บทที่ 2 บทที่ 2
แทนไทฟังแม่ตัวป่วนพูดแล้วก็แจกมะเหงกไปหนึ่งที พันไมล์หน้ามุ่ยลูบหัวเบาๆ
“รังแกน้องอีกแล้วนะ” เธอตวัดตาคมค้อนพี่ชาย “สงสัยว่าเพื่อนพี่แทนจะไม่ได้รวยจริงละซิ พูดนิดพูดหน่อยก็ทำร้ายร่างกายน้องตลอด”
“รวยหรือเปล่า! ไว้ไปดูให้เห็นกับตาก่อนค่อยตัดสินดีไหม”
“มีให้ลุ้นด้วย” พันไมล์อดเหน็บพี่ชายด้วยน้ำเสียงเย้าแหย่ไม่ได้
แทนไทหัวเราะขบขันกับท่าทีของน้องสาว ที่ยังไม่ยอมอ่อนข้อเพราะเชื่อมั่นในความคิดตัวเอง
“พูดเหมือนเราจะไม่ชอบและมีอคติกับพวกชีคอยู่นะ”
“พายเคยอ่านเจอข้อมูลที่เกี่ยวกับทะเลทรายจากในหนังสือค่ะพี่แทน ชีคพวกนี้รวยตายชัก ไม่ต้องทำงานทำการ เอาแต่หื่นไปวันๆ เห็นผู้หญิงสวยเป็นไม่ได้จ้องแต่จะฟัน ล่าแต้มเพื่อเก็บเป็นสถิติ และคิดว่าเงินคือพระเจ้า”
พันไมล์เล่าให้พี่ชายฟังถึงแหล่งที่มาของข้อมูล ที่เธอได้รับด้วยสีหน้าและท่าทางจริงจัง
“ไปเอาข้อมูลพวกนี้มาจากไหน เพ้อเป็นเรื่องเป็นราว”
แทนไทย้อนถามด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะอย่างขบขันในอาการเจ็บแค้นของน้องสาว
พันไมล์หัวเราะ ตอบนัยน์ตาใสซื่อ ด้วยน้ำเสียงภูมิใจว่า “อ่านมาจากนิยาย”
พี่ชายเขกหัวน้องสาวเบาๆ อีกครั้ง “ไร้สาระจริงนะเรา”
“พี่แทนว่าใครไร้สาระ...หนังสือหรือพาย” เจ้าตัวโวยลั่น
“ทั้งสองอย่าง” แทนไทตอบ โดยไม่สนเขี้ยวเล็กๆ ที่น้องสาวแยกใส่
“หนังสือเขาออกจะดี อ่านแล้วรู้เลยว่าชีคพวกนี้ชอบกดขี่ผู้หญิง อันนี้ไม่ชอบอย่างแรง” พันไมล์เอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่ปลื้ม
“หนังสือพวกนั้น เขาเขียนเพื่อความบันเทิง เราก็เอามาคิดเป็นตุเป็นตะ”
“นี่ก็ไม่ใช่ นั่นก็ไม่ถูก พายขี้เกียจเดาแล้ว ถ้าพี่แทนอยากโม้เรื่องความรวยของเพื่อน ก็เล่ามาเลยแล้วกัน” พันไมล์พูดงอนๆ ขณะที่รถจิ๊ปเคลื่อนออกจากสนามบินมาได้พักใหญ่
แทนไทยิ้มกว้าง พร้อมกับยกมือขยี้ผมของน้องสาวแรงๆ ด้วยความเอ็นดู “ใครโม้ แค่พูดเรื่องจริง เราควรจะฟังไว้ประดับปัญญาที่มีอยู่น้อยนิด”
พันไมล์ตวัดตาคมค้อน นึกเคืองที่ถูกหาว่าโง่ แต่ความอยากรู้เรื่องราวของบารัซมีมากกว่า เธอจึงเลือกที่จะนิ่งและฟังสิ่งที่พี่ชายเล่าอย่างตั้งใจ
“เผ่าบารัซแม้จะเป็นชนเผ่าเล็กๆ ท่ามกลางชนเผ่าทะเลทรายอีกนับร้อยนับพัน แต่ก็นับได้ว่าเป็นชนเผ่าที่มั่งคั่งอุดมสมบูรณ์ เพราะนอกจากจะมีบ่อน้ำมันแล้วก็ยังมีเหมืองแร่ทองคำอยู่หลายแห่ง บ้านช่องของชาวบารัซโดยส่วนใหญ่ก็จะทำมาจากดิน โดยมีส่วนผสมของปูนขาวและน้ำมันสน ถึงแม้ว่าจะทำมาจากดินแต่ก็มีความแข็งแรงและคงทนถาวร”
“ผิดหวังไปหนึ่ง” พันไมล์ยกนิ้วขึ้นนับหันมาบอกพี่ชาย แล้วพูดต่อว่า “เรื่องนอนกระโจมผ้าท่ามกลางทะเลทรายเป็นอันพับไป แต่เรื่องผู้ชายชอบไว้หนวดไว้เครารกรุงรัง หน้าตาดุดัน ชอบกินเนื้อดิบ ไล่ตัดคอคนเป็นว่าเล่น หรืออาจจะถึงขั้นกดขี่ข่มแหงผู้หญิงให้คอยรับใช้ผู้ชายเยี่ยงทาส ส่วนผู้หญิงก็คงต้องแต่งตัวปิดหน้าปิดตา และยอมให้ฝ่ายชายจิกใช้งานเธอตามอำเภอใจนี่ต้องมีอยู่จริงชัวร์” น้ำเสียงของพันไมล์ฟังดูจริงจังเมื่อพูดถึงสิ่งเหล่านี้
แทนไทหัวเราะขบขันกับความคิดของน้องสาว แม้ไม่อยากทำลายจินตนาการอันบรรเจิดของพันไมล์ แต่ในเมื่อมันไม่ตรงกับความเป็นจริงก็เลยต้องชี้แจงให้อีกฝ่ายเข้าใจ
“อ่านนิยายมากไปหรือเปล่าพาย ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก พวกเขาไม่ได้ฆ่าคนเป็นว่าเล่นอย่างที่พายเข้าใจ แต่กฎต้องเป็นกฎ และกฎของที่นี่ค่อนข้างรุนแรง ถ้าใครทำผิดกฎของเขาแม้ว่าจะไม่ใช่พลเมืองของบารัซ ก็ต้องรับโทษเทียบเท่าชาวบารัซโดยไม่มีข้อยกเว้น โดยเฉพาะเพื่อนของพี่ รายนั้นยึดถือตามกฎ ตรงยิ่งกว่าไม้บรรทัด สมัยเรียนอยู่ด้วยกันที่อังกฤษ ใครอย่าได้ผิดนัดหรือทำอะไรที่ผิดกฎเขาเชียวนะ”
“ทำไมหรือพี่แทน” พันไมล์ย้อนถามด้วยความสงสัยในตัวเพื่อนชีคของพี่ชาย
แทนไททำสีหน้าสยอง ยกมือขึ้นปาดคอ
พันไมล์แสดงสีหน้าเหมือนไม่ค่อยจะเชื่อคำพูดของพี่ชาย
“ขนาดนั้นเลยหรือ...โหดหน้าดู”
“แต่เขาก็ยุติธรรม และใจกว้างกับเพื่อนทุกคน เขาจึงเป็นที่รักของเพื่อนๆ ในรุ่น” ฟังน้ำเสียงของพี่ชายที่เล่าอย่างภาคภูมิใจในตัวเพื่อนคนนี้แล้ว พันไมล์ก็รู้สึกหมั่นไส้ท่านชีคคนนี้ขึ้นมาทันที เธอพยักหน้าเข้าใจ
“ยุติธรรมในแบบของเขานะสิ”
“เรามันอคติไม่เลิก” แทนไทตำหนิ เมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายประชด
“อคติที่ไหน พายก็พูดไปตามเนื้อผ้า” เธอย่นจมูกดูถูก “เชอะ! กฎของเขา”
คราวนี้แทนไทหัวเราะ พร้อมถามด้วยความสงสัย “กฎของเขามันเป็นยังไง!?”
“มันบ่งบอกว่า ชีคคนนี้มีนิสัยเอาแต่ใจและบ้าอำนาจ ใครทำอะไรไม่ถูกใจก็จะใช้วิธีรุนแรง จัดการกับคนพวกนั้นโดยไม่คิดจะฟังใครนะสิพี่แทน”
แทนไทเขกหัวแม่ตัวยุ่งอีกครั้งอย่างอดใจไว้ไม่อยู่ “เรานี่มันจริงๆ เลย ยังไม่เคยพบหน้าเขา แต่ขอมีอคติไว้ก่อน”
พันไมล์ตวัดตาคมค้อน พร้อมกับลูบศีรษะของตนเอง “ถ้าพี่แทนเขกหัวพายอีกครั้งเดียว โดนเอาคืนแน่” น้องสาวขู่
