บทที่ 10 ฝากด้วยนะ
2ชั่วโมงต่อมา
โห่.......โห...ฮิ้ว....โห่.......โห...ฮิ้ว.... โห่.......โห...ฮิ้ว....
เสียงโห่สามลาจากต้นขบวนขั้นหมากดังขึ้นเป็นสัญญาณบอกให้ทราบว่าขบวนขันหมากพร้อมที่จะเคลื่อนขบวนไปสู่บ้านของเจ้าสาวแล้ว เสียงโห่สุดท้ายดังขึ้นก่อนที่วงกลองยางบรรเลงขึ้นรับหน้าที่ต่ออย่างครื้นเครง บรรดาญาติๆของเจ้าบ่าวในขบวนต่างพากันสนุกคึกครื้นผิดกับผู้เป็นเจ้าบ่าวอย่างธนกฤตที่ทำหน้ากล้ำกลืนอยู่
'ทำไมเขาถึงยอมได้วะ' ธนกฤตได้แต่ถามตัวเองในใจขณะที่กำลังยืนอยู่ท่ามกลางผู้คนในขบวนขันหมากที่ตั้งห่างจากบ้านของพัทธิพงค์หนึ่งกิโลเมตร หลังจากที่ปฏิเสธอยู่นานจนชายหนุ่มเริ่มรำคาญจึงยอมตอบตกลงเพื่อตัดรำคาญ และพิมพ์ลภัสเองก็ทำเหมือนกันก่อนที่ช่างแต่งหน้าพาเธอไปแต่งตัวส่วนเขาก็กลับออกมาที่ขบวนขันหมากหน้าปากซอยบ้านพร้อมกับธนากรจะได้ไม่ต้องทนฟังธนากรเกลี่ยกล่อมให้รำคาญ 'ก็แหงล่ะป๋าดันยกเหตุผลร้อยแปดพันเก้ามาพูดจนเขาและเธอรำคาญที่จะฟังนิ '
“ยืนบื้ออะไรอยู่วะไอ้ธาม ขบวนเริ่มเคลื่อนแล้ว” เพลิงตะวันที่ทำหน้าที่เพื่อนเจ้าบ่าวเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นเพื่อนยังยืนนิ่งอยู่ทั้งที่หัวขบวนนั้นเริ่มเคลื่อนตัวแล้ว จริงๆวันนี้คนที่ทำหน้าที่เพื่อนเจ้าบ่าวคงต้องเป็นเขากับพีรวัศแต่ พีรวัศกลับยังเข้าใจว่าพรปวีร์เป็นเจ้าสาวจึงทำใจไม่ได้ขอปฏิเสธด้วยข้ออ้างว่าพาลูกสาวไปเที่ยวในช่วงวันหยุดยาวหลังสอบกลางภาค
“ให้ตายเถอะ” ธนกฤตเอ่ยออกมาก่อนจะเริ่มเดิน 'ก็ดีใจอยู่นะแต่อายุเธอนี่สิ เครียดเว้ย ซวยจริงๆ'
เมื่อขบวนขันหมากแห่มาถึงบ้านของเจ้าสาวและผ่านด่านประตูเงินประตูทองมาได้ธนากรก็ให้ธนกฤตไปพาเจ้าสาวลงมาจากห้องแต่งตัวเพื่อทำบุญตักบาตรร่วมกัน
ธนกฤตเดินตามทางเดินขึ้นมาถึงห้องของพรปวีร์ที่ถูกเปลี่ยนเป็นห้องแต่งตัวที่เขาเคยเข้ามาเมื่อตอนเช้าพร้อมกับธนากรก่อนจะเอื้อมมือไปเปิดประตู
“สวัสดีครับพี่ลดา” ชายหนุ่มเอ่ยทักภรรยาของเพชรดนัยอย่างคุ้นเคย ก็เธอคนนี้เป็นเพื่อนกับพี่สาวคนโตของเขานิ แถมอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้าก็จะเป็นแม่ยายเขาแล้ว
“จ๊ะ ธามพี่ฝากยัยหนูด้วยนะ ถึงจะเป็นเรื่องช่วยไม่ได้แต่ยังไงก็ฝากดูแลด้วย น้องยังเด็ก” ลัลลดาเอ่ยบอกแม้ว่าตอนแรกจะไม่เห็นด้วยกับความคิดของผู้ใหญ่แต่พอธิชาพรพี่สาวของธนกฤตมากล่อมทำให้เธออ่อนลงบ้าง จะลองเสี่ยงดูสักครั้งหวังว่าชีวิตคู่ของธนกฤตกับพิมพ์ลภัสจะไม่จบลงเร็วเกินไปนะ อีกอย่างถ้าเป็นผู้มีพระคุณคนนี้เธอพอมั่นใจได้ว่าเขาเป็นคนดีพอที่จะดูแลลูกสาวเธอ
“พี่ลดาวางใจเถอะครับ ถึงพิมพ์ลภัสจะแสบไปหน่อยแต่ก็เป็นลูกของพี่เพชรกับพี่ลดา ผมเคารพพวกพี่เหมือนพี่แท้ๆผมก็จะดูแลพิมพ์ลภัสอย่างดี แต่อาจมีดุมีตีบ้างนะครับ” ชายหนุ่มเอ่ยบอก ลัลลดายิ้มออกมา
“พี่อนุญาต ช่วยดัดนิสัยให้ที พี่ไม่ไหวแล้ว” “ครับถือว่าอนุญาตแล้วนะ แล้วนี่แม่พริกขี้หนูอยู่ไหนล่ะครับ” ผู้การหนุ่มเอ่ยถามออกมาก่อนที่สายตาจะมองไปเห็นร่างบางในชุดแต่งงานแบบไทยแสนสวยเดินออกมาจากห้องน้ำ ใบหน้าถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางดูสวยหวานเข้ากับชุดที่ใส่ผมยาวถูกรวบเป็นทรงสวยงามยิ่งพิจารณายิ่งทำให้หัวใจสั่นไหว ช่างแต่งหน้ามืออาชีพที่จ้างมาทำให้เด็กสาวกลายเป็นหญิงสาววัย21ต้นๆได้อย่างไม่น่าเชื่อ ไม่เหลือเค้าเดิมของเด็กสาวในชุดพละ ชุดว่ายน้ำหรือชุดนักเรียนที่เคยเจอเลยสักนิด
“สวยมั้ย” ลัลลดาเอ่ยถามออกมาให้ได้ยินกันแค่สองคน
“สวยมาก น่ารักมากด้วย เฮ้ยไม่ใช่ ผมหมายถึงชุด” คนเป็นเจ้าบ่าวเอ่ยอย่างละเมอก่อนจะรีบแก้เมื่อรู้ตัวว่าพี่สาวคนสนิทหลอกถามจนเขาเผลอแบไต๋ออกมา
“ไม่ต้องปิดเลย ฉันดูออกแล้วยะ ยกให้ดูแลแล้วก็อย่าทำรุ่มร่ามนะน้องยังเด็กให้โตกว่านี้ก่อนอย่าให้เรื่องรักๆใคร่ๆมาทำลายการเรียน รับปากพี่ได้มั้ย” คนเป็นแม่เจ้าสาวสำรองเอ่ยขอร้อง ธนกฤตหันกลับมามองก่อนจะตอบ
“ครับพี่ ผมรับปาก แต่ห้ามขอคืนนะไม่ให้” เพราะทั้งคู่สนิทกันอยู่มากทำให้ธนกฤตกล้าพูด ชายหนุ่มไม่เพียงรับปากลัลลดาด้วยคำพูดแต่ยังรับปากทางแววตาที่มุ่งมั่นด้วย
“ดี พริกหวานมานี่สิลูก” ลัลลดาเอ่ยเรียกบุตรสาว พิมพ์ลภัสเดินมาหามารดาด้วยใบหน้าบูดบึ้งก่อนที่ลัลลดาจะจับมือขวาของเด็กสาวมาพร้อมกับมืออีกข้างเอื้อมไปจับมือซ้ายของธนกฤต ลัลลดาวางมือของเด็กสาวลงบนมือของน้องชายคนสนิท
“ลงไปข้างล้างกันเถอะจ๊ะ ผู้ใหญ่รอแย่แล้ว” เธอเอ่ยบอกก่อนจะปล่อยมือ ธนกฤตยังคงกำมือบางไว้แน่นความรู้สึกอบอุ่นและหวงแหนปะทุขึ้นในอกอย่างบอกไม่ถูก
“ไปกันเถอะ ไว้จบงานค่อยว่ากัน” ธนกฤตเอ่ยบอกก่อนจะจูงมือเด็กสาวให้เดินไปพร้อมกัน ค่อยว่ากันที่ว่าก็คือจบงานค่อยมาทะเลาะกันนั้นล่ะตอนนี้พักเรื่องนี้ไว้ก่อน ธนกฤตพาเด็กสาวลงมาข้างล่างก่อนที่ทั้งสองจะร่วมกันตักบาตร ทุกอย่างเหมือนจะดีถ้าทั้งคู่ไม่แย่งทัพพีกันเสียก่อนทั้งคู่ยื้อแย่งกันอยู่สักพักจนพระสงฆ์ที่นิมนต์มาต้องเอ่ยขึ้น
“โยมไม่ต้องแย่งกันตักขึ้นมาพร้อมกันนั้นแหละ” ธนกฤตและพิมพ์ลภัสได้แต่ยิ้มเจื่อนก่อนจะตักข้าวใส่บาตรก่อนจะกลับมานั่งลงที่พื้นเพื่อรับพร ก่อนจะมีการสวดพระเจริญพระพุทธมนต์ทั้งสองคู่จุดธูปเทียนบูชาพระก่อนที่จะมาฟังพระสวดเจริญพระพุทธมนต์ หลังจากทั้งสองทำบุญตักบาตร ฟังสวดเจริญพระพุทธมนต์ และถวายจตุปัจจัยไทยธรรมแล้วก็ถึงฤกษ์สวมแหวนธนกฤตหยิบแหวนเพชรน้ำงามขึ้นมาก่อนจะขอมือจากเด็กสาว พิมพ์ลภัสกำมือแน่นไม่ยอมส่งให้
“โอ๊ย” เสียงร้องดังขึ้นเพราะคนเป็นแม่ใช้นิ้วหนีบสีข้างก่อนจะส่งสายตาดุใส่เด็กสาวจึงยอมยื่นมือซ้ายให้อย่างไม่พอใจธนกฤตสวมแหวนเข้าไปอย่างไม่บรรจงนักก่อนที่จะยื่นนิ้วให้เด็กสาว พิมพ์ลภัสหยิบแหวนขึ้นมาสวมให้ชายหนุ่มอย่างไม่บรรจงเช่นกัน
“กราบที่ตักพี่เขาสิยัยหนู” เพชรดนัยเอ่ยบอกลูกสาว พิมพ์ลภัสจึงยอมก้มลงกราบที่ตัก ธนกฤตลูบศีรษะสองสามทีก่อนที่เธอจะลุกขึ้น
“หอมแก้มๆๆ” เสียงเชียร์ดังขึ้นจากแขกในงานดังขึ้น พิมพ์ลภัสส่ายหน้าไปมาปฏิเสธ “หรือว่าเจ้าบ่าวไม่กล้า”
ธนกฤตที่ถูกเพื่อนสนิทตั้งแต่ประถมอีกคนเอ่ยท้าทายอย่างจี้จุดอ่อนยื่นแก้มเข้ามาหอมแก้มเนียนอย่างไม่ปรึกษา 'ก็คนมันไม่ชอบให้ใครท้าทายนี่ หอมดีแหะ '
