บทที่ 2 โล่งอกไปที
“นายก็เลยคิดจะฆ่าตัวตายใช่ไหม” คนอายุมากกว่าถามเด็กหนุ่ม
“พี่ก็ได้ยินหมดแล้วนี่จะถามทำไมอีกล่ะ”
“ถ้านายตายเพราะอุบัติเหตุแม่กับยายก็จะได้เงินประกันชีวิต”
“ครับ”
“แล้วนายคิดว่าแม่กับยายจะดีใจเหรอ นายคิดว่ามันเป็นทางออกเดียวของนายจริง ๆ เหรอ”
“อือ ผมไม่รู้จะเอาเงินที่ไหนมาจ่ายทั้งค่าเทอมกับค่าแผงที่ตลาด วันนี้เป็นสอบวันแรกผมก็ไม่รู้ว่าครูจะให้เข้าห้องสอบไหม”
“นายถามครูแล้วเหรอ”
“ไม่ได้ถามแต่ผมเคยได้ยิน ถ้าใครไม่จ่ายค่าเทอมจะไม่ได้เข้าสอบปลายภาค”
“นายคิดเองทั้งนั้น”
“ช่างเถอะ ยังไงผมก็ตั้งใจไว้แล้ว”
“พี่ขอพูดในฐานะคนที่เคยเสียน้องชายไปนะ คนที่ตายไปคงไม่ได้รู้สึกอะไรอีกแล้ว แต่คนที่ยังอยู่นี่สิ จะทนอยู่กับความเสียใจนั้นได้ยังไง นายลองคิดดูนะ แม่กับยายจะเสียใจมากแค่ไหน พวกเขาจะผ่านช่วงเวลาที่เลวร้ายไปได้ยังไงในเมื่อคนที่พวกเขารักไม่อยู่บนโลกใบนี้แล้ว”
“แล้วพี่จะให้ผมทำยังไง เงินมากขนาดนั้นผมจะไปหามาจากไหน”
“นายลองขอยืมใครหรือยัง เคยยื่นเรื่องขอผ่อนผันค่าเรียนหรือยัง ลองไปถามเจ๊ที่นายค้างค่าเช่าแผงหรือยังว่าเขาให้นายผ่อนชำระได้ไหม”
เด็กหนุ่มเงียบ
“นายอยู่ห้องอะไร”
“6/3”
“อือ พี่เป็นพี่ชายของคิว”
“ผมเสียใจด้วยเรื่องคิว”
“ขนาดเพื่อนตายนายยังเสียใจแล้วนายลองคิดดูสิถ้านายตายแม่กับยายนายจะเป็นยังไง”
“ผมคิดน้อยไปหน่อยใช่ไหม” เขาหันมาถาม
“แล้วตอนนี้จะเอายังไงต่อ”
“ผมว่าจะลองไปคุยกับครูที่ห้องธุรการ ส่วนเรื่องเจ๊จิตก็จะลองไปคุยดูก่อน ถ้าไม่ได้จริง ๆ ก็คงหายืมคนอื่น”
“แล้วก็อย่าไปยืมพวกเงินกู้นอกระบบ”
“ผมรู้หรอกน่า”
“ขอบคุณนะครับพี่ ว่าแต่พี่ชื่ออะไร”
“อคิราห์”
“ที่แปลว่าพระอาทิตย์เหรอครับ ชื่อเท่ดีนะครับ”
“แล้วนายล่ะ”
“ไทธัชครับ ผมชื่อไทธัช” เด็กหนุ่มตะโกนกลับมาขณะที่วิ่งไปยังห้องธุรการที่อยู่ชั้นล่าง
อคิราห์ถือลังกระดาษลงมาจากอาคารเรียน เขาเอาไปใส่หลังรถของตัวเอง จากนั้นเดินกลับมามายังห้องธุรการอีกครั้งเพื่อคืนกุญแจล็อกเกอร์ หลังจากคืนกุญแจแล้วก็มองไปรอบๆห้องก็ไม่เห็นแม้เงาของเด็กหนุ่มที่ชื่อไทธัช ชายหนุ่มเดาว่าเขาคงคุยกับอาจารย์เรียบร้อยแล้ว
“คุณมองหาอะไรอยู่หรือเปล่าคะ” อาจารย์หญิงวัยกลางคนถามเมื่อเห็นว่าเขาเอาแต่มองไปรอบๆ ห้องและไม่กลับออกไปสักที ทั้งที่ทำธุระของตัวเองเสร็จแล้ว
“อาจารย์ครับ ผมมีเรื่องรบกวนจะถามอาจารย์สักหน่อยได้ไหมครับ”
“ถามได้เลยค่ะ ฉันยินดีจะตอบ” เธอเห็นใจชายคนนี้ที่เพิ่งเสียน้องชายไปเมื่อเดือนก่อน มีอะไรที่พอจะช่วยหรือไขข้อข้องใจได้เธอก็ยินดีจะช่วย
“ก่อนหน้าที่ผมจะเข้ามา มีเด็กนักเรียนมาขอผ่อนผันค่าเทอมไหมครับ”
“อ้อ คุณคงหมายถึงไทธัช”
“ครับคนนั้นแหละครับ แล้วทางโรงเรียนยอมให้เขาผ่อนผันไหมครับ”
“ค่ะ เรายินดีให้ผ่อนผันอยู่แล้วล่ะคะ ไทธัชเป็นเด็กเรียนดีไม่เคยมีปัญหาจ่ายเงินค่าเทอมล่าช้ามาก่อน แต่เขาโชคร้ายไปหน่อยเพราะวันนี้ผู้อำนวยการไม่อยู่ค่ะ เลยไม่มีคนเซ็นอนุมัติ”
“หมายความว่าวันนี้เขาจะไม่ได้สอบเหรอครับ”
“ค่ะ เขาจะไม่ได้สอบพร้อมเพื่อน แต่ไม่ต้องห่วงนะคะ พรุ่งนี้ท่านก็กลับมาแล้ว เขาก็แค่ต้องตามสอบทีหลังเท่านั้นเองค่ะ”
อคิราห์เข้าใจระบบของโรงเรียนดีว่าทุกอย่างต้องทำตามขั้นตอนที่ถูกต้อง แต่เขาเป็นห่วงความรู้สึกของเด็กคนนั้น เพราะการมาตามสอบทีหลังเพื่อนมันดูไม่ค่อยโอเคเท่าไหร่ ไม่รู้เพราะอะไรอคิราห์ถึงเป็นห่วงความรู้สึกของเด็กคนนั้น บางทีอาจเพราะเขาคิดถึงน้องชายของตัวเองก็เป็นได้
“ถ้าผมจะชำระค่าเทอมให้เด็กคนนั้น เขาจะได้เข้าสอบพร้อมเพื่อนใช่ไหมครับ”
“ค่ะ คุณจะทำอย่างนั้นเหรอคะ”
“ครับ ผมคิดว่าอยากช่วยเด็กคนนั้น”
“ช่วยชำระค่าเทอมเหรอคะ”
“ครับ ค่าเทอมของเทอมนี้และเทอมหน้า”
“ฉันต้องขอบคุณแทนไทธัชด้วย คุณรู้จักเขาเหรอคะ”
“ครับเรารู้จักกัน”
จากนั้นอคิราห์ก็ชำระค่าเทอมให้ไทธัชทั้งของเทอมนี้และของเทอมหน้า เงินจำนวนนี้ไม่ได้ทำให้เขาลำบากเพราะเป็นเงินที่เตรียมไว้ให้กับอคินทร์อยู่แล้ว ถ้าน้องชายเขารู้ว่าพี่ชายเอาเงินมาจำนวนนั้นมาช่วยคนอื่น คนจิตใจดีอย่างอคินทร์ก็คงดีใจไม่ได้น้อย
พอจัดการทุกอย่างเรียบร้อยชายหนุ่มก็กลับไปยังรถของตัวเอง
เด็กๆ ต่างทยอยกันเดินขึ้นห้องสอบ แต่เขายังไม่เห็นไทธัชเดินกลับมา อคิราห์เริ่มเป็นกังวลเพราะเมื่อครู่อาจารย์คนนั้นบอกว่าไทธัชจะได้เขาห้องสอบพร้อมเพื่อน
เขากำลังจะลงไปถามเรื่องนี้ แต่แล้วก็ต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงประกาศ
“นายไทธัช อุดมวิทย์นักเรียนชั้น ม.6/3 กรุณามาเข้าห้องสอบด้วยค่ะ”
เสียงประกาศของโรงเรียนดังขึ้นซ้ำกันถึงสามครั้ง แล้วคนที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัยรถคันหรูก็ยิ้มออกเมื่อเห็นเด็กหนุ่มคนที่เขาให้ความช่วยเหลือวิ่งกลับมายังอาคารเรียนหลังเดิม อคิราห์รู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก เขาไม่อยากให้ใครต้องมาจบชีวิตลงเพียงเพราะเรื่องเงินเพียงไม่เท่าไหร่ เพราะมันเทียบไม่ได้เลยกับชีวิตที่เสียไป
อคิราห์เข้าใจถึงความสูญเสียและความเศร้าของคนที่ยังมีชีวิตอยู่ได้เป็นอย่างดี เพราะเอาเองเพิ่งจะผ่านเรื่องนี้มาอย่างยากลำบาก นานนับเดือนกว่าเขาจะยอมรับว่าน้องชายได้จากเขาไปอย่างไม่มีวันกลับแล้ว ถ้าหากวันนี้เข้าไม่มาเก็บของ ไม่มาเจอกับไทธัชชายหนุ่มก็ไม่มีทางรู้ได้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตเด็กหนุ่มมัธยมปลาย ไทธัชจะจบลงก่อนวัยอันควรเหมือนกับน้องชายของคนเองหรือเปล่า
พอคิดว่าทุกอย่างเรียบร้อยแล้วเขาก็ขับรถออกจากโรงเรียนเพื่อกลับไปทำหน้าที่ของตัวเองด้วยความรู้สึกดี ที่วันนี้ได้ช่วยเหลือเด็กหนุ่มคนหนึ่งให้ผ่านช่วงเวลาทุกข์ใจไปได้
