บทที่ 7 ช่วยด้วย

หลังจากพาทิศเดินออกไปคนผิดก็ค่อยๆนำทรายออกจากร่างของธนกฤตโดยไม่ได้พูดอะไร ธนกฤตมองครู่หนึ่งก่อนที่จะใช้แรงขยับลงขึ้น

“แค่พี่ชายบ่นแค่นี้อย่าทำหน้าแบบนี้สิ อะไรกันกลัวพามหรอกเหรอ” ธนกฤตเอ่ยราวกับยั่วโมโห เพราะไม่อยากให้เธอทำหน้าซึมๆ

“ใครกลัว พิมพ์ลภัสไม่เคยกลับใคร” คนตัวบางสวนขึ้นทันทีก่อนที่จะลุกขึ้นยืน “ต่อให้ร้อยพี่พามก็ทำอะไรหนูไม่ได้ ลุกขึ้นยืน เดี๋ยวพาไปล้างหน้า”

ธนกฤตแอบลอบยิ้มก่อนที่จะลุกขึ้นยืนแล้วเดินตามเธอไป พิมพ์ลภัสจัดการช่วยล้างเครื่องสำอางออกจากไปหน้าคมเข้มก่อนที่ทั้งสองจะแยกย้ายกันไปห้องพักของตัวเอง

สองชั่วโมงต่อมา

“ช่วยด้วยๆ พริกหวานจมน้ำ ช่วยด้วยค่ะ ช่วยเพื่อนพวกหนูที” เสียงร้อยตะโกนจากริมชายหาดทำให้ธนกฤตที่ออกมานั่งพักผ่อนใต้ร่มไม้ริมชายหาดต้องลุกขึ้นยืนแล้ววิ่งไปทางต้นเสียง

“เกิดอะไรขึ้น” ชายหนุ่มเอ่ยถามเด็กสาวที่ยืนอยู่ริมชายหาดที่ร้องตะโกน ซึ่งเขาจำได้ว่าเธอคือกรรณิการ์ เพื่อนสนิทของพิมพ์ลภัสและเพื่อนคนอื่นๆ

“พริกหวานจมน้ำค่ะ คงเป็นตะคริวนั่นไงคะ พี่ไปช่วยพริกหวานทีนะคะ” กรรณิการ์เอ่ยบอก ธนกฤตหันไปมองมือบางที่ตะเกียกตะกายใกล้จะจมลงไปในน้ำทะเลก่อนที่จะวิ่งลงไปช่วยทันที

“แค่กๆ” “ไม่เป็นอะไรนะพิมพ์ลภัสเดี๋ยวอาจะพาขึ้นฝั่ง” ธนกฤตเอ่ยบอกคนที่สำลักน้ำแค่กๆอยู่ในอ้อมกอดก่อนที่จะพาเด็กสาวขึ้นฝั่งอย่างง่ายดาย

“แค่กๆ” เสียงไอจากการสำลักน้ำยังคงเป็นสิ่งเดียวที่เกิดกับพิมพ์ลภัสจนกระทั่งผู้เป็นพี่ชายวิ่งมาดูอาการพร้อมกับอาสาว

“ขอบใจมากนะธาม นายช่วยพริกหวานไว้อีกแล้ว” พรปวีร์เอ่ยบอกอย่างซาบซึ้งก่อนที่จะเดินตามพาทิศที่อุ้มหลานสาวไปพักที่ห้อง ธนกฤตมองตามก่อนที่จะกลับห้องไปเปลี่ยนเสื้อผ้า 

ค่ำวันนั้น

ก็อกๆๆ 

ร่างบางในชุดเสื้อยืดเอี้ยมกระโปรงยาวยืนเคาะประตูห้องของคนที่ช่วยไว้ก่อนที่จะรอให้อีกฝ่ายเปิดประตู เธออยากจะขอบคุณเขาที่ช่วยเธอไว้พอรู้สึกดีขึ้นเธอจึงมาที่นี่เพื่อขอบคุณเขา

“น้องครับ คุณธนกฤตที่อยู่ห้องนี้เช็คเอ้าท์ออกไปเมื่อครึ่งชั่วโมงที่แล้วครับ เขายังฝากให้บอกเพื่อนๆเขาด้วยว่าเขาติดธุระ” พนักงานที่เดินผ่านมาเอ่ยบอก

“เช็คเอ้าท์ออกไปแล้วเหรอคะ เอ่อ ขอบคุณค่ะ” พิมพ์ลภัสเอ่ยอย่างไม่อยากเชื่อก่อนที่จะขอบคุณที่บอกแล้วเดินออกไปอย่างเสียดาย' หวังว่าจะได้เจอกันและขอบคุณลุงนะ อีตาลุงธามมาย'

บ้านพักของธนกฤต

สัตหีบ ชลบุรี    

เพราะทราบจากมารดาว่าจะมาเยี่ยมเขาจึงรีบกลับมาโดยไม่ได้บอกกล่าวเพื่อนรักหรือใครๆเลยแม้จะอยากไปดูอาการของพิมพ์ลภัสที่เขาห่วงแสนห่วงอย่างไม่รู้ตัวแต่ก็ต้องตัดใจกลับบ้านพักมารอรับคนที่อยู่ๆก็มาหากะทันหัน     

“บ้านนี้ดูเหงาๆนะว่ามั้ย” เสียงชายชราวัย63เอ่ยขึ้นกับภรรยาขณะนั่งมองบรรยากาศในบ้านของบุตรชาย  ธนากร อดีตนักทำลายใต้น้ำจู่โจม(Navy  ZEAL) ฝีมือดีผู้เป็นที่รู้จักและนับถือในวงการนักรบซีลมองบรรยากาศแล้วไม่สุขใจนัก

หลังจากเกษียณอายุราชการเขากับกานต์ธิดาภรรยาก็ไปปักหลักอยู่ใกล้ๆครอบครัวสามีลูกสาวคนโตที่จังหวัดเชียงรายนานๆครั้งจะมาที่สัตหีบเพื่อเยี่ยมเยียนลูกชายคนเล็กอย่างธนกฤตที่ไม่ว่าจะมากี่ครั้งกี่คราพ่อเจ้าประคุณก็ยังอยู่คนเดียว    อยู่คนเดียว และอยู่คนเดียว ไม่เหงาบ้างรึไงนะลูกชายเขา

“เจ้าเพลิงก็ลูกสามแล้ว ส่วนเจ้าพีลูกก็จะโตเป็นสาวแล้ว แล้วเมื่อไหร่ผู้การธามคนเก่งจะได้ฤกษ์งามยามดีเดินลงมาจากคานบ้างล่ะไอ้ลูกชาย” ธนากรเอ่ยขึ้นอย่างกระแนะกระแหนติดจะประชดคนเป็นลูก 'นี่เขาจะได้อุ้มหลานปู่รึเปล่าชาตินี้'  

คนเป็นลูกนั่งฟังบ้างไม่ฟังบ้างพร้อมกับเงียบตามนิสัย ทุกครั้งที่ผู้เป็นพ่อมาหาก็จะพูดเรื่องเดิมๆ เมื่อไหรจะแต่งงาน เมื่อไหรจะหาลูกสะใภ้ให้ซะที เขาล่ะอยากบอกเหลือเกินว่า คงไม่มีวันนั้น เพราะไอ้คนที่เขาเริ่มชอบแบบที่ไม่เคยเป็นนั้นนะยังไม่บรรลุนิติภาวะด้วยซ้ำ แถมยังอยู่ในฐานะที่แตะต้องไม่ได้ด้วย เขาไม่คิดเลยว่าการเจอกันไม่กี่ครั้งจะทำให้เขาจดจำเธอได้ขนาดนี้ รอยยิ้มเสียงหัวเราะวีรกรรมแสบของเธอตราตรึงในหัวอยู่ตลอดเวลา ใช่แล้วเขาเริ่มจะชอบแม่พริกขี้หนูจอมแสบเข้าให้แล้ว

“ถ้าแกยังหาเมียไม่ได้ ป๋าจะหาให้แล้วนะเจ้าธาม” คนเป็นพ่อเอ่ยออกมาธนกฤตยังคงเงียบก่อนจะยกกาแฟขึ้นมาดื่มอย่างไม่ใส่ใจ 

“ถ้าเป็นหนูพลอยก็ดีนะ ฝ่ายนั้นก็ยังไม่แต่งงาน ป๋าคุยกับพ่อหนูพลอยเขาแล้ว” คนเป็นพ่อเอ่ยบอก จริงๆแล้วเขากับเพื่อนรักซึ่งเป็นพ่อของพรปวีร์ได้พูดคุยกับเรียบร้อยแล้ว เพราะเห็นว่าทั้งคู่ก็อายุเลย30มานานมากแล้วยังไม่มีคู่ครองจึงคิดจะให้ทั้งสองแต่งงานกันซะเลย ด้านคนเป็นลูกถึงกับสำลักกาแฟออกมา 

“แค่กๆ จะบ้าเหรอป๋า ผมกับพลอยเป็นเพื่อนกันนะ” ธนกฤตเอ่ยบอก 'ป๋าคิดอะไรถึงจะให้เขาแต่งงานกับพรปวีร์ อีกอย่างเชาชอบยัยนั่นที่ไหนเล่า '

“เป็นเพื่อนสิดี จะได้เป็นเพื่อนคู่คิด อยู่ดูแลกันไปแกกับหนูพลอยก็37แล้วไม่มีใครทั้งคู่แต่งๆกันไปเถอะมีลูกสักคนยังทัน” ธนากรเอ่ยบอกเขากับพ่อของพรปวีร์หมายมั่นจะเป็นทองแผ่นเดียวกันตั้งแต่ยังหนุ่มตอนนี้คงจะสมใจ 

“ไม่!” คำเดียวสั้นๆจากปากของคนเป็นลูกทำให้ธนากรและกานต์ธิดาหันมามองอย่างขัดใจ 

“ธาม แม่ขอล่ะ แต่งงานเถอะแม่อยากอุ้มหลาน” กานต์ธิดาเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงขอร้อง 

“ไม่ครับ ลูกพี่ธิชา กับพี่ธัญญ่าก็มีนิครับ” ธนกฤตเอ่ยบอกไม่มองหน้าอีกฝ่าย 

“ต้องแต่ง ไม่แต่งเราสองคนตัดพ่อตัดลูกกันแน่” ธนากรบอกก่อนที่จะนั่งหันหลังให้บุตรชาย ธนกฤตได้แต่เงียบอย่างคิดอะไรไม่ออก เขาเชื่อว่าพรปวีร์เองก็คงไม่ต่างกันแล้วอีกคนล่ะ 'ยัยเด็กนั้นจะรู้สึกอะไรมั้ยน๊า '

บทก่อนหน้า
บทถัดไป