บทที่ 3 ผู้หญิงที่ชื่อ “ลลิน”

หลังจากรับประทานอาหารเย็นเสร็จ ทั้งสามคนก็ย้ายมานั่งพูดคุยกันต่อที่ห้องนั่งเล่น รามิลทิ้งตัวลงบนโซฟาตัวยาวอย่างสบายใจ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาไถเล่นเหมือนไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นก่อนหน้านี้

ส่วนมณีรัตน์นั่งอยู่ข้างสามี พลางมองลูกชายที่เอาแต่สนใจโทรศัพท์ในมือ

“รามิล”

“ครับแม่” ชายหนุ่มขานรับทั้งที่สายตายังไม่ละจากหน้าจอ

“เมื่อไรลูกจะจริงจังกับเรื่องงานเสียที”คำถามของแม่ทำให้รามิลเงยหน้าขึ้นทันที

“แม่ก็เอากับพ่ออีกคนแล้วเหรอครับ”

“แม่ไม่ได้จะกดดันลูกนะ แม่แค่เป็นห่วง”

“ผมรู้ครับ” รามิลยิ้มบาง ๆ ก่อนจะวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะ

“แต่ผมยังมีเวลาอีกเยอะไม่ใช่เหรอครับ”

ธีรภัทรมองลูกชายแล้วถอนหายใจ ก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“เรื่องงานเอาไว้ก่อนก็ได้ แต่มีอีกเรื่องที่แกควรรู้”

รามิลขมวดคิ้วเล็กน้อย “เรื่องอะไรครับ?”

ธีรภัทรกับมณีรัตน์มองหน้ากันครู่หนึ่ง ก่อนที่ผู้เป็นแม่จะเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้น

“เรื่องของลลิน”

“ลลิน?” รามิลทวนชื่ออย่างไม่เข้าใจ

มณีรัตน์ยิ้มบาง ๆ ก่อนจะตอบ “ลูกสาวของคุณลุงภูวดลไง จำได้ไหม”

“จำไม่ได้ครับแม่ ทำไมหรือครับ?” รามิลขมวดคิ้วเล็กน้อย มองมารดาด้วย

สีหน้าสงสัย

“ก็...” มณีรัตน์กำลังจะเอ่ยถึงเรื่องสำคัญ  แต่ยังไม่ทันได้พูดต่อเสียงโทรศัพท์มือถือของรามิลก็ดังขึ้นเสียก่อน

รามิลรีบเอื้อมมือไปคว้าโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะ ก่อนจะก้มมองหน้าจอแล้วเผยรอยยิ้มออกมา

“ขอตัวรับโทรศัพท์ก่อนนะครับ” ชายหนุ่มลุกขึ้นจากโซฟาแทบจะทันที ก่อนจะกดรับสาย

(“ว่าไงวะ?”) น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นสดใสขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

มณีรัตน์มองตามลูกชาย ก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ เธอรู้ทันทีว่า...รามิลกำลังหาทางหนีจากบทสนทนาเรื่องจริงจังอีกแล้ว

ส่วนธีรภัทรได้แต่นั่งนิ่ง มองลูกชายที่เดินออกไปคุยโทรศัพท์ไม่ไกลจากห้องรับแขกด้วยสายตาครุ่นคิด เพราะเรื่องที่เขากับภรรยากำลังจะบอกลูกชายในคืนนี้...ไม่ใช่เรื่องที่รามิลจะสามารถหลีกเลี่ยงได้ง่าย ๆ แน่นอน

ไม่นานหลังจากวางสาย รามิลก็เดินตรงกลับมาหาพ่อกับแม่ที่ห้องนั่งเล่น แต่แทนที่จะกลับมานั่งพูดคุยต่อ ชายหนุ่มกลับหยิบกุญแจรถที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมา

“ผมไปก่อนนะครับ”

มณีรัตน์เงยหน้าขึ้นมองลูกชายทันที

“จะไปไหนอีกลูก เพิ่งกลับมาถึงบ้านเองนะ”

“ไอ้คิรินโทรมาตามครับ” รามิลตอบพลางยิ้ม ก่อนจะเก็บกุญแจรถใส่กระเป๋ากางเกง

“นัดกันไว้นานแล้ว เดี๋ยวพวกมันรอ”

“นี่แกจะออกไปอีกแล้วเหรอ?” ธีรภัทรถามเสียงเข้ม

รามิลชะงักไปเล็กน้อย ก่อนหันกลับไปมองพ่อแล้งตอบกลับ

“ครับ”

“เราเพิ่งคุยกันเรื่องงานไปไม่ถึงชั่วโมง แกก็จะออกไปเที่ยวอีกแล้ว?”

“พ่อครับ เรื่องงานไว้ค่อยคุยกันก็ได้” รามิลพูดอย่างใจเย็น ก่อนหันไปยิ้มให้แม่

“แม่ครับ ผมไปก่อนนะ เดี๋ยวกลับดึก”

“รามิล...” มณีรัตน์เรียกลูกชายเอาไว้ แต่เขากลับเดินเข้ามากอดไหล่แม่เบา ๆ พร้อมกับโน้มตัวลงหอมแก้มแม่ของเขา

“อย่าเพิ่งบ่นผมเลยนะครับ” พูดจบชายหนุ่มก็ผละออก ก่อนเดินมุ่งหน้าไปทางประตูอย่างรวดเร็ว

“ไอ้ลูกคนนี้...” ธีรภัทรมองตามหลังด้วยสีหน้าเหนื่อยใจ

มณีรัตน์ได้แต่ยิ้มบาง ๆ ก่อนจะหันกลับมามองสามี “ใจเย็น ๆ ค่ะคุณ”

แต่ทั้งสองคนต่างรู้ดีว่า...เรื่องที่กำลังจะบอกลูกชาย คงต้องหาโอกาสใหม่อีกครั้ง

“อืม...คุณคะ” มณีรัตน์หันกลับมาพูดกับสามี หลังจากมองตามหลังลูกชายจนลับสายตา

“พูดถึงหนูลลินนะคะ ตอนเด็กก็น่ารักยังไง โตมาก็ยิ่งน่ารักขึ้น แถมยังช่วยงานคุณภูวดลได้ดีมากเลยนะคะ เก่งมาก ๆ” เธอพูดด้วยรอยยิ้มอย่างชื่นชม

“ทั้งเรียนเก่ง ทั้งขยัน ทำงานก็เป็นระเบียบ มีความรับผิดชอบ คุณภูวดลเองก็ไว้ใจลูกสาวมาก”

ธีรภัทรพยักหน้าเห็นด้วย ก่อนจะมองไปทางประตูที่รามิลเพิ่งเดินออกไป

“ใช่ ลลินเป็นเด็กดี”

“ถ้าได้มาเป็นลูกสะใภ้ของเรา ฉันคงหมดห่วงไปได้เยอะเลยค่ะ”

มณีรัตน์พูดขึ้นอย่างไม่ทันคิด ก่อนจะยิ้มออกมา

ธีรภัทรหันมองภรรยาเล็กน้อย แต่ไม่ได้ตอบอะไรในทันที

เพราะสิ่งที่ทั้งคู่กำลังพูดถึงอยู่นั้น...ไม่ใช่เพียงความชื่นชมที่มีต่อลูกสาวของเพื่อนสนิทเท่านั้น แต่ยังมีเรื่องหนึ่งที่ถูกเก็บเป็นความลับมานานหลายปี และถึงเวลาแล้วที่รามิลจะต้องได้รับรู้เสียที

“แต่เอ๊ะ...คุณคะ ดูเหมือนเด็กสองคนนี้จะไม่ได้เจอกันนานมากแล้วนะคะ”

มณีรัตน์เอ่ยขึ้นเมื่อนึกขึ้นได้ ก่อนหันไปมองสามี

“อืม...ก็ใช่นะ” ธีรภัทรพยักหน้าช้า ๆ พลางคิดอะไรในใจ

“ก็ตั้งแต่ไอ้ลูกชายตัวดีของคุณไปเรียนต่อเมืองนอกนั่นแหละ”

“ใช่ ๆ ค่ะ” มณีรัตน์พยักหน้าเห็นด้วย ก่อนจะยิ้มออกมา

“เดี๋ยวไว้วันไหนฉันโทรนัดคุณศิรินภามาทานข้าวด้วยกันดีกว่าไหมคะ”

“ก็ดีครับ” ธีรภัทรตอบ พลางเอนหลังพิงโซฟา

“เราจะได้แนะนำเด็กสองคนให้รู้จักกันอย่างจริงจังเสียที” เขาหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนพูดต่อด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้น

“แล้วก็จะได้คุยเรื่องสัญญาที่เราให้กันไว้ด้วย”

มณีรัตน์นิ่งไปเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้ารับ

“ค่ะ...ถึงเวลาที่เด็กสองคนควรจะได้รู้เรื่องนี้แล้วเหมือนกัน” มณีรัตน์พยักหน้ารับ ก่อนจะมองหน้าสามีด้วยรอยยิ้มบาง ๆ

ไม่มีใครรู้เลยว่า การนัดพบกันของสองครอบครัวในครั้งนี้ จะไม่ใช่เพียงแค่มื้ออาหารธรรมดา แต่เป็นวันที่ความลับที่ถูกเก็บไว้นานหลายปี กำลังจะถูกเปิดเผย และคนที่ยังไม่รู้เรื่องอะไรเลยอย่างรามิลกับลลิน...กำลังจะได้รู้ว่า ชีวิตของพวกเขาถูกผูกไว้ด้วยสัญญาของผู้ใหญ่ ตั้งแต่ยังไม่ทันได้มีโอกาสเลือกด้วยตัวเอง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป