บทที่ 17 เขาบอกว่าอย่าท้าทายเจ้านรก! 6/4

ริมฝีปากหนาแตะริมฝีปากบางอย่างแผ่วเบา ก่อนจะค่อย ๆ เพิ่มความรุนแรง ความเร่าร้อนและความปรารถนา อย่างค่อยเป็นค่อยไป มือเรียว ค่อย ๆ คลายออกจากเอวเซอร์เวย์ แต่กลับไปโอบกอดคอ ดึงร่างสูงใหญ่เข้ามาใกล้ชิดมากขึ้น จนกระทั่งริมฝีปากทั้งสองแนบชิดกันอย่างสมบูรณ์แบบ

ริมฝีปากของเซอร์เวย์ครอบคลุมริมฝีปากของที่หนึ่งอย่างรวดเร็วและรุนแรง ครั้งนี้ไม่มีความอ่อนโยน ไม่มีความลังเล มีเพียงแต่ความปรารถนาอันแรงกล้าที่แผดเผา

ลิ้นร้อนของเซอร์เวย์แทรกซึมเข้าไปในโพรงปากของที่หนึ่งอย่างไม่เกรงกลัว บดเบียด ดูดดื่ม ราวกับต้องการจะกลืนกิน ความหวาน ความขมและทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ในตัวที่หนึ่ง

ริมฝีปากของทั้งคู่คลายออกจากกันอย่างเชื่องช้า ลมหายใจของทั้งคู่ยังคงพันเกี่ยวกัน ดวงตาของที่หนึ่งฉายแววเจ้าเล่ห์ เขาจ้องมองเซอร์เวย์อย่างท้าทาย มือเล็ก ๆ ลูบไล้ริมฝีปากตัวเองเบา ๆ ก่อนจะยิ้มมุมปาก

“แค่จูบ มันยังไม่พอหรอกนะคุณ” ที่หนึ่งกระซิบข้างหูเซอร์เวย์ เสียงหวานเย้ายวน มือเล็กเรียวเลื่อนลงไปสัมผัสแผงอกแกร่ง ลูบไล้อย่างแผ่วเบา พลางลากนิ้วลงต่ำเรื่อย ๆ จนกระทั่งมันไปหยุดอยู่ที่ขอบกางเกง

เซอร์เวย์ไม่สะทกสะท้าน ดวงตาสีดำสนิทฉายแววเจ้าเล่ห์ เขาจับมือที่หนึ่งไว้แน่นแล้วดึงเข้ามาใกล้ จนคนเมาแนบชิดกับอกแกร่ง

“มือเธอซนเกินไปแล้วนะ แล้วอย่ามาหาว่าฉันใจร้ายแล้วกัน” เซอร์เวย์กระซิบข้างหูที่หนึ่งเสียงทุ้มต่ำเย้ายวน ลมหายใจร้อน ๆ พัดผ่านใบหูจนขนลุกซู่

คนเมาหัวเราะเบา ๆ เสียงหัวเราะหวานเย้ายวน แต่ดวงตาคมกริบกลับฉายแววท้าทาย “ลองดูสิครับ ผมก็อยากเห็นคุณใจร้ายกับผมเหมือนกัน” 

เซอร์เวย์เงียบไป เขาไม่สามารถปฏิเสธความรู้สึกที่กำลังพลุ่งพล่านอยู่ในใจได้ เขาตกหลุมรักที่หนึ่งอย่างจัง ตั้งแต่แรกเห็น

ที่หนึ่งยิ้มบาง มันเป็นยิ้มที่ช่างเย้ายวนและชวนให้หลงใหล เขาโน้มตัวลงกระซิบข้างหูเซอร์เวย์

“คืนนี้ เราจะไปกันต่อที่ไหนดีครับ”

เซอร์เวย์ยิ้มมุมปาก มือหนาค่อย ๆ เลื่อนลงไป ลูบไล้ต้นขาสวยผ่านเนื้อผ้าชั้นดีที่สวมใส่ เขาประคองที่หนึ่งที่ยังคงเซถลาเล็กน้อยจากฤทธิ์แอลกอฮอล์ เดินออกจากผับท่ามกลางแสงนีออนที่สาดส่องและเสียงเพลงที่ค่อย ๆ เลือนหายไปตามระยะทาง

แต่ในตอนนั้นเองที่สายตาคู่คมก็เหลือบไปเห็นดวงวิญญาณที่จับจ้องมาทางที่หนึ่งด้วยสายตาหิวกระหาย

ดวงวิญญาณสีเทาคล้ายควันล่องลอยอยู่ไม่ไกลนัก มันจับจ้องมาที่ที่หนึ่งด้วยสายตาหิวโซ ราวกับหมาป่าที่กำลังจ้องมองเหยื่อตัวน้อย ๆ

‘เลือด…เลือดของเจ้าสาวปีศาจ ฉันอยากได้เลือด เลือด!’ เสียงนั้นกระซิบแหบพร่า แม้จะไม่ได้ออกจากริมฝีปาก แต่ที่หนึ่งก็รับรู้ได้ เพราะมันกระแทกเข้ามาในจิตใจ ทำให้เขาขมวดคิ้วมุ่น รู้สึกถึงความเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย

เซอร์เวย์มองมาที่ที่หนึ่ง ก่อนจะตวัดสายตาไปยังดวงวิญญาณตนนั้น ดวงตาสีดำสนิทที่ปกติแล้วดูอ่อนโยน ตอนนี้กลับเปล่งประกายด้วยแสงสีแดงก่ำ ออร่าสีดำสนิทแผ่ขยายออกไปรอบตัวราวกับเปลวเพลิงนรกที่กำลังลุกโชน

ดวงวิญญาณสีเทาถึงกับสั่นสะท้าน มันรับรู้ได้ถึงพลังอำนาจมหาศาล ที่แผ่ออกมาจากร่างของเซอร์เวย์ มันพยายามจะหนีแต่ก็สายเกินไปแล้ว

“ราดาแมนทีส ไออาคอส” เซอร์เวย์กระซิบคำสั่งผ่านกระแสจิต เสียงนั้นแผ่วเบาแต่ทรงพลังราวกับคำสั่งของเทพเจ้าก่อนที่เงาร่างของชายหนุ่มสองคนปรากฏขึ้นอย่างเงียบเชียบ

“พวกเจ้าจงไปจัดการมันซะ” เขาเอ่ยสั่งสองผู้ช่วยผ่านกระแสจิตอีกครั้ง ทั้งสองรับคำก่อนจะไปจัดการกับดวงวิญญาณเร่ร่อนนั่นเพื่อนำตัวไปพิพากษาในแดนนรก

เซอร์เวย์หันกลับมามองที่หนึ่ง รอยยิ้มบาง ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้า มันเป็นรอยยิ้มที่อ่อนโยนแต่ก็แฝงไปด้วยความห่วงใยและความรัก

“ขอโทษนะที่รัก” เขาพูดเบา ๆ “ดูเหมือนว่า เราจะมีแขกไม่ได้รับเชิญ มาเยี่ยมเยียนเราแล้วละ”

“ครับ?”

“เปล่าหรอกไม่มีอะไร”

ความเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่านมาจากด้านหลังยังคงอยู่ มันไม่ใช่ความหนาวเย็นจากอากาศ แต่เป็นความเย็นยะเยือกที่แทรกซึมเข้าไปถึงกระดูกดำ ที่หนึ่งรู้สึกขนลุกซู่ไปทั้งตัว เขาอยากหันไปมองดูว่าอะไรเป็นต้นเหตุของความรู้สึกนี้ แต่ก่อนที่เขาจะได้หันไป ฝ่ามือใหญ่และอบอุ่นกลับปิดบังดวงตาของเขาเอาไว้

“อย่าหันไปดูเลย” เสียงทุ้มนุ่มของเซอร์เวย์ดังขึ้นข้างหู มันฟังดูอ่อนโยน แต่แฝงไปด้วยความหนักแน่นที่ทำให้ที่หนึ่งรู้สึกอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก

“ตรงนั้นมีคนยืนอ้วกอยู่ เหม็นมาก เราไปกันเถอะ”

นิ้วโป้งของเซอร์เวย์ลูบไล้เบา ๆ บนเปลือกตาของที่หนึ่ง สัมผัสอ่อนโยนนั้นทำให้ความหวาดกลัวที่คืบคลานเข้ามาในหัวใจของที่หนึ่งค่อย ๆ จางหายไป

เซอร์เวย์ประคองที่หนึ่งเดินไปยังรถอย่างระมัดระวัง เขาเปิดประตูรถให้ที่หนึ่งนั่งลงก่อน แล้วค่อยขึ้นไปนั่งข้าง ๆ จากนั้นรถยุโรปคันหรูก็ถูกขับออกไปโดยเจ้านรก

“เจ้าคิดว่าไง” ราดาแมนทีสเอ่ยถามหลังจากที่จัดการดวงวิญญาณอาฆาตดวงนั้นเสร็จ

“ไม่รู้สิ ข้าเองก็ตอบไม่ได้เหมือนกัน แต่ดูท่าแล้วครั้งนี้นายท่านคงจะไม่ผิดหวังอีกแล้วละ”

“ข้าก็หวังว่ามันจะเป็นเช่นนั้น”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป