บทที่ 5 พบกันครั้งแรก
เมื่อถึงเวลานัดหมาย ลลินขับรถมายังร้านอาหารกึ่งผับหรูใจกลางเมืองตามที่นัดหมายกับพะแพงเอาไว้ หญิงสาวเลี้ยวรถเข้าไปจอดในลานจอดรถ ก่อนดับเครื่องยนต์แล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเช็กข้อความจากเพื่อน
พะแพง: ถึงแล้วบอกด้วยนะ ฉันอยู่ข้างใน
ลลินอ่านแล้วก็ยิ้ม ก่อนเก็บโทรศัพท์ลงในกระเป๋า เธอเปิดประตูลงจากรถ แล้วเดินตรงเข้าไปยังร้าน ทันทีที่ประตูเปิดออก เสียงเพลงและเสียงพูดคุยของผู้คนก็ดังเข้ามากระทบโสตประสาท บรรยากาศภายในร้านคึกคักกว่าที่เธอคิดเอาไว้ไม่น้อย
ลลินกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาเพื่อน
(“ฮัลโหล พะแพง ฉันถึงแล้วนะ”)
(“เห็นแล้ว ๆ เดินตรงเข้ามาเลย ฉันอยู่โต๊ะด้านใน”)พลางยกมือส่งสัญญาณบอก
(“โอเค เดี๋ยวฉันไปหา”) ลลินกดวางสาย ก่อนเดินเข้าไปด้านในตามที่เพื่อนบอก
ในจังหวะที่ลลินกำลังเดินผ่านโต๊ะของกลุ่มชายหนุ่ม เธอบังเอิญสบตากับใครบางคนเข้า ดวงตาคู่สวยหยุดอยู่เพียงชั่วครู่ ก่อนที่ลลินจะละสายตาออกอย่างเป็นธรรมชาติ เธอไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก เพราะจุดหมายของเธอในตอนนี้มีเพียงอย่างเดียวคือเดินไปโต๊ะที่พะแพงกำลังรออยู่
หญิงสาวเดินผ่านไปโดยไม่ได้หันกลับมามองอีก แต่คนที่นั่งอยู่ตรงนั้นกลับไม่ได้คิดเหมือนเธอ
รามิลมองตามหญิงสาวที่เพิ่งเดินผ่านหน้าไปอย่างไม่อาจละสายตาได้ ตั้งแต่ใบหน้าสวยหวาน รอยยิ้มเล็ก ๆ ไปจนถึงท่าทางการเดินที่ดูเรียบร้อยแต่กลับมีเสน่ห์อย่างประหลาด ทุกอย่างดึงดูดสายตาของเขาโดยไม่รู้ตัว
“ใครวะ...” ชายหนุ่มพึมพำออกมาเบา ๆ
“มึงว่าอะไรนะ?” คิรินหันมาถาม แต่รามิลไม่ได้ตอบ เขายังคงมองตามร่างบางที่กำลังเดินห่างออกไป
จนกระทั่งเห็นเธอเดินไปหยุดอยู่ที่โต๊ะหนึ่ง ก่อนจะนั่งลงกับหญิงสาวอีกคน
รามิลเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ค่อย ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้า เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองกำลังสนใจอะไรนักหนา รู้เพียงอย่างเดียวว่า...เขาอยากรู้ว่าผู้หญิงคนนั้นชื่ออะไร และที่สำคัญกว่านั้น...เขาอยากรู้ว่าเธอเป็นใคร
หญิงสาวไม่ทันสังเกตเลยว่า...อีกมุมหนึ่งของร้าน ชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังนั่งอยู่กับกลุ่มเพื่อน และบังเอิญหันสายตามาทางเดียวกับเธอพอดี
“เห้ย คิริน...สาวโต๊ะนั้นเป็นใครวะ?” รามิลเอ่ยถามเพื่อนขึ้นอีกครั้ง สายตายังคงจับจ้องไปยังโต๊ะที่หญิงสาวคนนั้นนั่งอยู่
คิรินหันไปมองตามที่รามิลถาม ก่อนจะมองกลับมาที่เพื่อนอย่างแปลกใจ
“คนไหนวะ?”
“ก็ผู้หญิงที่เพิ่งเดินผ่านโต๊ะเราไปเมื่อกี้” รามิลพยักหน้าไปทางโต๊ะนั้น
คิรินหันกลับไปมองอีกครั้ง ก่อนจะหรี่ตามองหญิงสาวอยู่ครู่หนึ่ง
“อ๋อ...คนนั้นเหรอ?” คิรินหันกลับไปมองหญิงสาวที่โต๊ะนั้นอีกครั้ง ก่อนจะเอ่ยขึ้น
“เธอชื่อลลิน”
รามิลเลิกคิ้วเล็กน้อยทันทีที่ได้ยินชื่อ “ลลิน?”
“ใช่” คิรินพยักหน้า ก่อนจะพูดต่อ
“ลูกสาวคุณภูวดล นักธุรกิจชื่อดังนั่นไง ช่วงนี้ชื่อเธอกำลังมาแรงเลยนะ ในแวดวงธุรกิจใคร ๆ เขาก็พูดถึง”
รามิลยังคงมองไปทางโต๊ะของหญิงสาวคนนั้นอย่างสนใจ
“ทำไมวะ?”
“ก็เธอทั้งสวยทั้งเก่งไง” คิรินยิ้ม ก่อนจะเล่าต่อ
“เห็นว่าเข้ามาช่วยงานที่บริษัทของพ่อได้ไม่นาน แต่ทำผลงานออกมาได้ดีมาก ผู้ใหญ่ในวงการหลายคนชื่นชมเรื่องความสามารถของเธอ”
รามิลฟังเงียบ ๆ พลางเหลือบมองลลินอีกครั้ง เขาไม่คิดเลยว่า ผู้หญิงที่เพิ่งทำให้เขาสะดุดตาเมื่อครู่จะไม่ได้เป็นเพียงสาวสวยที่มานั่งดื่มกับเพื่อนเท่านั้น แต่เธอเป็นถึงนักธุรกิจสาวดาวรุ่งที่กำลังได้รับความสนใจในแวดวงธุรกิจ
“น่าสนใจดีนี่” รามิลพึมพำ พลางยกแก้วในมือขึ้นจิบ
คิรินหันมามองเพื่อนทันที ก่อนยกยิ้มมุมปากอย่างรู้ทัน
“กูว่าไม่ใช่แค่เธอน่าสนใจแล้วมั้ง”
รามิลเหลือบมองเพื่อน “อะไรของมึง?”
“ตั้งแต่มึงเห็นเธอมาเนี่ย สายตามึงยังไม่เคยละจากโต๊ะนั้นเลย” รามิลหัวเราะ
เบา ๆ ไม่ได้ตอบอะไร แต่สายตาของเขาก็ยังคงมองไปทางหญิงสาวคนนั้นอยู่ดี
“แต่กูว่า...เธอคงไม่สนใจคนแบบมึงหรอก ไอ้รามิล” คิรินพูดพลางหัวเราะในลำคอ ก่อนยกแก้วขึ้นดื่ม
รามิลหันขวับกลับมามองเพื่อนทันที “ทำไมวะ? คนแบบกูทำไม?”
“ก็คนแบบมึง...” คิรินลากเสียงยาว ก่อนจะมองเพื่อนตั้งแต่หัวจรดเท้า
“ทั้งเจ้าชู้ เที่ยวเก่ง ปาร์ตี้เป็นชีวิตจิตใจ วัน ๆ ก็เอาแต่แข่งรถ เปลี่ยนผู้หญิงควงไม่ซ้ำหน้า”
“เฮ้ย...” รามิลทำเสียงประท้วง แต่คิรินยังพูดต่อ
“แล้วลลินเป็นนักธุรกิจสาวที่กำลังมาแรง ทำงานเก่ง ฉลาด แล้วก็ดูจริงจังกับชีวิตมาก มึงคิดว่าเขาจะมาสนใจผู้ชายอย่างมึงเนี่ยนะ?”
รามิลนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยกมุมปากขึ้นอย่างคนไม่ยอมแพ้
“แล้วมึงรู้ได้ไงว่าเขาไม่สนใจ?” รามิลถามกลับด้วยสีหน้าไม่เชื่อ
“กูดูจากสภาพมึงออก” คิรินตอบทันที พร้อมกับยกแก้วขึ้นดื่มอย่างไม่ใส่ใจนัก
“เหรอ?” รามิลเลิกคิ้ว ก่อนยกแก้วในมือขึ้นจิบ พลางปรายตามองไปยังโต๊ะของลลินอีกครั้ง มุมปากของชายหนุ่มค่อย ๆ ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
“เดี๋ยวมึงรอดูผลงานกูได้เลย” พูดจบ รามิลวางแก้วลงบนโต๊ะ ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง
“เฮ้ย! มึงจะไปไหน?” คิรินถามอย่างรู้ทัน
“ไปทำความรู้จักสิวะ” รามิลตอบหน้าตาเฉย ก่อนจัดเสื้อเล็กน้อยแล้วเดินตรงไปยังโต๊ะของลลินกับพะแพงทันที
คิรินมองตามหลังเพื่อนที่เดินจากไป ก่อนจะได้แต่ส่ายหน้าอย่างระอา
“เอาแล้วไง...” เขาพึมพำเบา ๆ พลางยกแก้วขึ้นจิบอีกครั้ง เพราะรู้ดีว่า เมื่อไหร่ก็ตามที่รามิลพูดคำว่า “เดี๋ยวมึงรอดูผลงานกู” นั่นหมายความว่า...เจ้าตัวกำลังจะสร้างเรื่องอะไรสักอย่างขึ้นมาแน่นอน เพราะเขารู้จักเพื่อนคนนี้ดี...ยิ่งอะไรได้มายาก รามิลยิ่งอยากลองเอาชนะ
