บทที่ 8 เคยคิดจะรักใครไหม
ตอนที่8 เคยคิดจะรักใครไหม
ฉันตื่นขึ้นมาด้วยความปวดเมื่อยตามตัวจนไม่อยากขยับเลยสักนิด ดีที่วันนี้มีเรียนตอนบ่ายเลยได้นอนพักยาว ไม่งั้นวันนี้ฉันได้ขาดเรียนแน่เลย
แล้วเมื่อคืนกว่าเขาจะปล่อยให้ฉันได้พักก็หลังจากเขาปลดปล่อยรอบที่สามไปแล้ว ทำให้ฉันอดคิดไม่ได้เลยว่าที่เขาพูดว่าจะไม่หักโหมมันหมายความว่ายังไงกันแน่ นี่เขาหักห้ามใจแล้วเหรอ แล้วถ้าเกิดว่าใช่ แล้วการไม่หักห้ามใจของเขามันจะจบลงตอนไหน เพราะนี่เป็นครั้งแรกของฉันเขาเลยใจดีอย่างนั้นเหรอ แล้วครั้งต่อไปล่ะ หลังจากที่มันไม่ใช่ครั้งแรกแล้วเขาจะทำมันตามใจตัวเองไหม แล้วหากเป็นแบบนั้นมันจะจบลงครั้งที่เท่าไหร่กันล่ะ
ฉันไม่อยากเชื่อเลยว่าคนที่มีท่าทางนิ่งขรึมแบบเขา เวลาทำเรื่องอย่างว่าจะดุดันและหนักหน่วงขนาดนี้ ฉันก็คิดว่าเขาคงจะแค่...ช่างเถอะ
“เฮ้อ!” ฉันถอนหายใจออกมาหลังจากกวาดสายตาไปทั่วห้องแล้วก็ไม่พบคนที่นอนกับฉันเมื่อคืน
ฉันไม่รู้ว่าเขาออกไปตอนไหน แต่เป็นแบบนี้ก็ดีเหมือนกันเพราะฉันเองก็ยังไม่พร้อมจะเจอหน้าเขาตอนนี้ จะบอกว่าอายก็ใช่ ไม่รู้ว่าต้องทำตัวยังไงก็ถูก มันยังไม่ชินเท่าไหร่
ฉันลุกไปจัดการตัวเองแทนการนอนเน่าอยู่แบบนี้ แต่แค่ขยับร่างกายก็เหมือนจะแตกออกจากกันเป็นเสี่ยงๆ แล้ว ไม่คิดว่ามันจะเจ็บปวดมากขนาดนี้จริงๆ แล้วยิ่งต้องมาเจอกับความรุนแรงของเขาแบบนั้นแล้วด้วย
“เหอะ!” ฉันแค่นหัวเราะออกมาหลังจากเห็นสภาพตัวเองในกระจกที่สะท้อนอย่างชัดเจน
รอยดูดเป็นจ้ำ บางที่ก็แดง บางที่ก็ม่วง บางที่ก็ขึ้นรอยฟันที่ถูกกัด ไม่น่าล่ะทำไมเมื่อคืนถึงได้ทั้งเจ็บทั้งแสบไปทั้งตัว แต่ตอนนั้นเพราะว่ามีส่วนอื่นที่เจ็บแสบมากกว่าอยู่แล้ว เลยไม่ได้ใส่ใจที่อื่นมากพอ แต่ก็ดีอย่างหนึ่งที่เขาไม่ได้ทำนอกร่มผ้า ไม่งั้นฉันคงต้องปวดหัวกับการปกปิดร่องรอยพวกนี้แน่เพราะไม่รู้ว่าจะปกปิดได้หมดหรือเปล่า
หนึ่งเดือนผ่านไป...
ตลอดเวลาหนึ่งเดือนที่ผ่านมาทุกอย่างยังคงเป็นเหมือนเดิมมาเสมอ หลังจากฉันเลิกเรียนก็ไปเยี่ยมย่า และไม่เกินหนึ่งทุ่มฉันจะต้องกลับให้ถึงห้องเผื่อว่าเขาจะมา ส่วนคุณคิมทันเขาก็มาหาฉันเรื่อยๆ แต่เขาไม่ได้มาทุกวัน เขามาอาทิตย์ละสองถึงสามวันเท่านั้น แต่สำหรับฉันก็ดีนะ เพราะอย่างน้อยการมาแบบนี้มันก็เหมือนกับว่าเขาก็ให้เวลาฉันได้พักผ่อนฟื้นฟูร่างกายของตัวเองไปในตัว
แต่อย่างหนึ่งที่ฉันปฏิเสธไม่ได้เลย ก็คงจะเป็นการดูแลของเขา เขาทำทุกอย่างอย่างที่บอกฉันตอนแรกดีมาตลอดอย่างคนรักษาคำพูด ทั้งค่ารักษาย่าที่เขาจ่ายทุกครั้งโดยไม่ต้องให้ฉันเอ่ยปากขอเลยแม้แต่ครั้งเดียว แล้วก็เรื่องเงินเดือนของฉัน เขาก็ให้และให้มากกว่าเงินเดือนที่ฉันเคยหาได้จากการทำงานสองที่พร้อมกันซะอีก ทั้งที่เขาเสียเงินค่ารักษาให้ย่าแล้ว แต่เขาก็ยังให้เงินเดือนฉันทั้งที่ฉันไม่ได้ทำอะไรนอกเหนือจาก...
แต่ก็นั่นแหละ ถึงแม้ว่าเขาเป็นคนไม่ค่อยพูดไม่แสดงออกให้ฉันรับรู้ถึงอารมณ์และความรู้สึกของเขาในเวลาทั่วๆ ไป แต่เขาก็มักจะถามถึงความเป็นอยู่ของฉันอยู่เรื่อย และถามถึงสิ่งที่ฉันต้องการอยู่เสมอ ฉันไม่รู้ว่ามันเป็นเพราะการตอบแทนร่างกายของฉันหรือเปล่า แต่เอาจริงๆ เขาไม่ต้องทำถึงขนาดนี้ก็ได้ด้วยซ้ำ แค่เขารับผิดชอบค่ารักษาย่ากับค่าพยาบาลพิเศษมันก็นับว่ามากแล้วกับสิ่งที่เขาได้จากฉันไป
“มึง วันเกิดพี่หมอกพรุ่งนี้มึงจะไปไหม” ระหว่างนั่งเรียนอยู่ ฝันเพื่อนฉันก็ถามขึ้น
“กูไม่รู้ว่ะ” ฉันตอบกลับอย่างแบ่งรับแบ่งสู้เพราะยังไม่แน่ใจ ใจจริงก็อยากไปนะเพราะพี่หมอกเป็นลุงรหัสฉันเอง แต่งานมันจัดตอนกลางคืนน่ะสิ ฉันไม่รู้ว่าฉันจะไปได้หรือเปล่าไม่รู้ว่าคุณคิมทันเขาจะมาหาไหม
“เออ มึงก็ไม่ค่อยว่างด้วยสิ” ฝันได้ยินแบบนั้นก็พูดขึ้นอย่างไม่ได้สงสัยหรือแปลกใจอะไรเพราะเมื่อก่อนมันรู้ว่าฉันต้องวิ่งวุ่นทำงานอยู่ตลอด ส่วนตอนนี้มันยังไม่รู้ว่าฉันเลิกทำงานแล้ว
แต่ถึงแบบนั้นก็เถอะ ฉันรู้อยู่แก่ใจตัวเองว่าฉันพอจะว่าง อีกอย่างสมัยที่พี่หมอกยังเรียนไม่จบ ฉันกับพี่หมอกก็ถือว่าคุยกันบ่อยอยู่พอสมควร ถึงแม้ว่าไม่ได้ถึงกับสนิทกันมากเท่ากับพี่รหัส แต่ก็ถือว่าเกือบสนิทเลยเพราะเขาก็คอยทำหน้าที่ลุงรหัสให้ความช่วยเหลืออยู่เสมอ
“ยังไงวันนี้ไปหาซื้อของขวัญก่อนแล้วกัน ถ้าเกิดกูไม่ติดอะไรก็จะไป...”
“แต่ถ้าไม่ว่างจริงๆ อย่างน้อยก็ได้ฝากของขวัญไปกับมึง” ฉันเสนอขึ้นอย่างต้องการแสดงน้ำใจกับคนกันเองให้พี่แกรู้ว่าฉันไม่ได้ลืมและไม่ได้ไม่สนใจ เพราะยังไงงานนี้ก็มีรุ่นพี่รุ่นน้องไปกันเยอะแน่
“เออๆ เอางั้นก็ได้” ฝันตอบกลับอย่างไม่เรื่องมาก ก่อนฉันกับมันจะหันไปสนใจหน้าห้องที่อาจารย์กำลังสอนอยู่
“มึงว่ากูจะซื้ออะไรดีวะ” ฝันถามขึ้นหลังจากเรามาอยู่กันที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งขณะกำลังหาของขวัญกัน ซึ่งเดินกันมาสักพักแล้วแต่ก็ไม่รู้จะซื้ออะไรเหมือนกัน
“กูเองก็ยังไม่รู้เลย” ฉันตอบกลับอย่างหนักใจเหมือนกัน พี่เขารวยขนาดนั้นคือมีทุกอย่างแล้วอ่ะ แล้วพวกฉันก็ไม่ได้มีปัญญาซื้อของแพงๆ ด้วย พอจะซื้ออะไรตามกำลังก็เลยอยากเลือกให้มันดีหน่อยมันจะได้ไม่น่าเกลียดตอนที่เขาแกะ ถึงไม่รู้ว่าเขาจะแกะหรือเปล่าก็เถอะ
ฉันกับฝันเดินหากันไปเรื่อยๆ เพราะว่านี่ก็ออกมาได้สักพักแล้วแต่ยังเลือกอะไรไม่ได้เลย แต่แล้วฉันก็สะดุดเข้ากับของชิ้นหนึ่งพอดี ฉันรีบเดินตรงไปยังเป้าหมายทันทีก่อนจะหยิบมันขึ้นมาดู
“อันนี้ไม่น่าเกลียดเกินไปหรอกนะ”
