บทที่ 3 ท้อแต่ไม่ถอย

ตอนที่3 ท้อแต่ไม่ถอย

กานพลู

“รอบแรกผ่านไปได้ด้วยดีนะครับ หลังจากการทำเคมีบำบัดแล้ว...”

“ต้องดูแลผู้ป่วยอย่างใกล้ชิดนะครับเพราะผลข้างเคียงค่อนข้างมาก” หมอพูดอธิบายถึงผลการทำเคมีบำบัดและผลข้างเคียงที่จะเกิดขึ้นให้ฉันฟังอย่างละเอียด และนั่นก็เป็นอีกเรื่องที่เริ่มทำให้ฉันหนักใจไม่น้อยกับคำว่าดูแลอย่างใกล้ชิด

“ค่ะ แล้วทำอีกครั้งเมื่อไหร่คะ” ถึงอย่างนั้นฉันก็ถามหมอออกไปอีกครั้งอย่างรอบคอบ เพราะฉันจะได้เตรียมตัวได้ทันกับการหาเงินในรอบต่อไป

“สามสัปดาห์ครับ” แล้วคำตอบของหมอก็ทำให้ฉันไม่รู้เลยว่าต้องรู้สึกยังไง... สามอาทิตย์อย่างนั้นเหรอ

“ค่ะ” แต่จะสามสัปดาห์หรือสามวันฉันก็ต้องตอบรับและทำให้ได้

“งั้นหมอขอตัวก่อนนะครับ”

“ขอบคุณค่ะ” หลังจากคุยกับหมอเสร็จฉันยกมือไหว้หมอ ก่อนที่หมอจะเดินไปตรวจคนไข้รายอื่นๆ ส่วนฉันได้แต่ทิ้งตัวลงนั่งอย่างหนักใจ

เวลาสามอาทิตย์กับการหาเงินสี่หมื่นในการทำเคมีบำบัดแต่ละครั้งมันเป็นอะไรที่เกินตัวสำหรับฉันมาก และการทำก็จะเกิดขึ้นทุกๆ สองถึงสี่อาทิตย์ต่อหนึ่งครั้ง

พูดง่ายๆ ฉันต้องหาเงินเพื่อให้ย่ารักษาเดือนหนึ่งไม่ต่ำกว่าเจ็ดหมื่นคร่าวๆ โดยยังไม่รวมค่าใช้จ่ายอย่างอื่นเลย แล้วถ้าเกิดว่าย่าต้องทำทุกๆ สองอาทิตย์อีกล่ะก็ ฉันต้องหาเงินกับค่ารักษาให้ได้เดือนละเท่าไหร่... เป็นแสน

แล้วที่สำคัญ ผลข้างเคียงของคนที่ทำเคมีบำบัดนั้นคือสิ่งที่ต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดและตลอดเวลา เพราะมันจะมีทั้งอาการเวียนหัว อาเจียน เบื่ออาหาร แต่ต้องทานอาหารให้ครบห้าหมู่ และต้องเลือกอาหารดีๆ ไม่ใช่ให้กินอะไรก็ได้

เหอะ! แปดหมื่นกับคนจนๆ อย่างฉัน แปดหมื่นกับชีวิตนักศึกษาปีสุดท้ายอย่างฉัน มันเป็นไปไม่ได้เลยแม้แต่ฝันยังแทบไม่กล้าจะนึก ฉันจะหาเงินจากไหนได้เดือนละมากมายขนาดนี้ ที่ครั้งนี้มีเงินจ่ายนั่นก็เพราะว่าเป็นครั้งแรก แล้วก็ได้เงินจากการที่ฉันทำงานตลอดตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัยแล้วเก็บออมไว้สำรองยามฉุกเฉินแบบนี้นี่แหละ ไม่งั้น ฉันเองก็ยังไม่รู้เหมือนกันว่าฉันจะไปหาเงินจากไหนได้ครบ

ถึงแม้ว่าตอนนี้ฉันจะหางานทำเพิ่มแล้วแต่มันก็แค่งานพาร์ตไทม์ที่ได้เงินไม่เต็มจำนวนเหมือนพนักงานประจำ ถึงแม้จะทำถึงสองที่แล้วก็ตาม แล้วถ้าจะให้ฉันออกจากเรียนตอนนี้ มันก็เหลือแค่เทอมสุดท้ายแล้ว และย่าก็หวังกับการเรียนของฉันมาก ฉันไม่อยากทำให้ย่าต้องผิดหวัง ฉันอยากให้ย่าได้เห็นวันที่ฉันสวมชุดครุยอย่างที่ท่านหวัง เผื่อมันจะเป็นสิ่งแรกและสิ่งสุดท้ายที่ฉันจะทำให้ย่าหมดห่วงได้

อีกอย่างถึงฉันจะออกจากเรียนไปหางานทำตอนนี้กว่าจะได้งานอีก มันก็ไม่ใช่ได้ทันที แล้วไหนจะวุฒิที่ต้องใช้สมัคร ฉันก็คงใช้ได้แค่วุฒิมัธยมปลาย แล้วฉันจะได้งานดีๆ เงินเดือนดีๆ ได้ยังไง ขนาดหลายๆ คนที่รู้จักใช้วุฒิปริญญาได้งาน เงินเดือนเริ่มต้นยังแค่หมื่นนิดๆ เอง สุดท้ายมันก็ยังไม่พออยู่ดี

“ไม่ว่ายังไง กานจะไม่ยอมให้ย่าเป็นอะไรแน่นอน กานจะทำทุกอย่างให้ย่าอยู่กับกานให้ได้นานที่สุดนะ” ฉันพูดกับย่าที่นอนหลับไปอย่างตั้งใจ ฉันไม่อยากให้ท่านเห็นว่าฉันเหนื่อย ฉันไม่อยากให้ย่ารู้ว่าฉันกำลังท้อ(แต่ไม่ถอย)

ฉันรู้... เหตุผลที่ย่าไม่เคยบอกฉันว่าท่านเป็นอะไรก็เพราะแบบนี้ จากที่หมอบอกประวัติการตรวจของย่า ย่ารู้ตัวเองมาสักพักใหญ่ๆ แล้วว่าตัวเองเป็นอะไร แต่ท่านไม่ยอมรักษา ไม่ยอมบอกใคร เพราะย่าคงจะห่วงว่าถ้าฉันรู้ ก็คงหาทางรักษาย่าแบบนี้ และย่าก็คงไม่ต้องการให้ฉันทำ

และมีอย่างหนึ่งที่ฉันพึ่งมาเข้าใจหลังจากย่าเข้าโรงพยาบาลนี่เอง ว่าสิ่งที่ท่านคอยพูดกับฉันบ่อยๆ มันหมายถึงอะไร...

“ย่าแกแล้ว ไม่รู้ว่าจะอยู่ได้อีกกี่วันกี่เดือน แต่ย่าอยากเห็นกานของย่าได้สวมชุดครุยสักครั้ง ถึงตอนนั้นย่ารู้ว่าหลานของย่าต้องหางานดีๆ ได้ทำ เลี้ยงตัวเองได้แน่ๆ...”

“แต่อย่างหนึ่งที่ย่าอยากบอกกาน ถ้าวันหนึ่งย่าไม่อยู่แล้ว กานต้องเข้มแข็งและอย่าเสียใจนานนะลูก อย่าให้ย่าต้องเป็นห่วง”

“ย่ายังแข็งแรง ย่าต้องอยู่กับกานไปนานๆ ไม่ใช่แค่ได้เห็นกานเรียนจบ...”

“แต่ย่าจะอยู่จนได้เห็นกานทำงานและเลี้ยงดูย่าได้อย่างดีนะ” ฉันพูดออกไปเหมือนทุกครั้งที่มักจะตอบย่าหวังให้ท่านรักษาสัญญาเวลาที่ท่านพูดถึงเรื่องความเป็นความตายแบบนี้ และฉันจะต้องทำให้ได้ ไม่ว่าจะต้องทำยังไง ฉันก็ยอมแล้ว

บทก่อนหน้า
บทถัดไป