บทที่ 3 บทที่ 3
“พายแตะต้องเขาไม่ได้เลยนะคะ พี่แทนเป็นต้องแก้ตัวและออกรับแทนกันตลอด”
“เรายังไม่เคยเจอเขาสักครั้งแต่ก็ตั้งป้อมต่อต้านไว้ก่อนแล้ว พี่ว่ามันไม่ยุติธรรมสำหรับเขา” แทนไทกล่าว
“และการเดินทางมาบารัซในครั้งนี้ ชีคอัมรานเขาก็ดูแลในเรื่องค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด เรื่องที่พักเราก็ไม่ต้องวิตกกังวลอะไร เพราะเพื่อนของพี่เขามีบ้านใหญ่โตมากพอ ที่จะให้เราไปพักอยู่ร่วมกับเขาที่นั่นได้อย่างสะดวกสบาย เรียกว่าฟรีตลอดทริปเลยนะแม่ตัวยุ่ง แล้วยังจะไปตั้งป้อมมีอคติกับเขาอีก”
“มันดีตรงฟรีนี่แหละ แบบนี้สิที่พายชอบ” พันไมล์หัวเราะจนตาหยี
“งกไม่เลิกเลยนะเรา”
“ใครบอกว่าพายงก เขาเรียกว่าประหยัดต่างหาก”
ในระหว่างที่ทั้งสองคุยกันรถจิ๊ปก็วิ่งเข้าสู่ตัวเมือง พันไมล์ตื่นตาตื่นใจกับบ้านเรือนสีขาว สีน้ำตาลน้อยใหญ่ที่ปลูกเรียงรายอย่างเป็นระเบียบอยู่ริมถนน หญิงสาวเหลียวซ้ายแลขวาไม่หยุดนิ่ง
““นี่หรือเปล่าคะบ้านที่พี่แทนบอกว่าทำมาจากดิน” เธอเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
“ใช่”
“ไม่น่าเชื่อเลยนะคะว่าบ้านที่พายเห็นเรียงรายอยู่นี้จะทำมาจากดิน แต่ก็สวยและก็คลาสสิกไปอีกแบบหนึ่ง”
“คนที่นี่เขาเก่งและมีความชำนาญหลายเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องการต่อสู้ ถ้าพายได้เจอเพื่อนของพี่พายอาจจะทึ่ง ตอนอยู่อังกฤษพี่เคยเห็นเขาล้มฝรั่งร่างยักษ์ด้วยมือเปล่ามาแล้ว”
แทนไทกล่าวยกย่องเพื่อนชีคด้วยความภาคภูมิใจ
“ฟลุคหรือเปล่าคะ” พันไมล์เหล่มองพี่ชายด้วยสีหน้าไม่เชื่อถือคำพูดของเขา
“เรื่องจริง พวกนั้นมาดูถูกคนเอเชีย เขาเลยจัดการสั่งสอนซะให้เข็ด เวลาจะพูดอะไรจะได้ใช้หัวคิดก่อน ไม่ใช่สักแต่ว่าพูดจาพล่อยๆ ”
“กะแค่ล้มฝรั่งคนเดียวทำเป็นคุย”
“ใครบอกว่าคนเดียว สามต่อหนึ่งต่างหาก” พี่ชายยกมือประกอบ “และมือเปล่า”
ตรงจุดนี้เองที่สามารถดึงความสนใจของพันไมล์ไว้ได้ เพราะเธอเองก็ชื่นชอบและฝึกฝนศิลปะการต่อสู้ทุกรูปแบบอยู่เสมอ หญิงสาวจึงหมายมั่นปั้นมือว่าจะต้องหาโอกาสหยั่งเชิงฝีมือกับเพื่อนของพี่ชายสักครั้ง
‘แล้วจะได้รู้กันว่าใครจะเป็นฝ่ายชนะ จะขอประกาศศักดาของหญิงไทยใจห้าวหาญ ให้พวกเขาได้ทึ่งและประจักษ์ด้วยสายตาของตัวเอง’ พันไมล์นึกในใจ
เธอเองก็จัดได้ว่าเป็นหนึ่งในสยาม และเป็นคนที่มีฝีมือมากพอตัวคนหนึ่งเหมือนกัน เพราะมักจะหาเวลาไปฝึกซ้อมศิลปะการต่อสู้อยู่เป็นประจำสม่ำเสมอ
จากนั้นพันไมล์ก็เพลินไปกับการนั่งมองตึกรามบ้านช่อง แม้ว่าบารัซจะรับเอาอารยะธรรมของชาวตะวันตกมาบ้าง แต่ก็ถือได้ว่ายังคงรักษาความเป็นเอกลักษณ์ของชาวอาหรับไว้ได้เป็นอย่างดี อย่างการปลูกสร้างอาคารบ้านเรือนที่ทำมาจากดินของชาวบารัซที่เห็นเรียงรายอยู่นี้ ก็ได้มีการนำเอาอารยะธรรมทางตะวันตก มาผสมผสานกับเอกลักษณ์ของชาวอาหรับได้อย่างลงตัว
“อีกไกลไหมคะพี่แทนกว่าจะถึงที่พัก”
“ไม่ไกลหรอก อีกไม่เกินยี่สิบนาทีเราก็คงจะไปถึงที่นั่น”
เมื่อเห็นอีกฝ่ายนัยน์ตาพราวระยับกับสถานที่แปลกใหม่ เขาจึงได้เอ่ยแซว “ทำเป็นตื่นเต้น จะคุยกับพวกเขารู้เรื่องไหมก็ยังไม่รู้”
พันไมล์หันมาค้อนควับทันที “ไม่มีปัญหา แม้ว่าพายจะไม่เชี่ยวชาญการพูดภาษาท้องถิ่นนี้เท่าพี่แทน แต่รับรองได้ว่าพายสื่อสารกับพวกเขาได้อยู่แล้ว”
คราวนี้แทนไทหัวเราะ “นึกว่าลืมหมดแล้วซะอีก แบบนี้ค่อยหมดห่วงหน่อย”
พันไมล์ยิ้มไม่ตอบอะไร สมัยที่บิดามารดาต้องมาประจำการที่สถานทูตในคาบสมุครอาหรับ ตัวเธอและพี่ชายก็ต้องย้ายตามบิดามาพักอาศัยและเรียนหนังสือในดินแดนแถบนี้ด้วย บิดาจึงให้ลูกทั้งสองเรียนรู้ภาษาอาหรับ ทำให้เธอและแทนไทสามารถพูดและฟังภาษานี้ได้อย่างคล่องแคล่ว
“ใครบอกว่าพายงก เขาเรียกว่าประหยัดต่างหาก”
ในระหว่างที่ทั้งสองคุยกันรถจิ๊ปก็วิ่งเข้าสู่ตัวเมือง พันไมล์ตื่นตาตื่นใจกับบ้านเรือนสีขาว สีน้ำตาลน้อยใหญ่ที่ปลูกเรียงรายอย่างเป็นระเบียบอยู่ริมถนน หญิงสาวเหลียวซ้ายแลขวาไม่หยุดนิ่ง
““นี่หรือเปล่าคะบ้านที่พี่แทนบอกว่าทำมาจากดิน” เธอเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
“ใช่”
“ไม่น่าเชื่อเลยนะคะว่าบ้านที่พายเห็นเรียงรายอยู่นี้จะทำมาจากดิน แต่ก็สวยและก็คลาสสิกไปอีกแบบหนึ่ง”
“คนที่นี่เขาเก่งและมีความชำนาญหลายเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องการต่อสู้ ถ้าพายได้เจอเพื่อนของพี่พายอาจจะทึ่ง ตอนอยู่อังกฤษพี่เคยเห็นเขาล้มฝรั่งร่างยักษ์ด้วยมือเปล่ามาแล้ว”
แทนไทกล่าวยกย่องเพื่อนชีคด้วยความภาคภูมิใจ
“ฟลุคหรือเปล่าคะ” พันไมล์เหล่มองพี่ชายด้วยสีหน้าไม่เชื่อถือคำพูดของเขา
“เรื่องจริง พวกนั้นมาดูถูกคนเอเชีย เขาเลยจัดการสั่งสอนซะให้เข็ด เวลาจะพูดอะไรจะได้ใช้หัวคิดก่อน ไม่ใช่สักแต่ว่าพูดจาพล่อยๆ ”
“กะแค่ล้มฝรั่งคนเดียวทำเป็นคุย”
“ใครบอกว่าคนเดียว สามต่อหนึ่งต่างหาก” พี่ชายยกมือประกอบ “และมือเปล่า”
ตรงจุดนี้เองที่สามารถดึงความสนใจของพันไมล์ไว้ได้ เพราะเธอเองก็ชื่นชอบและฝึกฝนศิลปะการต่อสู้ทุกรูปแบบอยู่เสมอ หญิงสาวจึงหมายมั่นปั้นมือว่าจะต้องหาโอกาสหยั่งเชิงฝีมือกับเพื่อนของพี่ชายสักครั้ง
‘แล้วจะได้รู้กันว่าใครจะเป็นฝ่ายชนะ จะขอประกาศศักดาของหญิงไทยใจห้าวหาญ ให้พวกเขาได้ทึ่งและประจักษ์ด้วยสายตาของตัวเอง’ พันไมล์นึกในใจ
เธอเองก็จัดได้ว่าเป็นหนึ่งในสยาม และเป็นคนที่มีฝีมือมากพอตัวคนหนึ่งเหมือนกัน เพราะมักจะหาเวลาไปฝึกซ้อมศิลปะการต่อสู้อยู่เป็นประจำสม่ำเสมอ
