บทที่ 3 สบตาใต้แสงสปอร์ตไลท์
สบตาใต้แสงสปอร์ตไลท์
เสียงดนตรีจังหวะอัพบีทที่ดังกระหึ่มอยู่ภายในคลับหรูไม่ได้ทำให้ พิชชารู้สึกรำคาญใจแม้แต่น้อย ในทางกลับกัน มันกลับช่วยขับเน้นให้อารมณ์แห่งชัยชนะของเธอพุ่งทะยานสูงขึ้นหลังจากจบแฟชั่นโชว์การกุศลที่เพิ่งผ่านพ้นไป ร่างเพรียวระหงในชุดเดรสเมทัลลิกสีเงินยังคงนั่งสง่างามอยู่กลางวงล้อมของเพื่อนร่วมวงการและเหล่าบรรดาเซเลบริตี้ที่ต่างพากันเข้ามาแสดงความยินดีไม่ขาดสาย
“โชว์คืนนี้ของพิชชี่คือที่สุดจริงๆ ค่ะ เดินสับจนรันเวย์แทบจะลุกเป็นไฟ!” เสียงนางแบบรุ่นน้องเอ่ยชมด้วยสีหน้าประจบประแจง
พิชชี่ยกแก้วไวน์ขึ้นจิบช้าๆ พลางเหยียดยิ้มที่มุมปากอย่างผู้ชนะ เธอชินกับคำเยินยอเหล่านี้พอๆ กับที่ชินกับการถูกผู้ชายจ้องมองด้วยความหิวกระหาย สำหรับเธอ โลกนี้คือสมรภูมิที่มีแต่ความสวยและความฉลาดเท่านั้นที่จะอยู่รอด
“ขอบคุณค่ะ แต่โชว์ที่จบไปน่ะมันแค่ของเริ่มต้น ความสนุกที่แท้จริงน่ะมันกำลังจะเริ่มหลังจากนี้ต่างหาก”
ในขณะที่บทสนทนากำลังลื่นไหล บริกรในชุดสูทเนี้ยบคนหนึ่งก็ก้าวเข้ามาหยุดอยู่ที่ข้างโต๊ะรับรองชั้นล่างอย่างนอบน้อม ในมือของเขาถือถาดเงินที่วางขวดแชมเปญรุ่นวินเทจราคาแพงระยับเอาไว้ ทุกสายตาบนโต๊ะต่างจับจ้องมาที่ขวดใบนั้นด้วยความตื่นเต้น ยกเว้นเพียงพิชชาที่ยังคงรักษาท่าทีนิ่งเฉยเอาไว้ได้
“ขอประทานโทษครับคุณพิชชี่ ท่านเจ้าของคลับฝากแชมเปญขวดนี้มาให้ พร้อมกับข้อความนี้ครับ”
บริกรวางขวดแชมเปญลงบนโต๊ะเบาๆ ก่อนจะส่งการ์ดใบเล็กที่มีลายมือตวัดสวยงามแต่ดูดุดันให้เธอ พิชชารับมาเปิดอ่านช้าๆ นัยน์ตาคมกริบกวาดมองข้อความที่อยู่ข้างใน...
“สำหรับนางแมวที่เก่งแต่เดินโชว์ตัว หวังว่าความสวยจะมีมากกว่าแค่เปลือก”
ลายมือที่ตวัดอย่างโอหังนั้นไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเป็นของใคร เพลิงชายหนุ่มลึกลับผู้ทรงอิทธิพลที่คนทั้งวงการยำเกรง
พิชชาแค่นยิ้มออกมาทันทีที่อ่านจบ หัวใจของเธอเต้นแรงด้วยความโกรธที่ระคนไปด้วยความท้าทาย เธอเกลียดที่สุดคือการถูกประเมินค่าต่ำกว่าความเป็นจริง โดยเฉพาะจากผู้ชายที่คิดว่าตัวเองถือไพ่เหนือกว่าคนอื่น
“ส่งแชมเปญมาท้าทายกันแบบนี้ คิดว่าฉันจะกลัวจนหัวหดหรือไงคะ” พิชชี่เอ่ยเสียงเย็นพร้อมกับขยำโน้ตแผ่นนั้นทิ้งอย่างไม่ใยดี
“ว้าย!!! ใครกันคะพิชชี่ที่กล้าส่งข้อความแบบนี้มาให้” เพื่อนสาวคนหนึ่งรีบถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น
พิชชาไม่ได้ตอบคำถามนั้น แต่เธอกลับลุกขึ้นยืนเต็มความสูง กายระหงในชุดสีเงินสะท้อนแสงไฟสปอร์ตไลท์จนดูเด่นชัดยิ่งกว่าใครในที่นั้น เธอปรายตามองขึ้นไปยังโซน VIP ชั้นบนสุดที่มืดสลัว เห็นเพียงเงาร่างของชายหนุ่มที่นั่งเอกเขนกคีบบุหรี่จ้องมองลงมาอย่างไม่วางตา
“ฝากไปบอกเจ้านายคุณด้วยนะคะ ว่าน้ำมันชั้นดีอย่างฉัน ไม่เคยกลัวที่จะถูกไฟแผดเผา”
พิชชี่คว้าแก้วไวน์ขึ้นมาถือไว้มั่น ความอดทนของเธอขาดสะบั้นเมื่อต้องเผชิญกับคำดูหมิ่นที่แฝงมาในรูปของกำนัลราคาแพง เธอไม่ใช่แค่ผู้หญิงสวยที่เดินโชว์ตัวไปวันๆ แต่เธอคือนักล่าที่มีเกียรติยศเป็นเดิมพัน
“คนอย่างเพลิงเดี๋ยวก็ได้รู้กันว่าที่เขาว่ากันว่าดุน่ะ มันจะแน่สักแค่ไหนกันเชียว”
เธอก้าวเดินออกจากโต๊ะรับรอง มุ่งหน้าตรงไปยังบันไดทางขึ้นโซน VIP ท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงของเพื่อนๆ และพยานนับสิบในคลับ กลิ่นน้ำหอมราคาแพงของเธอทิ้งรอยความหอมที่รุนแรงเอาไว้เบื้องหลัง เช่นเดียวกับเจตจำนงที่ต้องการจะบดขยี้ความทระนงของผู้ชายที่อยู่ด้านบนให้แหลกลาญ
เสียงส้นเข็มสีแดงสดกระทบกับพื้นหินอ่อนเป็นจังหวะที่หนักแน่นและมั่นคง พิชชา ไม่ได้เดินเธอเยื้องกรายราวกับว่าพื้นคลับแห่งนี้คือรันเวย์ส่วนตัวที่เธอเป็นเจ้าของเพียงผู้เดียว
สายตาของแขกเหรื่อทั้งชายและหญิงต่างหยุดนิ่งที่ร่างระหงในชุดเดรสเมทัลลิกสีเงินที่รัดรึงไปกับส่วนโค้งเว้าอันสมบูรณ์แบบ ทุกท่วงท่าของเธอเต็มไปด้วยความทะนงและแรงดึงดูดที่ยากจะต้านทาน
แต่เป้าหมายของเธอไม่ใช่สายตาชื่นชมเหล่านั้น ดวงตาคู่สวยคมกริบจดจ้องไปที่บันไดวนวนหรูหราซึ่งนำทางไปสู่ชั้นลอย โซนหวงห้ามที่ถูกเรียกว่า 'The Den' หรือรังของเสือร้ายที่ชื่อว่าเพลิง
เมื่อก้าวไปถึงเชิงบันได บรรยากาศรอบกายก็เปลี่ยนไปทันที ความพลุกพล่านของฝูงชนด้านล่างถูกตัดขาดด้วยบอดี้การ์ดร่างยักษ์สองคนที่ยืนเฝ้าทางขึ้นราวกับรูปปั้นหิน
ทั้งคู่สวมสูทสีดำสนิท ใบหน้าเย็นชาไร้ความรู้สึก และทันทีที่พิชชาขยับเข้าใกล้ พวกเขาก็ก้าวออกมาขวางทางไว้อย่างพร้อมเพรียง
"ขออภัยครับคุณพิชชี่ ด้านบนนี้เป็นเขตส่วนตัว ไม่ได้รับอนุญาตให้ขึ้นครับ" หนึ่งในนั้นกล่าวเสียงเรียบขรึม แววตาไม่มีความลังเลแม้ต้องประจันหน้ากับผู้หญิงที่สวยที่สุดในงาน
พิชชาหยุดยืนนิ่ง เธอไม่ได้ถอยหลังหนีแม้เพียงเซนติเมตรเดียว มือเรียวที่ถือแก้วไวน์แดงทรงสูงยกขึ้นจิบช้าๆ ก่อนจะปรายตามองชายร่างยักษ์ตรงหน้าด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยอำนาจ
"ถอยไปค่ะ ฉันมีธุระต้องคุยกับเจ้าของที่นี่"
"บอสต้องการความเป็นส่วนตัวครับ รบกวนคุณพิชชี่กลับลงไปที่โต๊ะด้านล่างด้วย" บอดี้การ์ดยังคงยืนกราน พร้อมกับขยับร่างกายเข้ามากดดันเพื่อบังคับให้เธอถอยกลับไป
เสียงฮือฮาเริ่มดังขึ้นจากแขกด้านล่าง หลายคนเริ่มจับตามองว่านางแมวป่าคนนี้จะกล้าลุยต่อหรือจะยอมแพ้ให้กับการคุ้มกันที่หนาแน่น แต่คนอย่างพิชชาไม่เคยสะกดคำว่ายอมแพ้ ยิ่งถูกขวาง เธอก็ยิ่งอยากจะพังทลายมันลง
