บทที่ 11 บทที่ 11
หลังจากจัดการพาแม่จอมยุ่งกลับไปที่ห้องพักเสร็จเรียบร้อยแล้ว แทนไทก็เดินกลับมาสมทบกับเพื่อนทั้งสี่คนของเขา ซึ่งกำลังนั่งสนทนากันอยู่ภายในห้องรับรอง เมื่อจาบรินเห็นแทนไทเดินเข้ามาก็เอ่ยถาม
“คุณพายถอดสร้อยเส้นนั้นได้ไหมแทน”
แทนไทส่ายหน้าแทนคำตอบ ก่อนจะหันไปขอโทษท่านชีคอีกครั้ง
“ผมต้องขอโทษท่านชีคด้วยนะครับ ที่น้องสาวของผมมาก่อความวุ่นวายขึ้นที่นี่ หวังว่าท่านชีคคงจะไม่ถือสาหาความอะไรเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น”
“เมื่อมันเป็นเรื่องเข้าใจผิดกัน เราก็ไม่คิดที่จะถือสาหาความอะไรน้องสาวของนายหรอก เรื่องมันผ่านไปแล้วก็ให้แล้วกันไปอย่าเก็บมาใส่ใจเลย แต่นายต้องดูแลน้องสาวของนายให้ดี เพราะที่นี่มีหลายอย่างที่เปลี่ยนไปจากเดิม”
“ขอบคุณนะครับท่านชีค ที่ไม่ถือสาหาความน้องสาวของผมในครั้งนี้”
“พูดตามปกติก็ได้แทน ที่นี่มีแต่พวกเรากันเอง ไม่จำเป็นต้องมากพิธีหรอก”
เมื่อบรรยากาศภายในห้องคลายความตึงเครียดลง วาคิมซึ่งนิ่งฟังอยู่นานก็ได้เปลี่ยนหัวข้อในการสนทนา
“เราได้ยินพวกทหารพูดกันว่านายพ่ายแพ้ให้กับคุณพาย เรื่องนี้เป็นความจริงหรือเปล่ายะห์ซิน”
เมื่อเพื่อนรักไม่ตอบ วาคิมก็เลยยิ่งมั่นใจว่าสิ่งที่เขาได้ยินมานั้นน่าจะมีมูลความจริง
“ไม่น่าเชื่อเลยว่าจะมีวันนี้ วันที่นายต้องพ่ายแพ้ให้กับผู้หญิง”
“นั่นสิ ใครๆ ต่างก็รู้ว่าฝีมือการต่อสู้ของผู้พันยะห์ซินไม่เคยเป็นที่สองรองใคร นอกจากท่านชีคของพวกเราแล้วก็แทบจะหาคนที่มีฝีมือการต่อสู้ทัดเทียมกับนายได้ยากเต็มที” จาบรินเอ่ยสนับสนุนคำพูดของวาคิมด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม
ยะห์ซินทำสีหน้าปั้นยากเมื่อถูกเพื่อนๆ ล้อเลียน
“อาจเป็นเพราะฉันประมาทฝีมือของคู่ต่อสู้ ก็เลยต้องพ่ายแพ้ให้กับเธอ”
แต่เมื่อหันไปเห็นรอยยิ้มยวนกวนอารมณ์ของเพื่อนรักทั้งสอง ทำให้ยะห์ซินโต้ตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงขุ่น
“ของแบบนี้ต้องเจอด้วยตัวเองเท่านั้นถึงจะเข้าใจ หรือนายอยากจะลองจาบริน” ยะห์ซินย้อนถาม
จาบรินส่ายหัวพร้อมกับเอ่ยขึ้นลอยๆ “ขี้แพ้ชวนตี”
“แพ้ผู้หญิงถือเป็นเรื่องน่าอับอาย แต่ที่มากกว่าความอายคือศักดิ์ศรี เหตุการณ์ในวันนี้ทำให้เห็นว่าทหารของเราอ่อนแอ ไร้ประสิทธิภาพ ผู้หญิงคนเดียวก็ยังไม่สามารถจัดการได้” อัมรานตำหนิเสียงต่ำ ใบหน้าของเขาเครียดขรึม
องครักษ์ทั้งสามถึงกับเงียบกริบเมื่อได้ยินคำตำหนิของเจ้านายหนุ่ม
ยะห์ซินและจาบรินต่างก็มองหน้ากัน เหมือนจะเกี่ยงกันพูด สุดท้ายยะห์ซินจึงพูดขึ้นว่า
"พรุ่งนี้เช้าผมจะทำรายงานการฝึกทหารไปวางไว้ที่โต๊ะของท่านชีคครับ"
อัมรานเลิกคิ้ว ทำให้ยะห์ซินต้องรีบพูดประโยคถัดมา
“พร้อมเริ่มการฝึกตามแผนนั้นทันทีครับ”
ยะห์ซินเห็นเจ้านายหนุ่มมีสีหน้าพึงพอใจ เขาก็เป่าลมเบาๆ ด้วยความโล่งใจ
เมื่อทุกคนเริ่มเครียดชายหนุ่มสายเลือดไทยก็เลยพูดขึ้นว่า “มันเป็นเพราะน้องสาวจอมยุ่งของฉันเอง”
แทนไททนไม่ไหวที่เพื่อนๆ ถูกเจ้านายตำหนิ ทำให้เขาต้องชี้แจงให้ทุกคนฟัง
“เพราะพายยื่นมือเข้าไปยุ่งในเรื่องนี้ เลยทำให้ทุกคนถูกตำหนิ ถ้าน้องสาวฉันเรียบร้อยเหมือนผ้าพับไว้ เรื่องวุ่นวายอย่างในวันนี้ก็คงจะไม่เกิดขึ้น"
จาบรินยิ้มด้วยสีหน้าชื่นชม "เป็นอย่างทุกวันนี้ก็น่ารักดี"
ทำให้ทุกคนพร้อมใจกันหันกลับไปมองจาบริน
“ชอบต่อยตีกับผู้ชายแบบนี้น่ะหรือที่นายบอกว่าน่ารักดีจาบริน เห็นตัวเล็กๆ อย่างนี้แต่ฝีมือไม่ธรรมดานะ พันไมล์เคยไปตะรุมบอลล้มผู้ชายตัวโตๆ มาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน แถมยังยิงปืนแม่นเป็นที่หนึ่ง"
จาบรินเห็นทุกคนจ้องมองมาที่เขาด้วยสายตาแปลกๆ ก็เริ่มร้อนตัว และรีบพูดแก้ตัวลิ้นแทบพันกัน
"แค่ชื่นชม! หรือว่าพวกนายไม่ชื่นชมในความสามารถของเธอ” เขาหันไปถามเพื่อนรักทั้งสองเพื่อต้องการหาพวก
ทุกคนได้แต่ยิ้มขันท่าทางชื่นชมจนออกนอกหน้าของจาบริน
“ผมว่าคุณพายดูจะกล้าหาญมากกว่าผู้หญิงคนอื่นๆ นะครับ คงจะมีผู้หญิงไม่มากนักหรอกที่กล้าเผชิญหน้ากับคนร้ายด้วยมือเปล่าอย่างคุณพาย” วาคิมออกความคิดเห็น
“ไม่แปลกหรอกวาคิม เพราะพายเป็นคนรักความยุติธรรมและชื่นชอบการต่อสู้ ถ้าพายเห็นอะไรที่มันไม่ถูกต้องพายจะไม่ยอมปล่อยให้มันผ่านไปง่ายๆ แน่ อย่างในกรณีนี้เป็นต้น พายไม่เคยเกรงกลัวใครไม่ว่าบุคคลผู้นั้นจะมีอิทธิพลมากแค่ไหนก็ตาม อีกไม่นานนักหรอกพวกนายก็จะได้สัมผัสกับสิ่งเหล่านี้ด้วยตัวเอง”
คำตอบของแทนไทเรียกรอยยิ้มบนใบหน้าของทุกคน นิสัยของเธอช่างแตกต่างจากผู้หญิงโดยทั่วไปที่พวกเขาเคยพบเจอ เพราะผู้หญิงโดยส่วนใหญ่ของบารัซจะเก่งในด้านการเย็บปักถักร้อย และเชี่ยวชาญในการดูแลปรนนิบัติผู้ชาย มากกว่าจะมาสนใจการฝึกอาวุธแบบนี้
“ผู้หญิง!” อัมรานเอ่ยขึ้น “ยุ่งและเรียกร้องไม่สิ้นสุด”
“ท่านชีคเล่นเหมารวมแบบนี้น้องสาวของผมก็แย่นะสิ ว่าแต่ผู้หญิงในสายตาของท่านชีคต้องเป็นแบบไหนหรือครับ” แทนไทเอ่ยถามด้วยความอยากรู้
“ก็ต้องเรียบร้อย อ่อนหวาน ช่างเอาอกเอาใจ หมั่นคอยดูแลปรนนิบัติผู้ชายและลูกๆ ของเธอ ทำหน้าที่ทุกอย่างได้แบบไม่ขาดตกบกพร่อง”
