บทที่ 4 ครอบครัวลลิน

ในอาคารสำนักงานสูงหลายสิบชั้น หญิงสาวคนหนึ่งกำลังก้มหน้าตรวจเอกสารที่วางอยู่ตรงหน้าอย่างตั้งใจ

“ตัวเลขชุดนี้ไม่ตรงกับรายงานฉบับก่อนค่ะ”

เสียงหวานเอ่ยขึ้นอย่างสุภาพ ก่อนจะเลื่อนเอกสารไปตรงหน้าคนที่นั่งฝั่งตรงข้าม

“ช่วยตรวจสอบให้ใหม่อีกครั้งนะคะ เพราะถ้าปล่อยผ่านไป ตัวเลขในส่วนนี้จะกระทบกับยอดรวมทั้งหมด” ลลินพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่แววตากลับจริงจังจนอีกฝ่ายไม่กล้าโต้แย้ง

หญิงสาววัยยี่สิบกว่า ๆ รูปร่างสมส่วน ใบหน้าสวยหวานและวางตัวเรียบร้อย

แม้ภายนอกจะดูอ่อนโยน แต่เวลาทำงานเธอกลับมีความละเอียดและจริงจังอย่างเห็นได้ชัด

“ค่ะคุณลลิน เดี๋ยวฉันกลับไปตรวจแล้วแก้ให้ใหม่ค่ะ”

“ขอบคุณค่ะ” ลลินยิ้มบาง ๆ ก่อนจะก้มกลับไปมองเอกสารตรงหน้า

เธอเป็นลูกสาวของนักธุรกิจ แต่ไม่เคยคิดใช้ชีวิตอยู่บนความสบายของครอบครัวเพียงอย่างเดียว ตั้งแต่เรียนจบ ลลินตั้งใจทำงานและพยายามพิสูจน์ความสามารถของตัวเองมาตลอด สำหรับเธอ...สิ่งที่ได้มาจากความพยายามของตัวเอง ย่อมมีค่ากว่าสิ่งที่ได้รับมาเพียงเพราะเกิดมาในครอบครัวที่ดี

ก๊อก...ก๊อก...ก๊อก...

เสียงเคาะประตูดังขึ้นพร้อมกับบานประตูห้องทำงานที่เปิดออก ชายวัยกลางคนในชุดสูทสีกรมท่าก้าวเข้ามาภายในห้อง

“ลลินลูก”

เสียงเรียกที่คุ้นเคยทำให้หญิงสาวเงยหน้าจากกองเอกสารตรงหน้าขึ้นมอง

“คะคุณพ่อ?”

ภูวดลเดินเข้ามาใกล้โต๊ะทำงาน ก่อนทอดสายตามองเอกสารที่วางเรียงรายอยู่ตรงหน้าลูกสาว “ยังทำงานอยู่อีกเหรอลูก?”

“อีกนิดเดียวค่ะพ่อ เดี๋ยวก็เสร็จแล้วค่ะ” ลลินส่งยิ้มให้บิดา ก่อนจะก้มหน้ากลับไปตรวจเอกสารตรงหน้าต่ออย่างตั้งใจ

ภูวดลมองลูกสาวด้วยสายตาเอ็นดู ก่อนจะส่ายหน้าเบา ๆ

“พักบ้างเถอะลูก ขยันเกินไปแล้วเรา”

“ก็หนูอยากช่วยพ่อนี่คะ” ลลินหัวเราะเบา ๆ ก่อนเงยหน้าขึ้นมองบิดาด้วยรอยยิ้ม

เพียงคำพูดสั้น ๆ ของลูกสาวก็ทำให้ภูวดลอดยิ้มตามไม่ได้ ความเหน็ดเหนื่อยจากการทำงานมาตลอดทั้งวันดูเหมือนจะหายไปในพริบตา

“แล้วพ่อมาหาหนูถึงที่นี่ มีอะไรหรือเปล่าคะ?”  ลลินเอ่ยถามขึ้นอย่างสงสัย ก่อนจะวางปากกาในมือลงแล้วเงยหน้ามองบิดาเต็มตา

ภูวดลนิ่งไปเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มบาง ๆ “พ่อมีเรื่องอยากคุยกับหนูนิดหน่อย”

“เรื่องงานเหรอคะ?”

“ไม่ใช่เรื่องงานหรอกลูก”

คำตอบนั้นทำให้ลลินขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะมองบิดาอย่างตั้งใจ

“แล้วเรื่องอะไรคะ?”

“อืม...เรื่องของหนูน่ะ” ภูวดลเอ่ยขึ้นช้า ๆ พลางมองหน้าลูกสาวด้วยแววตาเอ็นดู

“พ่ออยากรู้ว่า ลูกสาวของพ่อมีคนมาดูแลหัวใจหรือยัง” ตอนนี้ลูกพ่อก็โตมากแล้ว..คิดจะมีครอบครัวหรือยังลูก

คำถามนั้นทำให้ลลินชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยมองพ่ออย่างแปลกใจ

“มีครอบครัวเหรอคะ?”

“ใช่” ภูวดลพยักหน้า ก่อนจะลากเก้าอี้ตัวหนึ่งมานั่งลงข้างโต๊ะทำงาน

“หนูยังไม่ได้คิดเรื่องนี้จริงจังเลยค่ะ” ลลินตอบตามตรง ก่อนจะยิ้มบาง ๆ

“ตอนนี้หนูอยากตั้งใจทำงานให้เต็มที่ก่อนค่ะ เรื่องแต่งงานหรือมีครอบครัว...เอาไว้หนูพร้อมค่อยคิดก็ได้มั้งคะ”

ลลินยิ้มบาง ๆ ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“เพราะตอนนี้หนูยังสนุกกับการทำงานอยู่เลยค่ะพ่อ หนูอยากเรียนรู้งานให้มากกว่านี้ แล้วก็อยากช่วยพ่อดูแลบริษัทให้ดีที่สุด” หญิงสาวเว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนหัวเราะเบา ๆ

“จริง ๆ หนูก็คิดว่าอาจจะไม่มีเลยนะคะ”

ภูวดลเลิกคิ้วเล็กน้อย “ไม่มีอะไร?”

“ไม่มีครอบครัวค่ะ” ลลินตอบหน้าตาเป็นธรรมชาติ ก่อนจะยิ้มให้พ่อของเธอ

“หนูอยู่กับงานแบบนี้ก็มีความสุขดีค่ะพ่อ ไม่เห็นต้องรีบมีใครเลย”

ภูวดลมองลูกสาวอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ

“พูดแบบนี้แล้วพ่อจะบอกเรื่องที่พ่อกำลังจะพูดยังไงดีล่ะ”

ภูวดลมองลูกสาวด้วยสีหน้าครุ่นคิด แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไรต่อ เสียงโทรศัพท์มือถือของลลินก็ดังขึ้นเสียก่อน

กริ๊ง...กริ๊ง...กริ๊ง...

ลลินหันไปมองโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะ ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบขึ้นมาดูชื่อสายเรียกเข้า

“พะแพง” หญิงสาวเอ่ยขึ้นเบา ๆ ก่อนกดรับสาย

(“ฮัลโหล พะแพง”)

(“ลลิน! ฉันโทรมาย้ำแกนะ เย็นนี้ห้ามเบี้ยวเด็ดขาด”) เสียงปลายสายดังขึ้นทันทีจนลลินต้องยิ้มออกมา

(“ฉันไม่เบี้ยวหรอกน่า”)

(“แน่นะ? คราวที่แล้วแกก็บอกแบบนี้ สุดท้ายติดงานแล้วก็ยกเลิกนัดฉันอีก”)

(“คราวนี้ไม่ยกเลิกแล้วค่ะคุณเพื่อน ฉันรับปากแล้ว”) ลลินหัวเราะเบา ๆ ก่อนเหลือบมองบิดาที่กำลังนั่งมองเธออยู่

(“เย็นนี้เรานัดกันไว้กี่โมงนะ?”) เธอเอ่ยถามเรื่องเวลานัดกับเพื่อนสาวอีกครั้งเพื่อความมั่นใจว่าเธอจะไม่ไปเรท

(“หนึ่งทุ่มตรง แล้วก็ห้ามมาสายด้วย”)

(“รู้แล้วค่ะ เดี๋ยวฉันไปตามนัด”)

(“โอเค งั้นเจอกันเย็นนี้นะ”)

(“จ้ะ เจอกัน”) ลลินกดวางสาย ก่อนวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะ

“นัดกับเพื่อนไว้เหรอลูก?” ภูวดลเอ่ยถามหลังจากลูกวางสายลง

“ค่ะพ่อ วันนี้หนูนัดกับพะแพงไว้” ลลินยิ้มให้พ่อหนูฝากบอกแม่ด้วยนะค่ะว่าวันนี้ไม่ได้กลับไปทานข้าวเย็นด้วย

“ได้สิลูก เดี๋ยวพ่อบอกแม่ให้”

ภูวดลพยักหน้ารับ ก่อนจะมองลูกสาวที่หันกลับไปสนใจกองเอกสารตรงหน้าอีกครั้ง ชายหนุ่มวัยกลางคนไม่ได้พูดอะไรต่อ แต่ในใจกลับรู้ดีว่า...เรื่องที่เขาตั้งใจจะบอกลลินในวันนี้ ยังไงก็ไม่อาจเลี่ยงไปได้ตลอด

ภูวดลมองลูกสาวอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มอย่างเอ็นดูแล้วเดินออกจากห้องไป

บทก่อนหน้า
บทถัดไป