บทที่ 5 รสชาติของความอันตราย

รสชาติของความอันตราย

เพลิงยังคงนั่งอยู่ในท่วงท่าที่เกียจคร้านแต่ทว่าทรงอำนาจบนโซฟาหนังสีดำตัวเขื่อง นัยน์ตาคมกริบของเขาจดจ้องทกุการเคลื่อนไหวของพิชชาขณะที่เธอเดินเข้ามารุดล้ำพื้นที่ส่วนตัวอย่างไม่เกรงใจ ภายใน 'The Den' นี้ แสงไฟสีแดงก่ำส่องผ่านแก้ววิสกี้ในมือเขาจนเกิดเงาสะท้อนที่ดูอันตราย

พิชชาหยุดยืนตรงหน้าเขา รัศมีนางแบบแถวหน้าของเธอแผ่กระจายจนบดบังแสงไฟรอบข้าง มือเรียววางแก้วไวน์แดงลงบนโต๊ะกระจกนิรภัยขยับเข้าไปชิดกับแก้ววิสกี้ของเขาจนได้ยินเสียงกระทบเบาๆ แต่มันกลับดังก้องในความรู้สึกของผู้ที่มองอยู่

“พื้นที่ตรงนี้ดูเหมือนจะต้อนรับคนยากกว่าที่คิดนะคะคุณเพลิง” พิชชาเอ่ยทำลายความเงียบ น้ำเสียงของเธอราบเรียบแต่แฝงด้วยความเยาะหยัน

“มันต้อนรับเฉพาะคนที่คุ้มค่าพอจะให้เสียเวลาด้วยเท่านั้นแหละ” เพลิงตอบพลางหมุนแก้ววิสกี้ในมือช้าๆ สายตาของเขาไม่ได้มองแก้ว แต่กลับจ้องมองเรียวขาสวยใต้ชุดเมทัลลิกอย่างจงใจ

“แล้วเธอล่ะมีอะไรที่คุ้มพอจะให้ฉันหยุดมองผู้หญิงคนอื่นในงาน แล้วมาสนใจเธอคนเดียวได้บ้าง”

พิชชาหัวเราะแผ่วเบา เธอโน้มตัวลงไปหาเขาจนหน้าอกอิ่มเกือบจะสัมผัสกับเข่าแกร่ง มือหนึ่งเท้าลงบนพนักโซฟา อีกมือหนึ่งเชยคางขึ้นสบตาเขาในระยะประชิด

“ทุกอย่างในตัวพิชชี่คือสิ่งที่คุณไม่มีปัญญาจะหาได้จากผู้หญิงคนไหนในคลับนี้แน่นอนค่ะ โดยเฉพาะความจริงใจที่ซ่อนอยู่ภายใต้เปลือกที่คุณจิกกัดนักหนา”

เพลิงเหยียดยิ้มร้าย นัยน์ตาฉายแววประเมินเหยื่อล้ำค่าตามเกมเดิมพันที่เขาวางไว้ลับๆ  

“เปลือกของเธอมันสวยนะพิชชี่ สวยจนน่ากลัว สวยเหมือนเกราะป้องกันที่เธอสร้างขึ้นมาเพื่อขู่คนอื่นไม่ให้กล้าเข้าใกล้ตัวตนจริงๆ ที่เธออาจจะซ่อนไว้เพราะมันแสนจะเปราะบาง”

เขาลดเสียงต่ำลงจนฟังสั่นประสาทพลางโน้มหน้าเข้าไปใกล้กว่าเดิม

“เธอกำลังใช้จริตพวกนี้ปกปิดความอ่อนแอข้างในอยู่ใช่ไหม เธอกลัวว่าถ้าใครเห็นความจืดชืดข้างในเข้า มนต์ขลังของนางแมวป่าคนนี้จะเสื่อมลง”

“คุณวิจารณ์ได้น่าสนใจดีนะคะ แต่น่าเสียดายที่คุณมองผิดไปถนัด” พิชชี่โต้กลับทันควัน นัยน์ตาวาวโรจน์ท้าทาย

“เกราะของพิชชี่ไม่ได้มีไว้ป้องกันความอ่อนแอค่ะ แต่มันมีไว้เพื่อคัดกรอง 'ผู้ชายขี้ขลาด' ออกไปต่างหาก แล้วการที่คุณนั่งหลบมุมส่งการ์ดมาท้าทายแบบนี้ มันก็ชัดเจนแล้วว่าคุณเองก็แค่คนที่ชอบมองจากในรู ไม่กล้าเดินลงมาเผชิญหน้าในสนามจริง”

เพลิงหรี่ตาลง ประกายไฟในดวงตาเริ่มลุกโชนขึ้นมาจริงๆ เขาคว้าข้อมือเล็กของเธอไว้แน่นด้วยมือเพียงข้างเดียว แรงบีบที่มั่นคงแต่ไม่ถึงกับเจ็บทำให้พิชชาใจกระตุก

“งั้นเธอก็ขึ้นมาหาผิดคนแล้วล่ะ เพราะในถิ่นของฉัน ฉันไม่เคยหลบมุมเพื่อดูเหยื่อดิ้นรน แต่ฉันกำลังรอเวลาที่จะขย้ำให้แหลกคามือต่างหาก”

“งั้นก็ลองดูสิคะเพลิง” พิชชี่ท้าทายพลางใช้สายตาไล้ไปตามริมฝีปากหยักลึกของชายหนุ่ม

“มาดูกันว่าระหว่างไฟที่คุกรุ่นในตัวคุณ กับน้ำมันอย่างพิชชี่ ใครจะแผดเผาใครให้มอดไหม้ก่อนกันในคืนนี้”

เพลิงหัวเราะในลำคอ ซึ่งเป็นเสียงที่ฟังดูเซ็กซี่อย่างประหลาด เขาปล่อยข้อมือเธอแต่กลับเปลี่ยนมารวบเอวบางให้ลงมานั่งบนตักอย่างรวดเร็ว พิชชาอุทานออกมาแผ่วเบาด้วยความตกใจแต่ก็ไม่ยอมถอยหนี เธอวางมือบนบ่ากว้างและมองสบตาเขาอย่างทระนง โดยหารู้ไม่ว่าทุกความเคลื่อนไหวของเธอกำลังถูกประเมินราคาเพื่อชัยชนะในเกมเดิมพันที่เธอไม่มีวันรู้

เสียงแก้ววิสกี้ที่กระทบกับโต๊ะกระจกเบื้องหลังเริ่มไกลออกไปทุกที เมื่อเพลิงตัดสินใจลุกขึ้นยืนเต็มความสูงโดยที่วงแขนแกร่งยังคงรวบเอวบางของ พิชชา เอาไว้แน่น เขาไม่ได้ปล่อยให้เธอเป็นอิสระ แต่กลับบังคับให้เธอเดินกึ่งถูกโอบอุ้มลึกเข้าไปยังมุมด้านในสุดของโซน VVIP ซึ่งถูกกั้นด้วยม่านกำมะหยี่สีไวน์แดงหนาทึบ แยกตัวออกจากสายตาซุกซนของกลุ่มเพื่อนสนิทและแสงไฟสลัวจากด้านล่างคลับ

ที่นี่คือพื้นที่กึ่งส่วนตัวที่มีเพียงแสงจากดวงจันทร์ภายนอกลอดผ่านกระจกบานสูงลงมาเพียงรำไร บรรยากาศเงียบสงัดจนได้ยินเสียงจังหวะหัวใจของคนสองคนที่เต้นรัวแรงแข่งกับเสียงเบสหนักๆ ที่ดังอื้ออึงอยู่นอกม่าน

“พาพิชชี่แยกออกมาแบบนี้ กลัวเพื่อนคุณเห็นเวลาที่เสือร้ายถูกแมวอย่างฉันปราบเหรอคะ” พิชชาเอ่ยทำลายความเงียบ น้ำเสียงของเธอแม้จะดูทระนง แต่ในใจกลับเริ่มรู้สึกถึงรังสีคุกคามที่ต่างไปจากเดิม

เพลิงไม่ตอบ เขาเพียงแต่ดันร่างระหงให้แผ่นหลังแนบชิดไปกับกระจกเย็นเยียบ ก่อนจะเท้าแขนทั้งสองข้างคร่อมร่างเธอไว้ บังคับให้เธออยู่ในวงล้อมของร่างกายเขาอย่างสมบูรณ์แบบ ความมืดและกระแสกดดันจากชายหนุ่มทำให้พื้นที่ที่เคยดูหรูหรากลับกลายเป็นกรงขังล่องหนที่บีบคั้นอารมณ์จนถึงขีดสุด

“ฉันแค่ไม่ชอบให้ใครมาดู เวลาที่ฉันกำลัง ประเมินของล้ำค่าชิ้นใหม่” เพลิงกระซิบเสียงต่ำ นัยน์ตาของเขาจดจ้องใบหน้าสวยเชี่ยวในความมืด

“เธอรู้ไหมพิชชี่ ผู้ชายที่เธอเคยเจอมาอาจจะยอมสยบเพียงเพราะรอยยิ้มจอมปลอมนั่น แต่สำหรับฉัน ยิ่งเธอดิ้นรนอยากคุมเกมเท่าไหร่ ฉันยิ่งอยากเห็นเธอหลุดจากหน้ากากพวกนั้นมากเท่านั้น”

“คุณไม่มีวันเห็นหรอกค่ะ เพราะพิชชี่คือคนคุมเกมเสมอ” เธอเชิดหน้าสบตาเขาอย่างไม่ยอมแพ้ แม้ลมหายใจร้อนๆ ของเขาจะเป่ารดอยู่ที่ข้างแก้มจนเริ่มมวนท้อง

“ความเงียบของคุณไม่ได้ทำให้พิชชี่กลัวนะคะ แต่มันยิ่งทำให้พิชชี่รู้ว่าคุณเองก็กำลังหวั่นไหวกับเสน่ห์ของพิชชี่จนไม่กล้าพูดอะไรออกมามากกว่า”

เพลิงหัวเราะแผ่วเบาในลำคอ เป็นเสียงที่ฟังดูเซ็กซี่อย่างประหลาดในความมืด

“หวั่นไหวงั้นเหรอ เธอประเมินตัวเองสูงไปหรือเปล่าสาวน้อย ฉันแค่กำลังสงสัยว่า ภายใต้ชุดสีเงินราคาแพงนี่ กับจริตจะก้านที่เธอพยายามขุดมาใช้ ข้างในมันจะเร่าร้อนได้สักครึ่งหนึ่งของปากเธอไหม”

“อยากรู้ก็ลองดูสิคะ” พิชชี่โต้กลับพลางกรีดนิ้วไปตามแนวสันกรามคมของชายหนุ่มช้าๆ อย่างท้าทาย

“มาดูกันว่าใครจะหลุดก่อนกัน ระหว่างพิชชี่ที่คุณหาว่ามีแต่เปลือก กับคุณที่ทำเป็นนิ่งเฉยเหมือนพระอิฐพระปูน แต่จริงๆ แล้วเลือดในกายคุณมันเดือดพล่านไปหมดแล้วใช่ไหมล่ะคะ”

เพลิงโน้มหน้าลงมาจนปลายจมูกชนกัน ความเงียบที่เขาจงใจใช้กดดันดูเหมือนจะเริ่มย้อนกลับมาทำลายสมาธิของเขาเอง

เมื่อกลิ่นน้ำหอมกุหลาบป่าที่เปี่ยมด้วยจริตของเธอมันช่างยั่วยวนจนเกินรับมือ ในหัวของเขาแวบภาพเดิมพันมหาศาลขึ้นมา หุ้นคลับรถสปอร์ต ทั้งหมดนั้นคือเป้าหมาย แต่คนตรงหน้าที่กำลังจ้องมองเขาด้วยสายตานักล่านั้นกลับสั่นคลอนความนิ่งสงบของเขาอย่างรุนแรง

“ในกรงนี้ไม่มีที่ให้คนแพ้ได้ยืนหรอกนะพิชชี่” เพลิงกระซิบที่ริมฝีปากเธอในระยะไม่กี่มิลลิเมตร

“และฉันจะพิสูจน์ให้เธอเห็น ว่าความไม่ธรรมดาของฉัน มันจะทำให้หน้ากากนางแมวป่าของเธอกะเทาะออกมาทีละชิ้น จนเหลือเพียงความต้องการที่เธอเองก็ห้ามไม่ได้”

“พิชชี่ก็อยากรู้เหมือนกันค่ะ ว่าเสือที่อยู่ในกรงทองหรูๆ แบบคุณ เวลาจนมุมจริงๆ จะน่าเอ็นดูขนาดไหน”

สายตาสองคู่ประสานกันในความมืด แฝงไปด้วยความปรารถนาและการเอาชนะที่รุนแรง สงครามในกรงที่หรูหรานี้เพิ่งเริ่มบทนำ และดูเหมือนว่าจะไม่มีใครยอมถอยออกไปได้ง่ายๆ อีกต่อไป

บทก่อนหน้า
บทถัดไป