บทที่ 9 บทที่ 9

“คุณเห็นหน้าของคนร้ายหรือเปล่า” ยะห์ซินเอ่ยถาม

“ตอนแรกฉันก็ไม่เห็นหน้าเขาหรอก เห็นแค่นัยน์ตาของเขาเท่านั้น” พันไมล์เว้นระยะ ก่อนจะชี้นิ้วไปยังคู่แค้นที่ยืนทื่อเป็นเสาหิน แล้วก็สาธยายว่า

“เขาใช้ผ้าปิดบังใบหน้าเหมือนนายคนนี้ แต่ช่วงที่ต่อสู้กันผ้าผืนนั้นก็หลุดออก ที่ตรงนั้นมันค่อนข้างมืด และทุกอย่างมันก็เกิดขึ้นเร็วมาก...”

“ตกลงเห็นหรือไม่เห็น” แทนไทถามแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงคล้ายจะหมดความอดทน เพราะเขารู้จักนิสัยของพันไมล์เป็นอย่างดี และรู้ด้วยว่าตอนนี้น้องสาวของเขากำลังแกล้งป่วนประสาทคนเล่น

"ไม่เห็น" เธอตอบน้ำเสียงใสซื่อ

"ไม่เห็นหน้าหรือว่าเห็นหน้าไม่ชัดกันแน่พาย" แทนไทถามย้ำขึ้นอีกครั้ง

"พายบอกพี่แทนไปแล้วไงว่าที่ตรงนั้นมันมืด พายก็เลยเห็นหน้าเขาไม่ชัด พอใจหรือยัง" พันไมล์กระแทกเสียงตอบ นึกขุ่นใจพี่ชายที่มาคาดคั้นเธอ

ตอนแรกกะจะตอบกำกวมให้คนพวกนี้ปวดหัวเล่น แต่พี่ชายตัวดีดันรู้ทันซะนี่ คิดอีกทีกวนประสาทพวกนั้นไปก็คงไม่ได้ผลอะไร ดูเหมือนว่าต่อมอารมณ์นายเสาหินจะเสื่อม เพราะดูเย็นชา ไร้อารมณ์ และความรู้สึก

"แล้วนี่ท่านชีคของพวกนายหายไปไหน" แทนไทเอ่ยถาม เมื่อมองไปรอบๆ แต่กลับไม่พบชีคหนุ่มอยู่ในบริเวณนั้น

ทหารทุกคนต่างก็พร้อมใจกันจ้องมองไปยัง ชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ที่ยืนปะปนอยู่กับพวกเขา รวมทั้งพันไมล์ด้วย

"เราอยู่นี่แทนไท" ชีคอัมรานเดินมาหยุดยืนตรงหน้าสองพี่น้อง

พันไมล์เห็นศัตรูเดินเข้ามาแนะนำตัว ก็อ้าปากค้าง ยืนนิ่งเป็นหินไปอีกคน

เมื่อแทนไททราบว่าชายหนุ่มที่มีผ้าปกคลุมใบหน้านั้นคือชีคอัมราน เขาก็ทำความเคารพตามแบบของบารัซ โดยไม่ลืมกดหัวน้องสาวให้ทำตามอย่างคนรู้มารยาท เพราะถึงแม้ว่าเขาสองคนจะสนิทกันขนาดตายแทนกันได้ แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าคนอื่นๆ แทนไทก็ยังคงให้เกียรติเพื่อนในฐานะผู้นำบารัซ

ทันทีที่ผู้นำเผ่าบารัซเดินมาหยุดยืนตรงหน้าเธอและพี่ชาย หญิงสาวก็ประจักษ์ได้ถึงรอยแตกยับบนใบหน้า คำว่าหน้าแตกยับเยินเป็นอย่างไร พันไมล์เพิ่งได้ลิ้มรสชาติก็วันนี้เอง

เธอสบประกายตาคมกล้าเหนือผ้าคลุมหน้าสีดำนั้น ดวงตาคู่นั้นวาววับดำสนิทราวกับนิลเนื้อดี แต่มันดูเย็นชาแฝงแววยโสปนเย้ยหยัน ไม่ยี่หระต่อสิ่งรอบกาย ทำให้เธอยิ่งเจ็บใจ เพราะรู้ว่าเขาเจตนาแกล้งเธอตั้งแต่แรก แต่ในเมื่อเขาเป็นถึงชีคและเป็นเพื่อนพี่ชาย เธอจำต้องกลืนก้อนเจ็บใจลงท้องไป

"ท่านชีคครับ ผมคิดว่าเรื่องนี้น่าจะเป็นการเข้าใจผิดกันนะครับ ผมยืนยันได้ว่าพายไม่ใช่คนแบบนั้น น้องสาวของผมไม่เคยขโมยของใคร"

พันไมล์รีบพยักหน้า ก่อนจะหลบสายตาคมกริบดุดันนั้น แต่ปากยังไม่วายพูดว่า "ใช่แล้วค่ะ แค่เรื่องเข้าใจผิดกัน"

จากนั้นก็หันไปแอบบ่นพึมพำเบาๆ “ขโมยที่ไหนจะมายืนรอให้จับ บ้าไปแล้ว” ก่อนจะหันกลับมาพูดกับแทนไท

“พายเห็นสร้อยเส้นนี้สวยแปลกตาดี ก็เลยหยิบมาลองทาบดู แต่แล้วจู่ๆ พายก็รู้สึกมึนงง พอทหารมาล้อมพายไว้ สร้อยมันก็สวมอยู่บนข้อมือพายแล้วค่ะ“ พันไมล์ย้ำอีกครั้งด้วยน้ำเสียงจริงจัง แขนเรียวยกขึ้นเพื่อยืนยัน

“พายไม่ได้คิดที่จะยึดมันไว้เป็นสมบัติส่วนตัวหรอกนะคะ แต่คนของเพื่อนพี่แทนทำซะเป็นเรื่องราวใหญ่โต พายจะถอดสร้อยเส้นนี้คืนให้เขา จะได้หมดปัญหาคาใจกันซะที”

พันไมล์พูดพร้อมกับพยายามถอดสร้อยเส้นนั้นออก

“แย่ละ ทำไมมันถอดไม่ออก พี่แทนช่วยถอดให้พายหน่อยสิ” เธอร้องบอกน้ำเสียงร้อนใจ แทนไทรีบเข้ามาช่วยน้องสาว แต่ไม่ว่าจะพยายามอย่างไรมันก็ยังถอดไม่ออกอยู่ดี

"แปลกจริง" แทนไทก้มมองสร้อยข้อมือของพันไมล์ "ถอดไม่ออกจริงๆ นั่นแหละ"

ยะห์ซินและเหล่าทหารคนสนิทตรงเข้ามาช่วย แต่สร้อยเส้นนั้นกลับมีพลังมหาศาล ไม่มีใครสามารถถอดได้ หลังจากทุกคนช่วยกันทุกวิถีทางจนข้อมือขาวผ่องแดงก่ำ และเกิดรอยช้ำขึ้นมาทันตาเห็น แต่ก็ยังไม่มีใครสามารถถอดสร้อยเส้นนั้นได้อยู่ดี

“ ซวยแล้ว!” พันไมล์บ่นพึมพำเบาๆ

เมื่อเธอเผลอไปสบตาดุดันของชีคอัมราน พันไมล์รีบหลบสายตา บ่นพึมพำกับตัวเองว่า "งานงอกแน่แล้วเรา”

พันไมล์ขยับเข้าไปยืนเบียดพี่ชาย ก่อนจะกระซิบขอความช่วยเหลือจากเขา

"พี่แทนช่วยพูดกับท่านชีคทีสิ ถ้าพายถอดสร้อยเส้นนี้ออกเมื่อไร จะรีบนำกลับไปคืนให้เขาทันที"

แทนไทก้มมองหน้านวลใส ที่บัดนี้จ๋อยสนิทของน้องสาวแล้วก็รู้สึกสงสาร เขาจึงหันไปช่วยพูดกับท่านชีคแทนน้องสาวของตัวเอง

"คิดว่าพูดแค่นี้แล้วเรื่องมันก็จะจบลงง่ายๆ อย่างนั้นหรือ" อัมรานเอ่ยเสียงต่ำดุดัน ไม่มีท่าที่ผ่อนปรน

เมื่อเจอประโยคนี้เข้าไปแทนไทก็ถึงกับพูดไม่ออกบอกไม่ถูก แต่ก็ยังไม่ละความพยายามที่จะช่วยพูดแทนพันไมล์

“เอ่อ...”

"หยุด!" ชีคอัมรานยกมือห้าม “ไม่ต้องพูดอะไรแล้วแทน”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป