บทที่ 4 แก่แดด ๑๐๐%
"ครูเอ๋ยให้ท่าอยากเคลมไอ้เขื่อนอีกแล้วแม่ง กูโคตรอิจฉามันเลย ถ้ากูหล่อกว่านี้อีกสักนิดนะคนที่ครูเอ๋ยอยากเข้าหาต้องเป็นกูแน่"
"มึงฝันอยู่เหรอ ขนาดแข่งบาสยังเป็นได้แค่ตัวสำรอง แล้วยังคิดไกลอยากหล่อให้ได้สักครึ่งของไอ้เขื่อน กูว่ามึงไปเกิดใหม่ชาติหน้าๆๆ โน่นก็ยังไม่ได้เห็นขาอ่อนครูเอ๋ยเลยเถอะ"
"สัสตีน! ให้กำลังใจไม่เป็นก็ไม่น่าซ้ำเติมกันแบบนี้นะมึง ตัวสำรองก็มีหัวใจนะเว้ย"
"ตีนพ่อมึงสิไอ้เวรฉิบหาย!"
เอวาเบือนหน้ามองออกไปตามแผ่นหลังกว้างของเขื่อนที่เดินออกไปไกลแล้ว ไม่ได้ตั้งใจเสียมารยาทยืนฟังคนอื่นเขาพูดคุยกันนะ เธอยืนของเธออยู่ดีๆ แต่พวกเขามาพูดให้เธอได้ยินเอง
ไม่อยากจะเชื่อหรอก เฮียเขื่อนของเธอไม่มีทางทำอะไรผิดศีลธรรมแบบนั้น ต่อให้ครูเอ๋ยเป็นแค่ครูนักศึกษาฝึกประสบการณ์ แต่ก็ได้ชื่อว่าครู อนาคตก็ต้องเป็นครู ไม่มีทางที่จะทำกันแบบนั้นแน่ๆ
ปากคนคิดอยากพูดอะไรก็พูด เธอไม่เชื่อเด็ดขาดเลย
...อยากตั้งมั่นมั่นใจแบบนั้น แต่พอเห็นร่างอรชรอ้อนแอ้นของครูเอ๋ยเดิมตามหลังเขื่อนไป ความคิดด้านลบก็เริ่มทำงาน รีบสับเท้าวิ่งตามออกไปทันทีไม่สนเสียงตะโกนเรียกตามหลังของเพื่อนรักสักนิด
เอวาหยุดวิ่งหอบหายใจจนอกอิ่มขยับโยกขึ้นลงเป็นจังหวะ คิดว่าจะทันเห็นอะไรบ้าง แต่ก็ไม่ทัน พอเธอวิ่งมาถึงหน้าห้องพักนักกีฬา ร่างอรชรของครูเอ๋ยก็เดินออกไปแล้ว หล่อนเดินออกจากห้องนักกีฬาไป ซึ่งก็ไม่รู้ว่าข้างในนั้นเกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า
กลีบปากอิ่มถูกคมเขี้ยวซี่สวยขบลงมาจนเกิดร่องลึกเป็นรอยฟัน กอดกระชับกระเป๋าของเฮียเขื่อนแน่น แค่คิดว่าครูเอ๋ยกับเฮียเขื่อนใกล้ชิดกันจนได้กลิ่นลมหายใจของกันและกัน หัวใจดวงน้อยๆ ก็บีบรัดแน่นจนปวดระบมไปหมดแล้ว
"มายืนทำอะไรตรงนี้"
เสียงราบเรียบคุ้นเคยฉุดเอวาให้หลุดจากความคิดด้านมืด สะบัดหน้าหันกลับมาเงยขึ้นมองคนตัวสูงกว่าเป็นโยก จ้องหน้าเขาแบบไม่วางตาจนคิ้วเข้มขมวดเข้าหากันยุ่ง งุนงง
เขื่อนสะบัดเสื้อยืดสีดำในมือเช็ดผมชุ่ม ผมม้าตกปรกหน้าผากกว้างบางเบา ขมับหนาเริ่มมีเหงื่อไหลซึมเพราะอากาศที่ร้อนอบอ้าวจนคนเพิ่งอาบน้ำมาหมาดๆ เหงื่อออกอีกครั้ง
"เฮีย.. เมื่อกี้ครูเอ๋ยเข้าไปในห้องพักนักกีฬาเหรอ"
"อือ มีอะไร ถามถึงครูเอ๋ยทำไม" ไม่แค่ถามเปล่า แต่ยังทำเสียงสูงแบบไม่พอใจอีกต่างหาก
เอวากัดปากแน่นรู้สึกคับแน่นในอกจนทนไม่ไหว กำกระเป๋าในอ้อมกอดแน่นขึ้นจ้องหน้าเฮียเขื่อนอย่างเอาเป็นเอาตาย สองตาแดงก่ำไม่รู้ว่าเพราะโกรธหรืออยากร้องไห้กันแน่
เสียงลมพัดแทรกเข้ามาวูบหนึ่ง ก่อนเขื่อนจะถอนหายใจออกมาเสียงดัง ชักรำคาญเด็กเอาแต่ใจที่จ้องหน้าอย่างจะกินเลือดกินเนื้อกันให้ได้
กระชากกระเป๋าตัวเองกลับมาถือเองหลังสวมเสื้อยืดทับกล้ามแน่นๆ แล้ว เหวี่ยงกระเป๋าขึ้นหลัง เกี่ยวจับหูกระเป๋าเอาไว้เดินออกมาโดยไม่สนใจเอวาอีก
อยากทำอะไรก็เชิญ กูเหนื่อยอยากนอนฉิบหายแล้ว!
"เฮีย!"
เขื่อนไม่ได้สนใจหยุดเดินหันกลับไปมองคนด้านหลังที่ตะโกนเรียก เดินต่อไปด้วยความมั่นคง แต่ก่อนที่จะเดินพ้นออกไปจากใต้อาคาร ก็ถูกมือนุ่มคว้าหมับตรงแขนข้างที่จับหูกระเป๋าเอาไว้
กระเป๋านักเรียนหล่นลงไปกระแทกพื้นอย่างไม่ทันตั้งตัว อ้าปากจะด่าเหี้ยสักตัวให้เด็กนิสัยเสียสักหน่อย แต่กลับเป็นเขาเองที่ชะงักยืนอึ้งจนตัวแข็งทื่อ
ก็จะไม่ให้อึ้งได้ไง เด็กแก่แดดมันโดดมาจูบปากเขาตอนที่ไม่ทันตั้งตัว แล้วยังบดปากนุ่มๆ นั่นมาอย่างเงอะงะไม่ประสาอีก
ใครไม่อึ้งไม่ตกใจกูอึ้งครับ! ตกใจมากๆ ด้วย!
"เหี้ยไรวะเนี่ย! เป็นบ้าอะไรของเธอ"
ความสุภาพบุรุษของลูกชายตำรวจแทบหาไม่เจอในเวลานี้ เขื่อนยกมือขึ้นมาดันผลักหน้าผากมนออกอย่างแรง แล้วยกเช็ดริมฝีปากแรงๆ จนแดงไปหมด สัมผัสนุ่มนิ่มอุ่นๆ ยังติดอยู่บนริมฝีปาก แต่ถามว่าเขาต้องการไหม ตอบได้เลยว่า ไม่!
เขื่อนทำหน้าไม่พอใจ ก้มเก็บกระเป๋าแล้วเดินอาดๆ ออกมาทันที
แบบนี้เข้าข่ายคุกคามทางเพศไหมวะ แล้วกูสามารถฟ้องศาลไหนได้บ้าง กูโดนปล้นจูบไอเหี้ย!
