บทที่ 4 คำสั่งจากเบื้องบน

คำสั่งจากเบื้องบน

บรรยากาศบริเวณเชิงบันไดวนหรูหราที่ทอดตัวขึ้นสู่โซน VVIP ตึงเครียดจนแทบจะระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ แรงกดดันจากบอดี้การ์ดร่างยักษ์สองคนที่ยืนตระหง่านราวกับกำแพงเหล็กกล้านั้นมากพอจะทำให้ผู้หญิงทั่วไปต้องตัวสั่นและเดินถอยกลับไปอย่างผู้แพ้ ทว่าพิชชาไม่ใช่ผู้หญิงทั่วไป

เธอยังคงยืนหยัดอย่างมั่นคงบนส้นเข็มสีแดงสดที่สูงชัน ใบหน้าสวยเชี่ยวที่ถูกแต่งแต้มมาอย่างประณีตไม่มีวี่แววของความเกรงกลัว มือเรียวที่ถือแก้วไวน์แดงทรงสูงยังคงนิ่งสนิท เธอจ้องมองสบตากับบอดี้การ์ดคนตรงหน้าด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยอำนาจและการสั่งการ ราวกับว่าเธอคือเจ้าของสถานที่แห่งนี้เสียเอง

“ฉันบอกให้ถอยไปไงคะ หรือว่าต้องให้ฉัน สั่งสอนมารยาทในการต้อนรับแขกให้พวกคุณใหม่” น้ำเสียงของพิชชาเย็นเฉียบ ทรงพลังจนแขกเหรื่อรอบบริเวณที่แอบมองอยู่ถึงกับต้องลอบกลืนน้ำลาย

ในจังหวะที่บอดี้การ์ดคนหนึ่งขยับกายเข้าใกล้คล้ายจะใช้กำลังบังคับให้เธอถอยฉาก ความเงียบงันที่กดดันปานจะหายใจไม่ออกนั้นก็ถูกทำลายลงด้วยเสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยอำนาจเหลือคณา มันเป็นเสียงที่นิ่งเรียบแต่กลับดังก้องกังวานไปทั่วบริเวณ ราวกับเสียงของประกาศิตที่ลงมาจากสรวงสวรรค์หรืออาจจะเป็นนรก

“ปล่อยเธอขึ้นมา”

คำสั่งสั้นๆ นั้นทำให้ทุกอย่างหยุดชะงัก บอดี้การ์ดทั้งสองคนรีบถอนมือและก้มศีรษะลงเล็กน้อยด้วยความนอบน้อมระดับสูงสุด ก่อนจะถอยฉากออกไปยืนขนาบข้างบันไดราวกับหุ่นยนต์ที่ถูกตั้งโปรแกรมไว้ เปิดทางให้พิชชาเดินผ่านไปได้อย่างอิสระ

พิชชาเงยหน้าขึ้นมองตามที่มาของเสียงทันที บนชั้นลอยที่ถูกขนานนามว่าThe Denร่างสูงใหญ่ของเพลิงยืนตระหง่านอยู่ริมขอบราวระเบียงทองเหลืองฉลุลายวินเทจ

แสงไฟนีออนโทนแดงสลัวฉาบทับแผ่นหลังกว้างของเขาให้ดูราวกับเงาของปีศาจที่กำลังเฝ้าดูโลกมนุษย์ ควันบุหรี่สีขาวนวลลอยคลุ้งรอบตัวเขาเป็นสายสาย ก่อนจะจางหายไปในความมืด เพลิงไม่ได้ขยับเขยื้อน เขาเพียงแค่นิ่งมองลงมา นัยน์ตาคมกริบดุจเหยี่ยวที่ซ่อนอยู่ในเงามืดนั้นกำลังจับจ้องเหยื่อสาวอย่างไม่วางตา

พิชชาเหยียดยิ้มที่มุมปากรอยยิ้มของผู้ชนะที่สามารถพังทลายกำแพงด่านแรกของเขาลงได้

“ขอบคุณที่รู้จักเปิดบ้านต้อนรับแขกนะคะคุณเพลิง” เธอกระซิบแผ่วเบากับตัวเอง ก่อนจะเริ่มต้นก้าวเดิน

เสียงส้นเข็มกระทบพื้นบันไดไม้เนื้อแข็งดัง'กึก กึก เป็นจังหวะสม่ำเสมอ พิชชาไม่ได้รีบร้อน เธอเดินขึ้นบันไดวนทีละขั้นด้วยท่วงท่าที่ถูกฝึกฝนมาอย่างดีบนรันเวย์ระดับโลก แผ่นหลังตั้งตรง สะโพกมนสวยขยับไหวอย่างเป็นธรรมชาติภายใต้ชุดเดรสเมทัลลิกที่รัดรึง ทุกย่างก้าวของเธอดูราวกับการร่ายรำที่เย้ายวนและทระนงในเวลาเดียวกัน

จุดปะทะที่รุนแรงที่สุดไม่ใช่ร่างกายที่กำลังเข้าใกล้กัน แต่คือ 'สายตา'

เพลิงไม่ได้ละสายตาไปจากเธอแม้แต่วินาทีเดียว เขาจ้องมองทุกการเคลื่อนไหวของพิชชา ตั้งแต่ปลายเท้าที่สวมรองเท้าส้นสูงสีแดงเพลิง ไปจนถึงใบหน้าที่เชิดขึ้นอย่างถือดี

สายตาของเขาไม่ใช่สายตาที่หิวกระหายแบบผู้ชายไร้ชั้นเชิงที่เธอมักเจอ แต่มันคือสายตาของนักล่าที่กำลัง 'ประเมิน' มูลค่าของเหยื่อที่กล้าเดินเข้ามาหาถึงกรง

ส่วนพิชชาก็จ้องตอบกลับไปอย่างไม่ลดละ เธอจงใจมองลึกเข้าไปในดวงตาคมกริบคู่นั้นเพื่อค้นหารอยร้าวหรือความหวั่นไหว แม้ในใจจะเริ่มรู้สึกถึงแรงกดดันมหาศาลที่แผ่ออกมาจากตัวชายหนุ่มจนผิวเนื้อเริ่มร้อนผ่าว แต่เธอก็ไม่ยอมเป็นฝ่ายหลบตาก่อนเด็ดขาด สำหรับนางแมวป่าอย่างเธอ การหลบตาคือสัญลักษณ์ของความพ่ายแพ้

ยิ่งก้าวสูงขึ้น ระยะห่างระหว่างเธอกับเขาก็ยิ่งสั้นลง กลิ่นอายของความดิบเถื่อนที่ผสมปนเปกับกลิ่นน้ำหอมแนววู้ดดี้และยาสูบชั้นดีของเพลิงเริ่มรุกรานโสตประสาทของเธอ มันเป็นกลิ่นที่สื่อถึงอำนาจและความเป็นชายที่รุนแรงจนน่าขนลุก

เมื่อก้าวขึ้นมาถึงขั้นสุดท้าย พิชชาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเขาพอดิบพอดี ระยะห่างที่เหลือเพียงไม่ถึงสองช่วงแขนทำให้เธอต้องแหงนหน้าขึ้นเล็กน้อยเพื่อสบตากับชายหนุ่มที่สูงกว่ามาก แสงไฟจากด้านล่างส่องขึ้นมาเห็นเพียงเสี้ยวหน้าด้านข้างที่คมเข้มและสันกรามที่ขบกันแน่นของเพลิง

“ใจกล้ากว่าที่คิดนี่พิชชี่” เพลิงเอ่ยเสียงพร่าพลางพ่นควันบุหรี่ออกมาช้าๆ ควันสีขาวลอยผ่านใบหน้าสวยของเธอไปอย่างจงใจ

“รู้ไหมว่าการก้าวข้ามบันไดขั้นสุดท้ายขึ้นมา มันหมายถึงเธอได้สละสิทธิ์ในการเดินกลับลงไปแบบเดิมแล้ว”

พิชชาเหยียดยิ้มร้าย พลางยกแก้วไวน์ในมือขึ้นเสมอระดับสายตา นัยน์ตาวาวโรจน์ท้าทายแสงไฟ

“เดิมพันที่สูง มักจะได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าเสมอไม่ใช่เหรอคะ และพิชชี่ก็ไม่เคยชอบอะไรที่มัน 'ได้มาง่ายๆ' อยู่แล้วด้วย”

ในวินาทีนั้นสงครามประสาทเบื้องหน้าบันไดวนได้จบลง แต่สงครามที่แท้จริงภายในรังเสือกำลังจะเริ่มต้นขึ้น ท่ามกลางสายตาของลูกน้องและกลุ่มเพื่อนที่เฝ้ามองดูอยู่ด้วยความลุ้นระทึก เกมล่าครั้งนี้ใครจะเป็นคนเปลี่ยนสถานะจากนักล่ากลายเป็นเหยื่อกันแน่!

บทก่อนหน้า
บทถัดไป