บทที่ 6 บทที่ 6

หลังแยกจากแทนไท พันไมล์เดินสำรวจห้องนอนหรู ที่ชีคอัมรานสั่งให้คนของเขาจัดเตรียมไว้ให้ ภายในห้องถูกจัดตกแต่งแบบเรียบหรูและมีสไตล์ เฟอร์นิเจอร์แม้จะน้อยชิ้นแต่กลับจัดวางไว้ให้ใช้ประโยชน์ได้อย่างลงตัว

พันไมล์ยืนสำรวจห้องนอนด้วยความตื่นตาตื่นใจ

“ยังกับห้องนอนเจ้าหญิงในนิยาย แล้ว....” พันไมล์รำพึงกับตัวเอง สองเท้าไม่รอช้าซอยถี่แทบเป็นวิ่งตรงไปยังจุดหมาย

“ว้าว!! มีอ่างจากุซซี่ด้วยเหรอ...เลิศค่ะ...เลิศมาก” พันไมล์อุทานด้วยความพึงพอใจ 

ดวงตากลมโตเบิกกว้าง แย้มยิ้มถูกใจ กับความใหญ่โตกว้างขวางของห้องน้ำ ซึ่งผนังตกแต่งด้วยลวดลายดอกไม้เล็กๆ น่ารัก ที่สำคัญตรงกลางมีอ่างจากุซซี่ขนาดใหญ่ตั้งอยู่ ซึ่งบ่งบอกได้ถึงความทันสมัยและถูกใจเธอยิ่งนัก

พันไมล์ไม่รอช้า เธอรีบเปิดน้ำใส่อ่าง แล้วก็ถอดเสื้อผ้าพร้อมกับกระโจนลงไปโดยไม่ลังเล เธอเป็นคนชอบอาบน้ำที่สุด สิ่งเดียวสำหรับเธอที่มักจะใช้เวลานานนับชั่วโมงคือการอาบน้ำ ซึ่งเรื่องนี้แทนไทมักจะค่อนขอดอยู่เป็นประจำว่าเพราะเธอสกปรก เวลาอาบน้ำจึงต้องใช้เวลานานในการขัดสีฉวีวรรณ การอาบน้ำได้ขับไล่ความอ่อนเพลียของเธอไปจนหมดสิ้น

เมื่อเวลาผ่านไปได้พักใหญ่พันไมล์ก็เริ่มรู้สึกเบื่อ ตามประสาคนที่ไม่ชอบอยู่นิ่งเฉย ทำให้เธอเลือกที่จะเดินออกมาชมความสวยงามภายในพาเลซแห่งนี้ และเดินเรื่อยมาจนถึงห้องจัดแสดงภาพ ซึ่งใช้เป็นที่เก็บของสะสมของท่านชีครุ่นก่อน

ด้วยความอยากรู้อยากเห็นทำให้หญิงสาวตัดสินใจ เดินเข้าไปภายในห้องนั้นก่อนที่จะได้รับอนุญาต โดยที่ไม่รู้มาก่อนเลยว่าสถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่ต้องห้าม

ในช่วงจังหวะนั้นเองที่เธอเห็นชายชุดดำคนหนึ่ง กำลังรื้อค้นข้าวของเหมือนหาอะไรบางอย่าง ท่าทางของเขาดูลับๆ ล่อๆ ไม่น่าไว้วางใจ และไม่น่าจะใช่คนงานของที่นี่ ทำให้พันไมล์ร้องถาม

“นายเป็นใคร! เข้ามารื้อค้นอะไรในห้องนี้”

ชายชุดดำที่มีผ้าคลุมสีดำปกปิดใบหน้าไว้ถึงกับตกใจ และรีบวิ่งหนีออกไปจากห้องโดยใช้ประตูอีกด้านหนึ่ง ในมือของเขามีห่อผ้าติดไปด้วย พันไมล์รับรู้ได้ทันทีว่าเขาเป็นคนร้าย เธอจึงรีบวิ่งตามไป ปากก็ร้องตะโกนเสียงดังเพื่อสั่งให้ชายชุดดำหยุดอยู่ตรงนั้น

“หยุดเดี๋ยวนะไอ้หัวขโมย ฉันบอกให้หยุด สั่งแล้วยังไม่ยอมหยุดอีก อยากลองดีใช่ไหม ได้เดี๋ยวจัดให้”

พันไมล์ยังคงวิ่งตามและตะโกนขอความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง “ช่วยด้วยค่ะ ช่วยด้วย ใครก็ได้ช่วยจับชายชุดดำคนนั้นไว้ที”

แต่ก็ยังไม่มีใครปรากฏตัวให้เห็น เธอจึงตะโกนดังขึ้นอีก “ไม่หยุดใช่ไหมไอ้หัวขโมย เดี๋ยวได้เจอฤทธิ์แม่ไม้มวยไทยแน่” ว่าแล้วก็รีบวิ่งไล่ตามไปจนสุดฝีเท้า

เมื่อออกมานอกตัวอาคาร พันไมล์ได้อาศัยความคล่องแคล่วว่องไว วิ่งตรงไปสกัดหน้าชายชุดดำคนดังกล่าวเอาไว้

“หยุดได้ซะที” หญิงสาวพูดปนเหนื่อยหอบ พร้อมกับยืนดักหน้าหัวขโมยเพื่อมิให้มันหนีไปได้

คนร้ายเห็นท่าไม่ดีจึงโยนถุงผ้าในมือใส่พันไมล์ และตรงเข้ามาทำร้ายเธอโดยมิทันให้เธอได้ตั้งตัว พันไมล์อาศัยทักษะที่ฝึกฝนมารับมือขโมยชุดดำอย่างดุเดือด

ขณะที่กำลังต่อสู้ พันไมล์ก็ร้องตะโกนไม่หยุดว่ามีขโมยบุกเข้ามา เมื่อขโมยเหลือบมองไปยังด้านหลังเธอ เขาเห็นกลุ่มทหารองครักษ์ของท่านชีควิ่งตรงมายังจุดที่กำลังต่อสู้กันอยู่ จึงผลักหญิงสาวจนเสียหลักล้มลง และชิงวิ่งหลบหนีไป

พันไมล์เห็นว่าคงจะตามไม่ทันก็เลยไม่ได้วิ่งตาม และหันกลับไปมองทหารกลุ่มใหญ่ของบารัซที่กำลังวิ่งตรงมายังจุดที่เธอยืนอยู่ หญิงสาวเดินไปเก็บข้าวของที่หล่นกระจัดกระจายอยู่ตามพื้น ใส่ถุงผ้าสีดำที่คนร้ายทำตกไว้ ปากก็บ่นพึมพำว่า

"ไม่ไหว ทหารของบารัซฝีมือพอกับตำรวจไทย ชอบมาตอนผู้ร้ายตายหรือไม่ก็หนีไปแล้วทุกที"

ขณะกำลังก้มเก็บสร้อยชนิดต่างๆ ใส่ไว้ในถุงผ้า พลันสายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นวัตถุบางอย่างหล่นอยู่ข้างตัว พันไมล์ก้มลงไปเก็บขึ้นมาดู มันเป็นสร้อยโลหะสีดำ แต่ทว่าลวดลายงดงาม เด่นสะดุดตา แปลกกว่าสร้อยที่เธอเคยพบเห็นมา ทำให้เธอมิอาจจะละสายตาไปจากสร้อยเส้นนั้นได้ พันไมล์จ้องมองสร้อยที่อยู่ในมือนิ่งนานคล้ายกับตกอยู่ในมนตร์สะกด สายตาของเธอเริ่มพร่ามัว

ไม่รู้ว่าอะไรดลใจให้เธอสวมใส่สร้อยเส้นดังกล่าว แต่ยังไม่ทันที่จะได้ถอดคืน เหล่าทหารองครักษ์ของชีคอัมรานก็วิ่งมายืนล้อมรอบตัวเธอไว้ ราวกับว่าเธอเป็นคนร้ายทั้งที่ความจริงมันไม่ใช่ ทำให้เธอได้สติ พันไมล์สะบัดหัวแรงๆ เพื่อขับไล่ความงุนงงที่เกิดขึ้นโดยไม่รู้สาเหตุ ก่อนจะส่งของกลางที่เก็บมาได้คืนให้กับทหารองครักษ์ที่ยืนอยู่ใกล้ตัว

"เอาคืนไป แม้จะมาช้า แต่ก็ยังดีกว่าไม่มา" พันไมล์เอ่ยแกมประชดนิดๆ ยืนนิ่งรอให้ทหารกล่าวคำขอบคุณ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป