บทที่ 7 การถอยเพื่อรุก

การถอยเพื่อรุก

เสียงส้นเข็มสีแดงเพลิงที่กระทบกับพื้นหินอ่อนขัดเงาดังสะท้อนก้องไปทั่วโถงทางเดินของคลับหรู ทุกลมหายใจของแขกเหรื่อที่กำลังโยกย้ายตามจังหวะดนตรีด้านล่างดูเหมือนจะหยุดชะงักลงครู่หนึ่งเมื่อร่างระหงของพิชชาก้าวลงมาจากโซน VVIP ท่วงท่าของเธอในชุดเดรสเมทัลลิกสีเงินที่สะท้อนแสงไฟวิบวับนั้นดูสง่างามทว่าเยือกเย็น ราวกับราชินีหิมะที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องตัดสินโทษ

ใบหน้าสวยพริ้มเพราที่ถูกแต่งแต้มมาอย่างประณีตไม่มีวี่แววของความประหม่า แม้ว่าหยาดเหงื่อซึมชื้นเล็กน้อยที่ไรผมจะบ่งบอกถึงอุณหภูมิความร้อนแรงที่เพิ่งเกิดขึ้นในมุมมืดบนชั้นลอยนั้นก็ตาม ริมฝีปากอิ่มสีแดงสดขยับยิ้มบางๆ อย่างผู้ชนะ เธอรู้ดีว่าสายตาของคนทั้งคลับกำลังจับจ้องมาที่เธอ และที่สำคัญที่สุดสายตาของเขาก็กำลังมองตามแผ่นหลังของเธอไม่วางตาเช่นกัน

พิชชาเดินผ่านกลุ่มเพื่อนซี้ที่ยืนรออยู่หน้าเคาน์เตอร์บาร์ด้วยท่าทีรีบร้อน

“อ้าวพิชชี่ จะกลับแล้วเหรอแล้วคุณเพลิงล่ะ” เพื่อนสาวในกลุ่มร้องถามด้วยความสงสัย

พิชชาไม่แม้แต่จะหยุดฝีเท้า เธอเพียงแต่ปรายตาคมกริบมองเพื่อนพลางตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยทว่ากังวาน

“ธุระของฉันเสร็จแล้วและฉันก็ไม่อยากให้ เหยื่อของฉันอิ่มเร็วเกินไป”

“เหยื่อ? นี่แกจัดการคุณเพลิงได้แล้วเหรอ”

“เขาก็แค่ผู้ชายที่มั่นใจในตัวเองสูงคนหนึ่ง การปล่อยให้เขาจดจำรสชาติของความพ่ายแพ้ไปนอนฝันถึงสักคืน สองคืน มันได้ผลดีกว่าการยอมสยบให้เขาในทันทีที่เขาต้องการ” พิชชาขยับยิ้มร้าย นัยน์ตาวาวโรจน์

“ฉันไม่ได้ให้เบอร์ ไม่ได้ให้ช่องทางติดต่ออะไรเขาทั้งนั้น”

“แกบ้าไปแล้วเหรอพิชชี่ นั่นคุณเพลิงนะ ใครๆ ก็อยากได้คอนแทคเขากันทั้งเมือง”

“นั่นแหละคือประเด็นเพราะทุกคนอยากได้ เขาเลยไม่เคยมองเห็นค่าของคนที่วิ่งเข้าหา” พิชชาหยุดก้าวเมื่อถึงประตูทางออกพนักงานรักษาความปลอดภัยรีบเปิดประตูให้เธออย่างนอบน้อม

“ผู้ชายอย่างเพลิงน่ะ ชอบอะไรที่มันได้มายากและฉันจะทำให้เขารู้สึกว่าการจะเข้าถึงตัวฉัน มันต้องแลกมาด้วยความพยายามที่มากกว่าแค่การส่งแชมเปญขวดเดียว”

เธอก้าวเดินออกไปท่ามกลางลมหนาวบางเบายามค่ำคืน ทิ้งให้กลุ่มเพื่อนยืนตะลึงกับความ 'ใจเด็ด' และชั้นเชิงที่เหนือระดับ

ในขณะเดียวกัน บนชั้นลอยที่โซน VVIP ความเงียบงันปกคลุมอยู่ชั่วครู่ก่อนที่เสียงหัวเราะอย่างสะใจจะดังขึ้นจากพัดที่เดินเข้ามาตบบ่าเพื่อนรักอย่างแรง

“ไอ้เพลิง! กูไม่เคยเห็นใครเดินสะบัดหน้าใส่มึงแล้วเดินออกไปเฉยๆ แบบนี้เลยว่ะ นางแบบคนนี้ร้ายไม่เบานะเนี่ย ไม่ให้เบอร์ ไม่ให้ชื่อโซเชียล ทิ้งไว้แค่รอยจูบประกาศสงครามกับกลิ่นน้ำหอมให้มึงคลั่งเล่น” พัดหัวเราะร่าพลางรินวิสกี้ใส่แก้ว

“งานนี้มึงท่าจะกินยากแล้วว่ะ รถสปอร์ตคันนั้นกูว่ากูเก็บไว้ใช้เองดีกว่ามั้ง”

เพลิงยังคงนั่งนิ่งอยู่ในเงารามของมุมโซฟา มือหนายกแก้ววิสกี้ขึ้นจิบช้าๆ นัยน์ตาคมกริบที่เคยเย็นชาบัดนี้กลับวาวโรจน์ด้วยประกายบางอย่างที่น่าขนลุก เขายกนิ้วหัวแม่มือขึ้นลูบริมฝีปากตัวเองเบาๆ ราวกับยังสัมผัสได้ถึงรสชาติหวานล้ำที่ปนเปไปด้วยความร้อนแรงจากจูบเมื่อครู่

เขากระตุกยิ้มที่มุมปาก มันไม่ใช่ยิ้มของคนแพ้ แต่มันคือยิ้มของนักล่าที่กำลังเห็นเกมที่สนุกที่สุดในชีวิต

“ยากงั้นเหรอ?” เพลิงเอ่ยน้ำเสียงทุ้มต่ำพลางปลายตามองเพื่อน

“ยิ่งยากสิมันถึงจะคุ้มค่ากับเดิมพัน มึงเตรียมยกรถสปอร์ตคันนั้นให้กูได้เลยพัด เพราะจูบเมื่อกี้มันบอกกูหมดแล้ว ว่ายัยนางแมวป่านั่นกำลังติดกับฉันเข้าเต็มเปา”

“มึงมั่นใจขนาดนั้นเลยเหรอวะ เขาเดินหนีมึงไปแบบไม่เหลียวหลังเลยนะเว้ย!”

“กิริยาที่ดูเหมือนถอย จริงๆ มันคือการถอยเพื่อรุกต่างหาก” เพลิงวางแก้วเหล้าลงบนโต๊ะกระจกเสียงดังเปรี้ยง

“พิชชี่ฉลาด เธอรู้ว่าผู้ชายอย่างกูขี้เบื่อ เลยพยายามทำตัวให้ลึกลับและเข้าถึงยากเพื่อดึงดูดกู แต่เธอลืมไปอย่างหนึ่งว่าในป่านี้ ฉันคือนักล่าที่ไม่เคยปล่อยให้เหยื่อที่ถูกหมายหัวหลุดมือไปได้”

เพลิงหันไปมองกุญแจรถสปอร์ต Limited Edition ที่วางอยู่บนโต๊ะ แววตาของเขาไม่ได้มีความหวั่นไหวต่อเดิมพันเรื่องทรัพย์สินแม้แต่น้อย แต่เขากำลังกระหายที่จะเห็นหน้ากากนางพญาของพิชชาพังทลายลงภายใต้อำนาจของเขา

“เธอคิดว่าการไม่ให้ช่องทางติดต่อจะทำให้ฉันหาเธอไม่พบ” เพลิงพึมพำกับตัวเอง สายตามองออกไปนอกหน้าต่างกระจกบานใหญ่ที่เห็นแสงไฟของเมืองหลวง

“พรุ่งนี้ฉันจะทำให้เธอรู้ ว่าโลกใบนี้มันเล็กแค่ไหนเมื่อฉันต้องการจะเจอเธอ”

พัดมองหน้าเพื่อนแล้วลอบกลืนน้ำลาย เขารู้ดีว่าเมื่อไหร่ที่เพลิงมีสายตาแบบนี้ นั่นหมายความว่าเกมนี้จะไม่ใช่แค่เรื่องของการพนันรถหรูหรือหุ้นคลับอีกต่อไป แต่มันคือการเดิมพันด้วยอีโก้และ ความปรารถนา ที่ไม่มีใครยอมใคร

“กูจะรอดู ว่ามึงจะต้อนนางแมวป่าตัวนี้ให้มาบอกรักมึงได้ยังไงภายในสามเดือน โดยที่มึงเองก็ห้ามเผลอใจไปรักเขาก่อนด้วยนะ กฎเหล็กจำได้ใช่ไหม”

“กูไม่เคยทำอะไรพลาด โดยเฉพาะเรื่องหัวใจ” เพลิงตอบเสียงเรียบ ทว่าในใจเขากลับเริ่มวางแผนการรุกรานครั้งใหญ่ที่จะเกิดขึ้นในวันรุ่งขึ้น แผนการที่พิชชาไม่มีวันคาดคิดว่าเขาจะกล้าบุกไปถึงถิ่นของเธอเอง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป