บทที่ 21 เมื่อเจ้านรกโดนฟันแล้วทิ้ง 8/1

ความมืดมิดหนาทึบปกคลุมไปทั่ว ที่หนึ่งรู้สึกถึงความเย็นยะเยือกของพื้นดินที่สัมผัสกับแก้ม กลิ่นคาวเลือดและดินปนกันจนแทบหายใจไม่ออก

รอบตัวเขาคือกองซากศพ ร่างกายที่ไร้วิญญาณนอนกระจัดกระจาย บางร่างถูกฉีกขาด บางร่างถูกเผาไหม้จนเหลือเพียงเถ้าถ่าน ภาพความตายที่น่าสยดสยองเหล่านั้นฝังลึกอยู่ในความทรงจำ แม้ในห้วงฝัน เขาก็ยังคงรู้สึกถึงความหวาดกลัว  ความสั่นสะท้านแผ่ไปทั่วร่างกาย ดวงตาเบิกโพลงมองไปรอบ ๆอย่างหวาดระแวง เสียงระเบิดแผ่วเบาเหมือนเสียงกระซิบจากนรก แต่ความเงียบสงัดที่ปกคลุมอยู่รอบตัวเขากลับน่ากลัวกว่า 

มือเย็นเฉียบหยาบกร้านแตะลงบนมือของที่หนึ่งเบา ๆ  เหมือนสัมผัสของวิญญาณ เขาสะดุ้งเงยหน้าขึ้นอย่างยากลำบาก  เห็นเพียงเงาของชายหนุ่มสูงใหญ่ สวมชุดเกราะที่เปื้อนเลือดและโคลน ผ้าเกราะบางส่วนขาดวิ่น เผยให้เห็นผิวหนังที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็น เหมือนภาพวาดที่ถูกวาดขึ้นด้วยความเจ็บปวด

ใบหน้าของเขาถูกบดบังด้วยเงา มองไม่เห็นรายละเอียด  แต่ดวงตาที่มองเห็นได้นั้นเต็มไปด้วยความเศร้าโศก ความเหนื่อยล้า และความเจ็บปวดที่ยากจะบรรยาย

ชายหนุ่มยื่นมือมาหาที่หนึ่งอีกครั้ง มือที่เปื้อนเลือดและโคลนแต่กลับดูอบอุ่นอย่างประหลาด เหมือนมีพลังงานบางอย่างแผ่ออกมา ที่หนึ่งมองมือของชายหนุ่มด้วยความหวาดกลัว แต่ก็มีความรู้สึกบางอย่างดึงดูดให้เขาเข้าไปหา  เหมือนแรงดึงดูดของแม่เหล็ก ด้วยความสั่นเทาเขาคว้ามือของชายหนุ่มไว้สัมผัสที่เย็นเยียบแต่กลับให้ความรู้สึกปลอดภัยอย่างบอกไม่ถูก

มือของชายหนุ่มจับมือเขาแน่น ดึงที่หนึ่งขึ้นมาจากกองซากศพนับพัน ภาพเบลอเหมือนภาพยนตร์ที่กำลังเล่นด้วยความเร็วสูงแต่ที่หนึ่งรู้สึกถึงความอบอุ่นและความปลอดภัย แม้จะอยู่ท่ามกลางความตาย

“มากับข้า” ชายหนุ่มพูดอะไรบางอย่างเสียงแผ่วเบาเหมือนเสียงกระซิบที่หนึ่งฟังไม่รู้เรื่อง แต่เขารับรู้ถึงความรู้สึกที่ส่งผ่านมามันเป็นความเศร้า ความเสียใจ ความเจ็บปวดและความรักที่ล้นเหลือ

“ใคร...คุณเป็นใคร” ที่หนึ่งกระซิบถาม แต่คำถามนั้นกลับหายไปกับความมืดมิด แต่ความรู้สึกที่ติดอยู่นั้นมันท่วมท้นจนทำน้ำตาของเขาไหลรินออกมา

ทันใดนั้นที่หนึ่งก็สะดุ้งตื่น สิ่งแรกที่ทักทายคืออาการปวดศีรษะจากฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่ดื่มไปอย่างหนักตั้งแต่เมื่อคืนและร่างกายที่รู้สึกหนักอึ้งราวกับเพิ่งผ่านการต่อสู้มาอย่างหนัก

ขณะที่หางตาของเขายังคงมีคราบน้ำตาอยู่ เขาเผลอยกหลังนิ้วขึ้นเช็ดแต่แล้วก็ต้องชะงัก ความปวดหัวแล่นแปลบปลาบราวกับมีใครเอาค้อนมาทุบ ความปวดเมื่อยแล่นริ้วไปทั่วร่างกาย เขาพยายามลืมตาขึ้นอีกครั้ง แต่ภาพตรงหน้ากลับพร่าเลือน ต้องใช้เวลาเนิ่นนานกว่าที่เขาจะตั้งสติได้ 

ภาพแรกที่เห็นชัดคือใบหน้าของชายหนุ่มคนหนึ่งนอนเปลือยเปล่าอยู่ข้าง ๆ ร่างกายกำยำเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อ ผิวสีแทนและรอยแผลเป็นที่เรียงรายราวกับรอยสัก ดูคุ้นเคยอย่างประหลาด แต่ที่หนึ่งไม่อาจจดจำได้ว่าเคยพบเจอที่ไหนมาก่อน

เขาค่อย ๆ หันมาสำรวจตัวเองพบว่าตัวเองก็อยู่ในสภาพไม่ต่างกัน ร่างกายเปลือยเปล่า มีเพียงผ้าห่มผืนบางปกปิดส่วนล่างไว้

“ฉิบหายแล้ว!” ที่หนึ่งพึมพำกับตัวเอง เสียงแหบพร่าราวกับคนไม่ได้พูดมาเป็นปี

ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนย้อนเข้ามาในความทรงจำเป็นฉาก ๆ นี่เขาอกหักจนประสาทไปแล้วเหรอถึงได้ยอมขึ้นคอนโดกับผู้ชาย แถมยังยอมเป็นฝ่ายรับให้อีก ถ้าเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์เขาคงไม่มีชะตากรรมที่น่าอดสูเช่นนี้หรอก

“เวรเฮ้ย! ไม่น่าดื่มเยอะขนาดนั้นเลยกู” เขาบ่นออกมาด้วยความอนาจใจในสภาพร่างกายของตนเอง มีอย่างที่ไหนที่ชวนคู่กรณีที่พึ่งจะมีเรื่องกันขึ้นเตียงวะ

ที่หนึ่งกัดฟันแน่น เขาอยากจะทึ้งเส้นผมตัวเองให้หลุดร่วงไปเลย แต่ก็รู้ว่านี่ไม่ใช่เวลา เขาต้องหนีออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด มือสั่นเทาคว้าผ้าห่มขึ้นมาคลุมร่างกายเอาไว้ ก่อนจะค่อยๆ ย่องลงจากเตียง แต่ขาที่ยังอ่อนล้าจากฤทธิ์แอลกอฮอล์และความเหนื่อยล้า ทำให้เขาทรุดฮวบลงไปกับพื้น

ตุ๊บ!

เสียงดังก้องอยู่ในห้องเงียบสงัด หัวใจของที่หนึ่งเต้นรัว  กลัวเหลือเกินว่าชายหนุ่มข้าง ๆ จะตื่นขึ้นมา เขาเหลือบมองไปยังร่างกำยำที่นอนหลับสนิท ใบหน้าคมคายของเซอร์เวย์ดูสงบอย่างน่าประหลาด ถึงแม้จะไม่รู้จักแต่ความรู้สึกคุ้นเคยแปลก ๆ ยังคงวนเวียนอยู่ในหัว

ที่หนึ่งรีบเบี่ยงสายตาก่อนจะค่อย ๆ คลานไปหยิบเสื้อผ้าที่กองอยู่มุมห้อง มือไม้สั่นเทารีบคว้า รีบสวมอย่างทุลักทุเล 

การใส่เสื้อกระดุมทุกอย่างดูเหมือนจะยากลำบาก กว่าจะใส่เสื้อผ้าได้ครบ ก็ใช้เวลาไปนานพอสมควร ที่หนึ่งใช้ความพยายามอย่างมากเพื่อไม่ให้เกิดเสียงดัง เขาตรวจสอบรอบ ๆ อีกครั้ง ก่อนจะค่อย ๆ ลุกขึ้นยืน แต่ขาที่ยังสั่น ๆ ทำให้เขาต้องเกาะขอบเตียงเพื่อทรงตัว

ด้วยความระมัดระวังที่หนึ่งค่อย ๆ เปิดประตูห้องออกไปให้เบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ ขณะที่ใจเต้นระทึกเหมือนจะหลุดออกมาจากอก เขาหลบหนีออกมาจากห้องนั้น ทิ้งให้ความสับสน ความอับอายและความรู้สึกผิดอยู่เบื้องหลัง เขาต้องรีบไปต้องไปให้ไกลที่สุดจากสถานที่แห่งนี้

ไม่อย่างนั้นถ้าเซอร์เวย์ตื่นขึ้นมาถามหาความรับผิดชอบ เขาก็ซวยน่ะสิ

เขาหยิบมือถือขึ้นมารีบเปิดแชทหาเพื่อนสนิทในทันที ก่อนจะพิมพ์ข้อความลงไป แต่อ่านชื่อไลน์มันทีไรเขาก็ไม่อยากคุยกับแม่งทุกที แต่จะให้เขาเสียเงินเรียกแกร๊บก็ไม่ใช่หนทางที่ดีเท่าไร

ไลน์ หล่อกว่าพี่ก็ชาอึนอูแล้วน้อง

NO.1: แพทซ์มารับกูหน่อย

ส่งโลเคชั่น

หล่อกว่าพี่ก็ชาอึนอูแล้วน้อง: ไปทำอะไรที่นั้นวะ แล้วทำไมต้องให้กูไปรับ

NO.1: พอดีกูมาธุระแถวนี้ แล้วรถมันเสียน่ะ มึงมารับหน่อยดิ

ที่หนึ่งโกหกคำโต ความจริงแล้วรถของเขาน่าจะจอดทิ้งไว้ที่ร้านเหล้าตั้งแต่เมื่อคืน ไม่รู้ว่าปานนี้จะเป็นอะไรบ้าง

หล่อกว่าพี่ก็ชาอึนอูแล้วน้อง: เออ ๆ รอแปบเดี๋ยวออกเลย

NO.1: ขอบใจมากนะมึง สติกเกอร์ไหว้ย่อ

หล่อกว่าพี่ก็ชาอึนอูแล้วน้อง: ไหว้สาเถอะจ้า

บทก่อนหน้า
บทถัดไป