บทที่ 6 สบประมาท ๑๐๐%

หลังมื้อเที่ยงในวันหยุดจบลงทั้งเอวาและเขื่อนก็มานั่งจ้องหน้ากันอยู่ในห้องนั่งเล่น โดยมีป้ามาลัยเอนกายหลับกลางวันอยู่บนโซฟาตัวใหญ่ไม่ไกลกันมากนัก

เขื่อนยกมือขึ้นมาทำท่ากระดิกนิ้วชี้เรียกเด็กจุ้นจ้านให้เข้ามาใกล้ๆ โดยนั่งกอดอกทำหน้าไม่รับแขกท่าเดิม เจ้าหล่อนฉีกยิ้มกว้างรีบโดดลงจากโซฟาที่นั่งตัวเองลงมานั่งบนพื้นที่มีพรมนุ่มๆ ปูรองไว้ 

สองมือยกวางศอกกับโต๊ะไม้สักของลุงยุทธ เท้าคางกะพริบตาปริบๆ ท่าทางน่ารัก แต่ทว่า...

โป๊ก!

"อะ! โอ๊ย! เฮียเขกมะเหงกหนูทำไม เจ็บนะ" 

เอวาร้องโอดครวญน้ำตารื้นคลอเบ้าตาอย่างรวดเร็ว แรงเขกลงมากลางศีรษะมันแรงมากจนเธอหัวสั่นเลย มือคนหรือเท้าช้าง เฮียเขื่อนมือหนักมากๆ เลย!

"ร้องดังก็กลับบ้านไปเลย พ่อแม่ให้ไปเรียนมัวแต่ทำอะไรไม่สนใจเรียน เขกมะเหงกทีเดียวยังน้อยไปด้วยซ้ำ"

พอถูกดุเหมือนเมื่อก่อนที่เขาจะโกรธแล้วหลบหน้ากันไปเอวาก็มุ่ยหน้าทันที งอนอยู่ แต่ก็รู้สึกดีขึ้นมาบ้าง มันเย็นวาบไปทั้งโพรงอก โล่งเหมือนยกภูเขาออกจากอกไปเลย

เปิดหนังสือเตรียมสมุดแล้วให้เฮียเขื่อนติวให้อย่างตั้งใจ ...ตั้งใจมองหน้าเฮียเขื่อน ไม่เจอกันตั้งปีกว่าเฮียหล่อขึ้นเยอะมากๆ หล่อแบบที่ไม่สามารถละสายตาออกไปได้เลย

มองแล้วเคลิ้มตาหวานฉ่ำเลยถูกแจกรางวัลด้วยการดีดหน้าผากไปหนึ่งทีเรียกสติ เขาบ่นพึมพำทำหน้าไม่สบอารมณ์ ตวัดมองมาตาขวางแต่ก็ไม่ได้ลุกออกไปจากตรงนี้เพราะโดนแม่ขู่ไว้ 

เอวาอมยิ้มน้อยๆ รู้สึกกำลังนั่งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติเย็นฉ่ำ กลิ่นหอมของป่าไม้ใบหญ้าและกลิ่นอายน้ำทำให้เธอรู้สึกสดชื่นมากๆ ทั้งที่ก็นั่งเปิดแอร์อยู่ในห้องนั่งเล่นแท้ๆ

แต่เพราะเฮียเขื่อน เพราะเฮียเลยทำให้เธอรู้สึกราวกับได้ชีวิตใหม่หลังเหี่ยวเฉาแห้งตายมานานแรมปี

"มัวแต่คิดอะไรอยู่ ข้อนี้ง่ายมากแต่ก็ยังผิด หัวจะปวดกู!" ว่าให้เด็กโง่แล้วก็มาปวดหัวบ่นกับตัวเองเอง ใครว่าติวหนังสือมันง่าย ใครว่าสอนน้องทำการบ้านมันง่าย!

เออ! มันง่าย แต่กูหัวจะปวดเพราะมันทำไม่ถูกแล้วไม่โดนใจกูสักทีเนี่ยแหละ!

กว่าจะติวเสร็จก็ปาไปห้าโมงแล้ว เอวาหมดแรงทิ้งตัวนอนลงไปบนพรม ปล่อยให้ไอเย็นๆ จากเครื่องปรับอากาศพัดตีหน้า ในขณะที่เขื่อนนั่งกุมหน้าผากใช้นิ้วโป้งกับนิ้วกลางกดขลึงขมับหน้าเครียด

"หนูจะสอบเข้ามหาลัยเดียวกับเฮียให้ได้เลย ถ้าหนูสอบเข้าได้เฮียเลี้ยงหนมหนูได้ไหม"

"เปลี่ยนใจตอนนี้ยังทัน คะแนนเต็มร้อยได้สามสิบห้ายังคิดจะสอบเข้ามหาลัยฉัน? ฝันกลางวันอยู่หรือไง" ถึงเป็นมหาลัยเอกชนแต่ก็ต้องสอบเข้า แถมคนที่สอบเข้าในแต่ละปีไม่ใช่น้อยๆ คะแนนรั้งท้ายขนาดนี้ แม้แต่ฝันกลางวันเขายังไม่กล้าเลย

"ฮึ คอยดูก็แล้วกัน หนูจะสอบเข้าให้ได้" เอวาทำเสียงขึ้นจมูกด้วยความไม่พอใจ ไม่เจอกันปีเดียวเฮียเขื่อนของเธอแทนตัวเองว่าฉันกับเธอแล้ว ทั้งที่เมื่อก่อนต่อให้โกรธหรือรำคาญกันมากแค่ไหนเขาก็จะแทนตัวเองว่าเฮียตลอด

ยู่ริมฝีปากกระจับแดงๆ ธรรมชาติขึ้น กลอกตามองเพดานสีขาวไปมาอย่างน้อยใจ คนอุตส่าห์คิดถึงมากๆ แต่ดูที่เขาทำสิ! คนแปลกหน้ายังได้รับคำพูดที่ดีกว่าเธอเลย!

"เขื่อน พาน้องมากินข้าวก่อนมา ติวมาทั้งบ่ายแล้วคงจะหิวน่าดู"

เสียงเรียกจากห้องอาหารข้างๆ ทำให้เอวาที่กำลังเกิดอาการน้อยใจหลุบตามองลูกชายของบ้านที่เห็นอยู่ว่านั่งขลึงขมับหน้าเครียดอยู่หลังโต๊ะไม้สัก แต่ตอนนี้หายไปแล้ว...

เสียงเปิดประตูก็ไม่ได้ยิน เขาแอบย่องออกไปหรือเธอมัวแต่เหม่อเลยไม่ได้ยินเองกันแน่ คิดไปคิดมาข้อสรุปที่ได้ก็คือ คงเป็นเธอเองนั่นแหละที่ไม่ได้ยินเอง เฮียเขื่อนจะแอบย่องออกไปทำไม เขาไม่ใช่คนแบบนั้น

เอวามานั่งทานข้าวพร้อมหน้ากับป้ามาลัยและลุงยุทธโดยที่ไร้เงาลูกชายเจ้าของบ้าน เขาบอกแม่แค่ว่ายังไม่หิว แต่เหตุผลหลักๆ ก็พอเดาได้ว่าคงไม่อยากเห็นหน้าเธอนั่นแหละ

เมื่อกี้ยังดีๆ อยู่เลย ทั้งดีดหน้าผาก เขกมะเหงกแล้วยังด่าเธอได้ตั้งหลายคำ พอถึงเวลาอาหารดันไม่อยากเห็นหน้าทำเหมือนยังโกรธอยู่ หรือเห็นหน้าเธอแล้วกลืนข้าวไม่ลง?

บทก่อนหน้า
บทถัดไป