” ธาราดลเดาทันที เพราะรู้ว่าคนแบบคุณรศิตาถือตัวเกินกว่าจะยอมก้มหัวให้ใคร

“ใช่! เธอบอกว่าบ้านพ่อแม่สามีตัวเองบ้านนอกน่ะ”

“แล้วมันเกี่ยวอะไรกัน กับเรื่องการใช้ชีวิตของคุณ”

“คำพูดที่ปู่บอกฉันมาตลอดคือ... ถ้าวันนี้ปู่กับย่าตายไป ฉันจะต้องใช้ชีวิตต่อได้อย่างไม่ลำบาก และต้องอดทนเอาตัวรอดได้ด้วยตัวเอง ปู่ไม่อยากให้ฉันมาอยู่กับพ่อ แต่สุดท้าย...ฉันก็มาอยู่ที่นั่นถึงสิบปี สิบปีที่เหมือนตกนรกทั้งเป็น”

“...”

“วันที่ฉันตัดสินใจเด็ดขาดที่จะเดินออกจากบ้านหลังนั้น คือวันที่พ่อมาขอให้ฉันแต่งงานแทนรวี”

“คุณเสียใจที่แต่งงานกับผมหรอ?” คนตัวโตรู้สึกเหมือนตัวเองไร้ค่าขึ้นมานิดๆ ปกติผู้หญิงวิ่งใส่เขากันจนหลบแทบไม่ทัน ทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงแตกต่างออกไป เธอไม่ได้สนเงินทองหรือสมบัติเค้าเลยแม้แต่นิด ทั้งๆ ที่รู้ว่าบ้านเขารวยขนาดไหน

“ฉันเสียใจ... ที่ฉันก็เป็นแค่ตัวเลือกของคนอื่นเสมอ พ่ออาจจะลืมไปว่าฉันก็มีชีวิต” ดวงตาของหญิงสาวหม่นลงเมื่อนึกถึงความจริงข้อนี้

“...”

“เอาล่ะ... ฉันเล่าเรื่องตัวเองให้คุณฟังมากเกินไปแล้วค่ะ กรุณาพาฉันกลับกรุงเทพฯ และฉันจะไปถอนเงินให้คุณทันที เงินก้อนนี้ฉันจะถือว่าเป็นเงินที่ใช้ไถ่ชีวิตตัวฉันเอง ฉันยินดี” ศจีมาศปรับอารมณ์ตัวเองและบอกจุดประสงค์ที่เธอต้องการมากที่สุดแก่คนตรงหน้าทันที

“คุณไม่เสียดายหรือไง เงินตั้งมากมายนะจี” ธาราดลถามออกไปเพราะไม่เข้าใจกระบวนการทางความคิดของคนตรงหน้าจริงๆ

“ไม่ค่ะ เพราะเท่ากับฉันจะได้อิสรภาพคืนมาจากคุณ ฉันอยากมีความสุขกับชีวิตตัวเอง คุณพอจะเข้าใจไหม? ถ้ามันสามารถโอนเงินมากขนาดนี้ได้ฉันจะโอนให้คุณตอนนี้เลย แต่นี่ฉันไม่เคยขอวงเงินกับธนาคารไว้ เลยต้องรบกวนให้คุณรอสักหน่อย”

“คุณทำให้ผมแปลกใจมากจริงๆ ศจีมาศ” คนพูดหรี่ตามองหญิงสาวอย่างไม่ค่อยเข้าใจ

“หลังจากโอนเงินคืนคุณเรียบร้อยแล้ว กรุณาไปหย่ากับฉันที่เขตให้ด้วยนะคะ จะได้จบเรื่องนี้เสียที”

หย่างั้นหรอ? ทำไมธาราดลถึงรู้สึกไม่อยากทำอะไรแบบนั้นขึ้นมาดื้อๆ ผู้หญิงคนนี้แปลก...แปลกแบบที่เขาไม่คาดคิด เขาไม่ได้คิดว่าศจีมาศจะมีเงินมาคืนเขา และไม่คาดคิดว่าคนที่ตัวเองเคยมองข้ามไปตั้งแต่ครั้งแรกจะผ่านการใช้ชีวิตมากมากมายขนาดนี้ คุณปู่ของเธอจะรับรู้ได้ไหม ว่าหลานสาวตัวเองเข้มแข็งและมีศักดิ์ศรีมากอย่างที่ท่านสอนเอาไว้ไม่มีผิดเพี้ยน

“ถ้าผมไม่อยากหย่าล่ะ?” คนตัวโตเอ่ยถามคนตรงหน้าด้วยน้ำเสียงจริงจัง และยื่นมือไปกุมมือคนตรงหน้าเอาไว้

“เกิดบ้าอะไรขึ้นมาอีก ฉันจะคืนเงินให้คุณแทนพ่อฉัน คุณก็ต้องหย่าให้ฉันตามสัญญาสิ” หญิงสาวขึ้นเสียงใส่ทันทีเมื่อเรื่องราวไม่เป็นไปตามที่เธอคิดเอาไว้และสะบัดมือจากการเกาะกุมของเขาด้วยความรุนแรง

“พ่อผมให้จดทะเบียนสมรสอย่างน้อยหนึ่งปี เมื่อวานคุณคงได้ยิน”

“ฉันจะโทรไปคุยกับอาธีร์เอง คุณไม่ต้องห่วงเรื่องนั้น” หญิงสาวพยายามต่อรองกับคนตรงหน้าทันที

“ถ้าผมบอกคุณว่าไม่...คุณจะว่าไงจี” ชายหนุ่มยิ้มกวนๆ ส่งให้คนตรงหน้าแบบไม่สะทกสะท้านอะไร ลองเดินหน้าใช้ชีวิตกับเจ้าสาวคนนี้ดูน่าจะดีเหมือนกัน

“ประสาท!! อย่ามาผิดคำพูดแบบนี้นะคุณ” เมื่อเห็นรอยยิ้มกวนอารมณ์ของเขา เธอก็มีอารมณ์โมโหเขามากขึ้นไปอีก

“ใจเย็นๆ สิจี ผมแค่รู้สึกว่าคุณ...น่าสนใจ คุณต่างจากรวีมากเหมือนฟ้ากับดิน”

“ฉันเป็นดินงั้นสิ?” ศจีมาศเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน พร้อมจ้องตาธาราดลอย่างเอาเรื่อง

“คุณเป็นดินที่มั่นคงมากต่างหาก” น้ำเสียงพูดชัดเจนและมั่นคงดังออกจากปากธาราดล 

“...”

“ไหนๆ น้องคุณก็หนีไปแล้ว และผมมานั่งคิดดูอีกที...ผมก็ไม่ได้รักน้องสาวคุณมากมายขนาดนั้น ที่ผมแต่งงานด้วยก็เป็นเพราะรวีรบเร้ามาตลอดและเธอก็เลือกทิ้งผมไปในนาทีสุดท้าย และมันก็พอดีกับที่พ่อคุณมาขอความช่วยเหลือจากผม งานแต่งมันเลยเกิดขึ้น ผมเสียใจนะจี...เสียใจที่คนที่ผมควรเลือกแต่แรกไม่ใช่คุณ” 

“...”

“เราสองลองคบกันดูไหมจี ไหนๆ เราก็จดทะเบียนสมรสกันแล้ว ผมว่าเราน่าจะลองเปิดใจ”

“บ้าสิ!” หญิงสาวตาโต นี่มันชีวิตแต่งงานไม่ใช่เล่นขายของ ไอ้คนตรงหน้านี่มันทำงานมากจนเพี้ยนหรือยังไงกัน!!

บทก่อนหน้า
บทถัดไป