บทที่ 5 เจอกันอีกแล้ว

“เอาล่ะๆ ถือว่าจบนะ พี่ขอโทษแทนพริกหวานด้วย ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ห้องเจ้าพัชก่อนแล้วกัน”เจ้าของบ้านเอ่ยบอกก่อนจะกอดคอน้องชายคนสนิทเข้าไปในบ้านอย่างไม่สนใจลูกสาว เขาไม่ได้เจอธนกฤตมานานแล้วจำได้ว่าครั้งล่าสุดก็งานแต่งงานน้องชายเขาที่เป็นพี่ชายอีกคนของพรปวีร์เมื่อ16ปีก่อนแต่ธนกฤตก็ยังเป็นผู้มีพระคุณในสายตาเขาและครอบครัวเสมอ           

พิมพ์ลภัสมองประตูห้องนอนของพชรหรือพัชพี่ชายที่ตอนนี้อยู่ต่างประเทศด้วยความรู้สึกไม่ชอบใจหลังจากที่ไปเอาเสื้อผ้าของพาทิศหรือพามพี่ชายคนโตตามคำสั่งของบิดา ปกติเธอชอบที่จะเข้าห้องนี้และดีใจที่ได้เข้าไปต่างจากตอนนี้เพราะข้างในมันมีอีตาลุงเจ้าเล่ห์อยู่น่ะสิ เด็กสาวถอนหายใจก่อนจะเอื้อมมือไปเคาะประตู            

ก็อกๆๆ  

เสียงเคาะประตูดังขึ้นก่อนจะเปิดเข้าไปสายตาคมมองไปในห้องก่อนจะปะทะเข้ากับแผ่นหลังเปลือยเปล่าของใครบางคน 

'อัยยะ แค่ข้างหลังยังดูดีขนาดนี้แล้วข้างหน้าล่ะ' เด็กสาวขบคิดตามประสาเด็กวัยรุ่นและแล้วเธอก็ได้ข้อกระจ่างในความคิดเมื่อชายหนุ่มหันกลับมามองมัดกล้ามแน่นๆจากการฝึกหนัก ผิวสีขาวผ่องที่ดูไม่ดำคล้ำทั้งที่ตากแดดตากลมทุกวัน และกล้ามท้องเป็นลอนงามที่ได้จากการฝึกและการออกกำลังกายของเขาทำให้เด็กสาวเผลอกลืนน้ำไหลลงคอ ‘คนอะไรสมบูรณ์แบบไปหมดเลย โอ๊ย ทำไมอีตาลุงนี่ต้องมีทุกอย่างเหมือนชายในฝันของฉันเลยนะ หล่อ เท่ ขี่บิ๊กไบท์ ทหารเรือ ซีล โอ๊ย เปลี่ยนนิสัยอิตาลุงนี่ได้คงดี’            

“ยัยเด็กลามก เป็นสาวเป็นนางใครสั่งสอนให้มามองผู้ชายแก้ผ้าฮ๊ะ” คนถูกมองอย่างเคลิ้มฝันเอ็ดเสียงดัง ทำให้เด็กลามกตื่นจากภวังค์            

“ชิ หนูจะเคลิ้มกว่านี้ถ้าลุงพูดเพราะๆ อีตาลุงธามเอ๊ย  เอาไปเลยแค่สมบูรณ์แบบแต่ปากแบบนี้หนูไม่เก็บมาเคลิ้มหรอก” คนคิดไม่ซื่อกับร่างกายแกร่งเอ่ยบอกก่อนจะยื่นเสื้อผ้าให้แต่ก่อนจะได้ก้าวออกไป หญิงสาวก้มลงมองรองเท้าตัวเองที่รีบมากจนกระทั้งลืมถอดออกก่อนจะเห็นว่าเชือกรองเท้าหลุด เด็กสาวจึงย่อตัวลงไปผูกก่อนจะลุกขึ้น แต่ทันใดนั้น…           

“กรี๊ด อีตาลุงโรคจิต” พิมพ์ลภัสเอ่ยก่อนจะปิดตาวิ่งออกไปเมื่อขณะที่เธอจะลุกขึ้นผ้าเช็ดตัวที่ปกคลุมท่อนล่างสมบูรณ์แบบของธนกฤตไว้ก็หลุดออก ชายหนุ่มรีบคว้าผ้าขึนมาปิดไว้อย่างรวดเร็ว

“อร๊ายยย ฉันจะเป็นตากุ้งยิงไม่เนี่ย อึย” เด็กสาวได้แต่พึมพำ ใบหน้าแดงกล่ำอย่างเขินอายพร้อมสะบัดหน้าไปมาให้ลืมภาพติดตา...จริง ๆ ก็ไม่ทันได้เห็นอะไรหรอกนอกจากขาอ่อน เพราะซีลหนุ่มมือไวเกินกว่าสายตาเด็กสาวจะมองทัน

“เด็กน้อยเอ้ย” เจ้าของขาอ่อนที่ถูกเห็นไปนิดหน่อยเอ่ยกับตัวเองก่อนจะยิ้มอย่างเอ็นดู...แค่นี้ก็แตกตื่นซะแล้ว ไม่แน่จริงนี่หว่า

หลายวันต่อมา

“กรี๊ดดดดดดด ออกไปจากหัวฉันได้แล้ว” พิมพ์ลภัสเอ่ยตะโกนขณะที่ยืนอยู่บนหาดทรายบนเกาะสมุย เธอและเพื่อนๆมาเที่ยวในช่วงวันหยุดยาวโดยมีพาทิศ พี่ชายคนโตเป็นผู้สนับสนุนเรื่องค่าใช้จ่ายเดินทางมาควบคุมพฤติกรรม

“พริกหวาน เราว่าเธอไปเช็คสมองมะ” กรรณิการ์ ธาราราช หรือ ข้าวฟ่าง เพื่อนสนิทสุดที่รักของพิมพ์ลภัสเอ่ยขำขัน การได้ตะโกนดังๆปล่อยให้เสียงล่องลอยไปกับทะเลคือสิ่งที่ดีแต่ยัยคนนี้นึกบ้าอะไรถึงได้แหกปากส่งเสียงกรี๊ดออกมา แถมเธอยังไม่เข้าใจความหมายของประโยคที่พิมพ์ลภัสตะโกนอีกด้วย

“เช็คสมองทำไมหะ อยากโดนดีใช่มะข้าวฟ่างนี่แน่ะๆ” พิมพ์ลภัสเอ่ยก่อนที่จะหันกลับมาจักจี้คนบ้าจี้ก่อนที่จะหันไปเรียกเพื่อนๆอีกสามสี่คนที่นั่งเล่นอยู่ใต้ร่มไม้ “นี่พวกเธอมาช่วยเราหน่อย”

“เฮ้ยไม่เอา ฮ่าๆๆ พอแล้วอย่ารุมดิ ฮ่ะฮ่าฮ่า โอ๊ยพอแล้ว” กรรณิการ์พูดก่อนที่จะขอความเมตตาจากเพื่อนๆ “ไม่เอาดิ ไปจี้ยัยพริกหวานดีกว่า นะๆเราจะหาตั๋วคอนเสิร์ตโอปป้าแดนเกาหลีให้คนละใบเลย” 

“เฮ้ยๆไม่เอาดิ ไอ้พวกติ่งเกาหลีออกไปน๊าาาาา” พิมพ์ลภัสที่กลายเป็นเป้าหมายจักจี้เอ่ยพร้อมทั้งวิ่งหนีบรรดาติ่งเกาหลีที่ถูกเจ้าแม่ติ่งโอปป้าตัวยงเอาตั๋วคอนเสิร์ตนักร้องเกาหลีมาล่อ “ไม่เอานะ อุ๊ยดูนั้นกัปตันยู”

“ฮ่ะฮ่ะฮ่า ติ่งทั้งหลายหลอกง่ายจัง ไปดีกว่าแบร่” พิมพ์ลภัสเอ่ยหลังจากที่หลอกให้เพื่อนๆหันไปมองทางอื่นได้ก่อนที่จะวิ่งหนีโดยที่คนถูกหลอกวิ่งตาม เด็กสาวที่เอาแต่มองเพื่อนไม่ได้มองทางจนทำให้วิ่งไปชนเข้ากับร่างสูงใหญ่จนตัวเองล้มตึงลงไปบนพื้นทราย เป็นรอบที่สามในรอบสองอาทิตย์ที่เธอล้มลงมากอง ก้นกระแทกพื้นอีกแล้ว

“โอ๊ย!  กรรมอะไรของเธอเนี่ยพริกหวาน สามครั้งแล้วนะในสองอาทิตย์เนี่ย”  พิมพ์ลภัสเอ่ยโวยวายใส่ตัวเองก่อนที่จะหันมองคนที่ตนวิ่งมาชนหมายจะขอโทษแต่เมื่อเมื่อค่อยๆเงยหน้าขึ้นมองภาพเหตุการณ์วันที่เจอมังกรยักษ์ก็ลอยเข้ามาในหัวอีกครั้ง  เพราะคนที่ยืนอยู่ก็คือธนกฤตนั่นเอง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป