บทที่ 10 บทลงโทษของนางแมว (18+)

บทลงโทษของนางแมว (18+)

บรรยากาศภายในห้องแต่งตัวส่วนตัวที่ถูกล็อกสนิทนั้นร้อนระอุจนอุณหภูมิเย็นเฉียบจากเครื่องปรับอากาศ พิชชาหายใจหอบถี่ หน้าอกอิ่มกระเพื่อมไหวรุนแรงภายใต้ชุดชั้นในลูกไม้สีดำที่แทบจะปกปิดอะไรไม่ได้ เธอพยายามเชิดหน้าสบตากับเพลิงอย่างไม่ยอมแพ้ แม้ข้อมือทั้งสองจะถูกพันธนาการไว้เหนือศีรษะด้วยมือเพียงข้างเดียวของเขา แรงบีบจากอุ้งมือหนาไม่ได้ทำให้เธอเจ็บ แต่มันกลับปลุกเร้าสัญชาตญาณบางอย่างที่ซ่อนลึกอยู่ภายใน

หลังของเธอแนบชิดกับกระจกเงาบานยักษ์ ความเย็นของกระจกตัดกับความร้อนผ่าวจากร่างกายของชายหนุ่มที่ทาบทับลงมา ภาพในกระจกสะท้อนให้เห็นความรัญจวนใจของคนสองคนที่กำลังโรมรันกันด้วยอีโก้

“มาดูกันสิว่ารสชาติของน้ำมันอย่างเธอ มันจะทำให้ฉันคลั่งตาย หรือจะมอดไหม้ไปก่อนที่ฉันจะเริ่มลงมือจริงๆ”

เพลิงกระซิบเสียงพร่าชิดริมฝีปากบาง ก่อนจะบดขยี้ลงมาอย่างดุดัน มันไม่ใช่จูบที่อ้อนวอนขอความรัก แต่มันคือการประกาศสงคราม ลิ้นร้อนรุกรานเข้ามาในโพรงปากหวานอย่างย่ามใจ ตักตวงและกวาดต้อนจนพิชชาแทบสิ้นลมหายใจ รสชาติของไวน์ราคาแพงที่ตกค้างอยู่ในลำคอผสมปนเปกับกลิ่นน้ำหอมแนววู้ดดี้ที่แสนเซ็กซี่ของเขา มอมเมาสติสัมปชัญญะของเธอจนขาวโพลน

พิชชาครางอื้ออึงในลำคอ มือเรียวที่พอจะเป็นอิสระขยับขึ้นไปโอบรอบลำคอหนา เล็บยาวที่เคลือบสีแดงสดจิกข่วนลงบนต้นคอแกร่งเบาๆ ไม่ใช่เพื่อขัดขวัญ แต่เพื่อกระตุ้นให้สัตว์ป่าในตัวชายหนุ่มตื่นตัวขึ้นมามากกว่าเดิม

“อืมแรงอีกสิคะเพลิง อย่าทำเหมือนพิชชี่เป็นตุ๊กตากระเบื้องเคลือบ” เธอพึมพำชิดริมฝีปากเขาเมื่อเขาผละออกมาสูดอากาศเพียงชั่ววินาที นัยน์ตาคู่สวยหยาดเยิ้มไปด้วยเพลิงปรารถนาที่เธอเป็นคนจุดขึ้นมาเอง

เพลิงแสยะยิ้มร้าย นัยน์ตาคมกริบไล่มองเรือนร่างระหงราวกับจะฉีกทึ้งเสื้อผ้าที่เหลืออยู่ออกด้วยสายตา มือหนาเลื่อนลงมาบีบเค้นที่เอวคอดกิ่ว แรงบีบนั้นหนักหน่วงจนทิ้งรอยนิ้วมือจางๆ ไว้บนผิวขาวจัด ก่อนที่เขาจะกระชากชุดชั้นในลูกไม้ออกอย่างไม่ใยดี เสียงลูกไม้ขาดวิ่นเบาๆ ยิ่งเพิ่มความตื่นเต้นให้กับการรุกรานครั้งนี้

เขายกตัวเธอขึ้นวางบนโต๊ะเครื่องแป้ง แผ่นหลังของเธอปัดกวาดเอาขวดน้ำหอมและตลับแป้งราคาแพงร่วงกราวลงพื้นอย่างไม่สนราคา พิชชาแยกขาเรียวสวยออกโอบรอบเอวสอบของเขาอย่างรู้งาน ความเป็นชายที่แข็งขืนภายใต้กางเกงสแลคเนื้อดีบดเบียดเข้ากับใจกลางความสาวที่เริ่มฉ่ำเยิ้ม

“ลีลาดีนี่พิชชี่ สมกับเป็นของแพงที่ทุกคนอยากได้ แต่รู้ไหมของแพงแบบเธอ ถ้าไม่ได้ กำราบให้เชื่อง มันก็แค่ของประดับที่น่ารำคาญ”

เขาโน้มตัวลงมาซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่น ขบเม้มจนเกิดรอยรักสีกุหลาบเข้มไปทั่ว ลิ้นร้อนลากผ่านไหปลาร้าลงมาจนถึงยอดอกที่ชูชันท้าทายสายตา เขาครอบครองมันด้วยปากและไรฟันอย่างหยอกเย้าและรุนแรงในคราวเดียวกัน พิชชาแอ่นกายรับสัมผัสจนหลังแทบไม่ติดกับพื้นโต๊ะ

“อย่าดีแต่พูดสิคะ อ๊ะ!!! เพลิงตรงนั้น”

เสียงหวานครางกระเส่าเมื่อมือหนาของเขาเลื่อนลงไปสัมผัสกับจุดอ่อนไหวที่สุด นิ้วแข็งแกร่งรุกรานเข้าไปสำรวจความคับแน่นที่เปียกชุ่ม จังหวะที่เขาส่งนิ้วเข้าไปนั้นหนักหน่วงและจงใจ ความเสียวซ่านแล่นริ้วเข้าสู่แกนกลางลำตัวจนเธอต้องจิกเกร็งนิ้วเท้าไปกับอากาศ

“สยบให้ฉันสิพิชชี่ อ้อนวอนฉันสิ ว่าเธอต้องการให้ฉันลงโทษเธอมากกว่านี้” เพลิงกระซิบประโยคที่เต็มไปด้วยอำนาจข้างหูเธอ ขณะที่ปลายนิ้วยังคงทำงานอย่างบ้าคลั่ง

“คนอย่างคุณ ไม่มีวันได้ยินคำอ้อนวอนจากปากฉันหรอก นอกจากเสียงครางเพราะความอยากชนะคุณต่างหาก”

เธอโต้กลับพลางเอื้อมมือลงไปจัดการกับเข็มขัดและซิปกางเกงของเขาอย่างรวดเร็ว เมื่อทุกอย่างพ้นทาง ความเป็นชายที่ยิ่งใหญ่และร้อนผ่าวก็ปรากฏแก่สายตา พิชชาไม่รอช้าเธอเป็นฝ่ายรุกเข้าหาด้วยการขยับกายเข้าหาเขาอย่างท้าทาย

เพลิงคำรามต่ำในลำคอเมื่อความร้อนระอุถูกโอบรัดด้วยความนุ่มนวลที่แสนคับแน่น เขาจับสะโพกมนไว้มั่นก่อนจะส่งกายเข้าหาเธออย่างแรงและรวดเร็ว ความยิ่งใหญ่ที่รุกล้ำเข้ามาทำให้พิชชาต้องเบิกตาโพลง เธอหายใจไม่ทั่วท้อง ความรู้สึกมันทั้งคับแน่นและซ่านสยิวจนแทบจะทนไม่ไหว

“ซี้ด!!! อ่า ซี๊ด!!! พิชชี่เธอแม่ง” เพลิงสบถออกมาด้วยความลืมตัว เมื่อความนุ่มหยุ่นโอบรัดตัวตนของเขาไว้แน่นราวกับไม่อยากให้หลุดพ้นไปไหน

จังหวะรักเริ่มต้นขึ้นอย่างป่าเถื่อน เพลิงโถมกายเข้าใส่เธอครั้งแล้วครั้งเล่าเหมือนพายุที่ไม่มีวันสงบ เสียงผิวเนื้อกระทบกันดังสนั่นก้องห้องแต่งตัวที่เงียบสงัด

พิชชาใช้ขาเรียวโอบรัดเอวเขาไว้แน่นขึ้น โยกย้ายส่ายวนตามจังหวะที่เขาเป็นคนนำทาง ทุกครั้งที่เขาโถมเข้ามาลึกที่สุด เธอจะเชิดหน้าขึ้นระบายลมหายใจร้อนๆ ออกมา

“มองตาฉัน!” เพลิงสั่งเสียงเข้ม เขาต้องการเห็นความพ่ายแพ้ในดวงตาคู่นั้น

พิชชาลืมตาขึ้นมองเขา นัยน์ตาของเธอฉ่ำปรือแต่ยังคงไว้ซึ่งความพยศ เธอเอื้อมมือไปคว้าคอเสื้อเชิ้ตที่หลุดลุ่ยของเขาแล้วโน้มเข้ามาจูบอย่างดูดดื่ม จูบที่เต็มไปด้วยรสชาติของการแย่งชิงพื้นที่เหนือกว่า

แรงอารมณ์พุ่งสูงขึ้นจนถึงขีดสุด เพลิงเร่งจังหวะให้หนักหน่วงขึ้นทุกวินาที ราวกับจะตอกย้ำว่าเขาคือเจ้าของสนามรบนี้ ความเร็วและแรงส่งทำให้โต๊ะเครื่องแป้งสั่นสะเทือน ขวดเครื่องสำอางที่เหลือสั่นระริกตามแรงกระแทก พิชชากรีดร้องออกมาอย่างสุดเสียงเมื่อความเสียวซ่านพุ่งทะลุจุดเดือด ร่างกายของเธอเกร็งกระตุกอย่างรุนแรง โอบรัดตัวตนของเขาไว้แน่นกว่าเดิมหลายเท่า

“อา เพลิง ฉันจะ อื้อออ!”

เพลิงเองก็ไม่สามารถกั้นความรู้สึกได้อีกต่อไป เขาคำรามออกมาอย่างผู้ชนะพร้อมกับกระแทกกายเข้าหาเธอเป็นครั้งสุดท้ายเพื่อปลดปล่อยทุกหยาดหยดแห่งความปรารถนาเข้าสู่ร่างกายของเธอ ความร้อนผ่าวที่พุ่งฉีดเข้ามาทำให้พิชชารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะละลายกลายเป็นเนื้อเดียวกับเขา

ในความเงียบที่มีเพียงเสียงหอบรวยริน ทั้งคู่ยังคงอยู่ในท่าเดิมชั่วครู่ เพลิงก้มลงจูบที่ขมับที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อของเธอ แต่มันไม่ใช่จูบที่อ่อนโยน มันคือจูบประทับตราว่าเขาได้ครอบครองเธอแล้วในยกนี้

เขาผละออกมาอย่างช้าๆ นัยน์ตาคมกริบกลับมาเย็นชาและนิ่งสงบอย่างรวดเร็วเหมือนไม่เคยเกิดอะไรขึ้น เพลิงจัดการแต่งตัวให้เรียบร้อยด้วยท่าทางที่ดูสง่างามและไร้ที่ติ ขณะที่พิชชายังคงนั่งอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้ง พยายามรวบรวมเรี่ยวแรงและคว้าผ้าคลุมมาสวมปัดความกระจัดกระจายของเสื้อผ้า

“เช็กสินค้าเสร็จแล้วใช่ไหมคะ” พิชชาถามด้วยน้ำเสียงที่พยายามให้มั่นคงที่สุด แม้ขาของเธอจะยังสั่นไม่หาย

“แล้วเป็นไงคะคุ้มค่าพอที่คุณจะลงทุนต่อหรือเปล่า”

เพลิงเดินเข้ามาใกล้ เชยคางเธอขึ้นมา นัยน์ตาของเขาวาววับด้วยความนัยบางอย่างที่ยากจะอ่านออก

“ก็ไม่เลวแต่จำไว้นะพิชชี่ นี่มันแค่จุดเริ่มต้น เกมจริงๆ มันจะยากกว่านี้และฉันไม่ชอบชนะในเกมที่มันง่ายเกินไป เตรียมใจไว้เถอะ เพราะครั้งหน้าฉันจะทำให้เธอลืมแม้กระทั่งวิธีที่จะพยศใส่ฉัน”

เขาเดินจากไปพร้อมกับเสียงประตูปิดลง พิชชามองร่างตัวเองในกระจก รอยรักที่คอและหน้าอกเตือนใจเธอว่าเธอเพิ่งผ่านอะไรมา เธอเหยียดยิ้มร้ายถึงเขาจะคิดว่าเขาเป็นคนคุมเกม แต่วูบหนึ่งในแววตาของเขาเมื่อครู่ มันบอกเธอว่าเสือร้ายกำลังตกหลุมพรางความเสน่หาที่เธอขุดไว้ และเธอจะลากเขาลงมาสยบแทบเท้าเธอให้ได้ ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม

บทก่อนหน้า
บทถัดไป