บทที่ 8 บทที่ 8
“คิดจะคุยอะไร!” อัมรานเอ่ยถาม มองหญิงสาวชาวไทยจอมโวยวายอย่างแปลกใจ
"ทำไมฉันต้องบอกนายด้วย"
"ผู้หญิง!"
พันไมล์เริ่มดิ้นและยกขาเหวี่ยงขึ้น พร้อมกับตะโกนออกไปด้วยความโมโหกับน้ำเสียงดูถูกของชายหนุ่ม
"ไม่เกี่ยวโว้ย!"
"คิดว่าฉันจะใช้มารยา บีบน้ำตาขอร้องท่านชีคของพวกนายหรือไง แขกซุปเปอร์วีไอพีอย่างพันไมล์ไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้น ให้ฉันได้คุยกับเขาก่อนเถอะ เรื่องขโมยอะไรพวกนี้รับรองหายหมด"
ทหารทุกคนรวมทั้งยะห์ซินฟังขโมยตัวน้อยคุยโวแล้วต้องรีบกลั้นยิ้ม
อัมรานไม่คิดที่จะฟังเรื่องเพ้อเจ้อของหญิงสาวอีกต่อไป เขาสั่งลูกน้องจัดการเธอด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดทันที
“ยะห์ซินตัดมือ!”
พันไมล์หน้าเหวอไป แก้มนวลเริ่มซีดเผือด เพราะไม่คิดว่าขนาดยี่ห้อของชีคอัมราน ที่เธอมั่นใจว่าใหญ่บิ๊กเบิ้มแล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถทำให้นายคนนี้กลัวได้
"หยุดเลยนะ จะตั้งศาลเตี้ยกันหรือไง บ้านเมืองนี้จะไม่มีการสอบสวน อุทธรณ์ หรือฎีกา อะไรกันบ้างเลยหรือ" หลังจากอ้าปากค้างอยู่นานพอควร พันไมล์จึงเอ่ยขึ้น
ดาบในมือที่เงื้อขึ้นของยะห์ซินชะงักค้าง นายทหารหนุ่มเหลือบมองเจ้านายเพื่อรอฟังคำสั่ง
ใบหน้าภายใต้ผ้าคลุมสีดำแสยะยิ้ม เกิดมาเขาไม่เคยพบเจอผู้หญิงปากกล้า ไม่กลัวตายแบบผู้หญิงคนนี้มาก่อน ขนาดความตายมารออยู่ตรงหน้ายังทำอวดเก่ง อยากรู้เหมือนกันว่าจะเก่งได้อีกนานแค่ไหน
"เป็นผู้หญิงแล้วยังจะมาทำอวดเก่ง อย่าหวังว่าจะใจอ่อน ขโมยมีโทษสถานเดียวคือตัดมือ ลงมือเลยยะห์ซิน”
อัมรานออกคำสั่งอีกครั้ง สายตาแข็งกร้าวที่จ้องมองมาทำให้ยะห์ซินไม่กล้าลังเล เขาเงื้อดาบขึ้นอีกครั้ง
ทันใดนั้นเองก็มีเสียงของใครคนหนึ่งดังแทรกขึ้น
“หยุดก่อน” แทนไทตะโกนห้ามเสียงดังพร้อมกับวิ่งถลาเข้ามาห้าม จาบรินและวาคิมก็รีบวิ่งตรงมาเช่นกัน
“เกิดอะไรขึ้นหรือพันไมล์” แทนไทเอ่ยถามน้ำเสียงร้อนใจ เมื่อเห็นน้องสาวถูกทหารจับยึดไว้ทั้งสองข้าง
“พี่แทน!” พันไมล์ตะโกนเรียกชื่อเขาด้วยความดีใจ ที่เขามาช่วยเธอไว้ได้ทันเวลาพอดี ราวกับพระมาโปรด
"ช่วยพายด้วย คนพวกนี้บ้ากันไปหมดแล้ว มาหาว่าพายเป็นขโมย พายบอกว่าไม่ใช่ ไม่ใช่ ก็ไม่เชื่อ พี่แทนช่วยจัดการคนพวกนี้ให้พายหน่อยสิ”
แทนไทมองหน้าคนนั้นทีคนนี้ทีด้วยความสับสน ก่อนจะถามย้ำอีกครั้งว่า “ตกลงมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่”
เมื่อยะห์ซินเห็นเพื่อนรักของตนเอง เขาจึงปลดผ้าคลุมหน้าออก “นายเองหรือแทน”
แทนไทหันไปเห็นเพื่อนที่เคยเรียนที่อังกฤษมาด้วยกันก็โล่งใจ รีบเข้าไปถาม
“น้องสาวฉันมาก่อเรื่องยุ่งอะไร พวกนายถึงได้จับตัวไว้แน่นหนาขนาดนี้”
ยะห์ซินไม่ตอบ เหลือบมองหญิงสาวชาวไทยอีกครั้ง เห็นหน้าเรียวเล็กซีดเผือดก็นึกสงสาร เขามองเลยไปยังเจ้านายหนุ่มเหมือนจะถาม
ชีคอัมรานพยักหน้าเล็กน้อย เป็นสัญญาณบอกให้ทุกคนปล่อยตัวหญิงสาว เมื่อเป็นอิสระพันไมล์ก็วิ่งตรงไปเกาะแขนพี่ชาย ปากก็รีบฟ้องต่อทันที
“คนพวกนี้พากันกล่าวหาว่าพายเป็นขโมย”
เธอพูดพร้อมกับค้อนทุกคนรอบตัวด้วยความเจ็บใจ ที่ถูกยัดข้อหาอย่างไม่เป็นธรรม
"ใครจะไปอยากได้สร้อยสับปะรังเคเส้นนี้คะ"
ว่าแล้วก็ยกสร้อยที่ข้อมือให้ทุกคนดู ก่อนจะชี้แจงให้พี่ชายฟัง
"พายเห็นขโมยอุตส่าห์จะช่วยจับตัวให้ แต่พอดีมันดันหนีไปได้ก่อนที่พวกเขาจะมาถึง พายเก็บของที่ขโมยมันทิ้งไว้มาส่งคืนให้พวกเขา แต่คนพวกนี้กลับมากล่าวหาว่าพายเป็นขโมย มีตาหามีแววไม่”
พันไมล์แสร้งถอนหายใจอย่างแรง “ทำคุณบูชาโทษชัดๆ ถ้ารู้อย่างนี้ปล่อยให้ขโมยมันขนไปให้หมดซะก็ดี"
แทนไทฟังน้องสาวเล่าแล้วก็ได้แต่แปลกใจ ทำไมทุกคนถึงพากันปักใจเชื่อว่าพันไมล์เป็นขโมย เขารู้จักนิสัยน้องสาวของตนเองเป็นอย่างดี พันไมล์ไม่มีวันที่จะทำเช่นนั้น เธอไม่เคยมีประวัติขโมยของใคร
“ใจเย็นๆ นะพาย แล้วช่วยเล่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นให้พวกพี่ฟังก่อนดีกว่า”
หญิงสาวถ่ายทอดเรื่องราวทุกอย่างให้ทุกคนฟัง พร้อมกับยืนยันว่าเธอไม่ได้เป็นขโมยอย่างที่ใครบางคนกล่าวหา พันไมล์พูดพร้อมกับตวัดสายตาคมค้อนชีคอัมรานด้วยความไม่พอใจอย่างแรง
“ใครนะช่างกล้าเข้ามาขโมยของถึงในถิ่นของชีคอัมราน" ยะห์ซินพูดแทรกขึ้นหลังจากฟังเรื่องราวทั้งหมด
“ใครจะไปรู้ ปิดหน้าปิดตาแน่นหนาซะขนาดนั้น รู้ก็แปลก" พันไมล์กล่าวกวนๆ อย่างมีโทสะ
"พันไมล์!" แทนไทดุขึ้น เขม่นมองน้องสาวด้วยสายตาไม่พอใจ นึกอยากเขกหัวอีกฝ่ายเต็มกำลัง ความตายจะมาเยือนอยู่แล้วยังไม่รู้ตัวอีก
"โอเคๆ พูดดีๆ ก็ได้" หญิงสาวยกมือยอมแพ้ เมื่อเห็นว่าแทนไทค่อนข้างเครียด ใบหน้าคมคล้ำซีดขาวด้วยความเป็นห่วงเธอ
