บทที่ 1 เฮียเขื่อน ๕๐%

"โอ๊ย! ซี๊ดด~ เบาดิวะ เฮียเจ็บจะตายแล้วไม่เห็นไง!?"

"หนูขอโทษๆ หนูจะเบามือกว่านี้ เฮียก็นั่งนิ่งๆ สิ"

เด็กสาวในชุดนักเรียนมอต้นโรงเรียนเอกชนชื่อดังซี๊ดปากนิ่วหน้าตามคนเจ็บที่ปากแตกคิ้วแตกเลือดอาบหน้า แค่เห็นปากแผลเลือดซิบสีแดงฉาน ก็รู้สึกเจ็บแทนแล้ว

มือเล็กกำสำลีก้อนในมือแน่น พยายามข่มใจดวงน้อยๆ ในอกซ้ายไม่ให้มันกระหน่ำเต้นแรงไปมากกว่านี้ กลิ่นน้ำยาล้างแผลและคาวเลือดทำให้ชานมไข่มุกกับข้าวมันไก่ทอดที่เพิ่งทานไปเมื่อตอนมื้อเที่ยงแทบพุ่งออกทางเดิม

กลืนน้ำลายลงคอหนักๆ จ้องแผลสดนานๆ ก็รู้สึกเหมือนน้ำตาจะไหล ไม่ได้แสบแอลกอฮอล์ แต่เจ็บแทนเฮียเนี่ยแหละ

เอวาสูดน้ำมูกแรงๆ เบะปากกระจับเอิบอิ่มสีแดงระเรื่อคว่ำลง ปลายจมูกโด่งจิ้มลิ้มเกิดเป็นสีระเรื่อเช่นเดียวกับกระบอกตากลมโตทั้งสองข้างที่มันแดงก่ำหยาดน้ำเอ่อคลอ แทบล้นทะลักออกมาได้หากเธอกะพริบตาเพียงทีเดียว

"ทำไมเฮียต้องไปมีเรื่องกับพวกเขาด้วยเล่า ถ้าป้ามาลัยรู้โดนตีก้นลายแน่"

นับว่าเป็นครั้งแรกที่เขื่อนมีเรื่องชกต่อยจนเลือดตกยางออกแบบนี้ ทุกครั้งก็มีชกต่อยกันบ้างตามประสาวัยรุ่นเลือดร้อน แต่ไม่ถึงกับเลือดตกแบบครั้งนี้เลย

แล้วทำไปได้ไง ห้าต่อหนึ่ง เฮียเขื่อนไม่แข้งขาหักพิการไร้น้ำยาช่วยตัวเองก็บุญแค่ไหนแล้ว!

"เลิกบ่นเหอะน่า แค่นี้ก็เจ็บจะตายห่าละ จิ๊!"

"หนูเป็นห่วงนี่ เฮียไม่เคยเลือดออกเยอะขนาดนี้มาก่อนเลย"

"โอ๊ย! กูยังไม่ตาย แค่ปากแตกคิ้วแตกเองเอวา เลิกพูดมากเถอะเจ็บแผลจะตายห่าละ ขี้เกียจตอบแล้วด้วย!"

ถ้าไอ้พวกเพื่อนห่ารากมันไม่กวนตีนทิ้งเขาไว้กับเด็กข้างบ้านในห้องพยาบาลสองคน อย่าหวังว่าเด็กเอวานี่จะได้มาพล่ามมากให้เขารำคาญเจ็บแผลมากกว่าเดิมแบบนี้ แม่ง!

หลังทำแผลเสร็จเขื่อนก็ขึ้นห้องเรียนตามปกติ ระหว่างขึ้นบันไดอาคารสามชั้นก็มีร่างเล็กๆ ของเด็กข้างบ้านเดินตามหลังต้อยๆ กลัวเขาจะหน้ามืดเป็นลมกลิ้งตกบันไดคอหักตายตลอดทาง

เอวาเพิ่งเข้าเรียนมัธยมชั้นปีหนึ่งในขณะที่เขื่อนเรียนอยู่มัธยมปีสาม ทั้งสองเรียนโรงเรียนเดียวกันมาตลอด ตั้งแต่อนุบาล ประถมศึกษา กระทั่งมัธยม คนที่เบื่อจะดูแลน้องตามที่บ้านฝากฝังแกมบังคับก็อยากหนีภาระที่มันไม่ใช่หน้าที่เขาเลย 

แต่ทว่า หนียังไงก็หนีไม่พ้น มันดันย้ายตามมาด้วยอีก ทั้งผลักไส ปากร้ายหรือกระทั่งเย็นชาใส่ทำเมินเหมือนเป็นธาตุอากาศที่มองไม่เห็น แต่เด็กนี่ก็ยังตามตื้อสร้างความน่ารำคาญให้ไม่เลิก

บทถัดไป