บทที่ 9 หวั่นไหว

ตอนที่9 หวั่นไหว

“อันนี้ไม่น่าเกลียดเกินไปหรอกนะ” ฉันพูดขึ้นอย่างลังเลแต่คิดว่าน่าจะดูดีที่สุดแล้วกับกำลังทรัพย์อย่างฉัน สิ่งที่ฉันสนใจก็คือโคมไฟ LED รูปฟุตบอลไว้ตั้งโต๊ะประดับเฉยๆ  

มันไม่ได้ให้ความสว่างใช้งานอะไรได้หรอก แต่มันก็ดูมีอะไรที่ไม่มากไม่น้อยเกินไป อีกอย่างพี่หมอกก็เป็นคนชอบฟุตบอลด้วยหากจะให้สิ่งนี้คงจะพอถูไถได้บ้าง

ถึงแม้ว่าครั้งนี้จะเป็นครั้งที่สี่ที่ฉันไปงานวันเกิดของพี่หมอก และส่วนใหญ่ก็ซื้ออะไรเกี่ยวกับฟุตบอลตลอดเพราะไม่รู้จะซื้ออะไรจริงๆ เลยตั้งใจว่าปีนี้จะเปลี่ยนสักหน่อย แต่เดินไปเดินมาก็ยังหาไม่ได้จนมาสะดุดตากับสิ่งนี้นี่แหละ สรุปก็คือหนีไม่พ้นอะไรที่เกี่ยวกับฟุตบอลเหมือนเดิมอีกแล้งและหวังว่าเขาคงจะไม่เบื่อไปก่อนนะ แต่ช่างเถอะ พี่หมอกคงไม่คิดมากหรอก

ฉันจัดการเอาของขวัญไปห่อหลังตัดสินใจเลือกชิ้นนี้ ไม่นานฝันก็ตามมาก่อนจะยืนรอห่อของขวัญของฝัน แล้วเราก็แยกกันกลับ โดยที่ฉันรีบตรงไปหาย่าก่อนทันที อย่างน้อยก็ขอให้ไปได้เห็นย่าให้ชื่นใจก่อนแล้วกัน

หลังจากไปหาย่าไม่ถึงครึ่งชั่วโมงฉันก็กลับห้องมาคืน เพราะตอนไปย่าพึ่งหลับไป ฉันไม่อยากกวนเลยเลือกจะกลับมาเผื่อว่าคุณคิมทันจะมาด้วยเลยไม่อยากให้เขารอให้หงุดหงิด

แกร็ก!

ฉันพึ่งเปิดประตูเข้าห้องนอนมาไม่ทันได้ปิดด้วยซ้ำ เสียงประตูด้านหน้าห้องก็ดังขึ้นก่อนแล้วทำให้ฉันหันไปมอง ก็เห็นว่าเป็นคุณคิมทันนั่นเอง

“คุณกินอะไรมาหรือยังคะ” ฉันถามเขาขึ้นอย่างใส่ใจเมื่อเห็นว่าเขามาในเวลานี้ หนึ่งเดือนที่ผ่านมาฉันยอมรับว่าฉันกล้าพูดกล้าถามเขามากขึ้นแม้จะยังมีระยะอย่างชัดเจนก็ตาม

“อืม” เขาตอบกลับสั้นๆ ตามปกติของเขาอย่างไม่ได้พูดมากหากไม่จำเป็น ก่อนจะปลดเสื้อออกสบายๆ แล้วเดินไปทิ้งตัวนั่งที่โซฟา

“เดี๋ยวฉันไปเตรียมน้ำให้นะคะ” ฉันเห็นแบบนั้นก็บอกเขาขึ้นอีกครั้ง เพราะสภาพชุดทำงานเต็มยศขนาดนี้ ยังไม่ได้อาบน้ำมาอยู่แล้ว

อีกอย่างถ้าวันไหนเขามาหาฉันก็มักจะมาแบบนี้ตลอด เหมือนพึ่งเลิกงานแล้วตรงมานี่เลย ทั้งที่เวลามันล่วงเลยไปทุ่มสองทุ่มแล้ว แต่ก็นะเขาเป็นนักธุรกิจนี่หน่าคงไม่แปลกหรอกถ้าจะออกไปคุยงานด้านนอกดึกๆ ดื่นๆ

“ถอดเสื้อผ้าแล้วมาถูหลังให้ฉัน” คุณคิมที่เดินเข้ามาในห้องนอนตรงไปยังห้องน้ำพูดลอกฉันขึ้นอย่างง่ายดายเหมือนพูดประโยคทั่วไป

“.....” ฉันได้ยินแบบนั้นก็ไม่ได้คิดหรือโต้แย้งอะไร ก่อนจะลุกไปเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วนุ่งผ้าขนหนูเดินตามเขาไปด้านในห้องน้ำ ก่อนจะเห็นเขานั่งอยู่ในอ่างอาบน้ำแล้ว ฉันเลยปลดผ้าขนหนูเดินลงไปนั่งด้านหลังเขา ก็เขาบอกให้ถูหลังนี่

ฉันหยิบใยขัดตัวก่อนจะกดครีมอาบน้ำลงไปแล้วขยี้ให้มันเกิดฟอง ก่อนจะกวักน้ำรดหลังเขา แล้วขัดหลังให้เขาไปเรื่อยๆ โดยไม่มีใครพูดอะไร

ผู้ชายคนนี้เป็นคนที่มีเสน่ห์มาก ทั้งหน้าตาของเขาที่หล่อเหลามากจนถึงมากที่สุด แล้วไหนจะหุ่นของเขาที่ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเขาดูแลตัวเองดีแค่ไหน ทั้งร่างกายเขาเต็มไปด้วยมัดกล้ามอย่างชัดเจนจนน่าหลงใหล มันทั้งแข็งและแน่นไปหมด ทั้งดูปลอดภัย น่าหลงใหลและก็อบอุ่นจนเล่นกับใจคนได้ง่ายๆ

ยิ่งความนิ่งขรึมของเขามันไม่ได้ทำให้เขาดูไม่น่าคบเลยสักนิด ตรงกันข้ามมันกลับยิ่งเป็นเสน่ห์ที่น่าค้นหาและดึงดูดผู้หญิงได้ดีมากอย่างง่ายดาย

ถึงแม้ว่าตอนแรกฉันไม่พอใจกับข้อเสนอตรงไปตรงมาแสนดูถูกของเขามากๆ แต่ในเมื่อมันเกิดขึ้นแล้วและฉันก็ไม่มีทางเลือกอื่นจนต้องพาตัวเองเข้ามาในวังวนน่าเกลียดนี้ ฉันจึงเลิกคิดถึงข้อเสียต่างๆ และคิดถึงความเป็นจริงที่เจอ แน่นอนว่าพอหักอคติพวกนั้นออกไป ฉันเองก็เป็นเพียงผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งที่มีความรู้สึกทุกอย่าง... ที่รู้จักหวั่นไหว

มันยังไม่เรียกว่าความรักหรอกเพราะมันเร็วเกินไป แต่มันเป็นความรู้สึกดี รู้สึกคุ้นเคยมากกับการมีเขาอยู่ ชีวิตที่ไม่เคยเกินเลยกับผู้ชายมากกว่าคำว่าเพื่อน พี่น้อง พอได้มาอยู่อย่างใกล้ชิดแบบนี้กับผู้ชายคนหนึ่งที่หล่อขนาดนี้ ฉันยอมรับว่าบางครั้งตัวเองก็เกิดความโลภ โลภที่อยากครอบครองเขาไว้คนเดียว

ใช่ ฟังไม่ผิดหรอก ถึงแม้ว่าจุดเริ่มต้นของเขามันจะดูแย่และไม่ให้เกียรติฉันเท่าไหร่ แต่มันผ่านมาแล้วโดยที่ฉันเองก็ได้รับกลับมามากกว่าที่เขาได้กลับไป ฉันจะจมอยู่กับความคิดเล็กคิดน้อยพวกนั้นให้มันได้อะไรขึ้นมา ในเมื่อตอนนี้ฉันอยู่กับเขาแล้วและฉันก็เป็นของเขาแล้ว ในเมื่อมันเป็นแบบนี้แล้วจะผิดตรงไหน ถ้าฉันอยากทำให้เขาเป็นของฉันเหมือนที่ฉันเป็นของเขา

ไม่ใช่ว่าฉันอยากได้เขาเพราะว่าเลี้ยงดูฉันดี ไม่ใช่เพราะฐานะความร่ำรวยของเขา แต่มันเป็นเพราะความรู้สึกที่มาจากหัวใจไร้เดียงสาของฉัน ถึงแม้ว่าฉันจะเกิดมาเคยมีครอบครัวพร้อมหน้า แต่ฉันก็ขาดพ่อไปนานแล้ว ชีวิตฉันที่ผ่านมามีเพียงย่าคนเดียวที่เป็นครอบครัว เราอยู่กันเพียงสองคนย่าหลาน เป็นเพียงผู้หญิงตัวเล็กๆ ทั้งสองคน

แล้ววันหนึ่ง ที่ฉันมีผู้ชายเข้ามาในชีวิต ผู้ชายที่เขาดูเก่งกาจไปทุกเรื่อง ผู้ชายที่แค่เห็นก็รู้สึกปลอดภัยและอันตรายไปพร้อมกัน แต่มันกลับทำให้หัวใจของฉันอบอุ่นขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก มันรู้สึกเหมือนว่าตั้งแต่เขาเข้ามาในชีวิตฉัน เขาคือคนที่สามารถทำให้ฉันรู้สึกมีที่พึ่งพาและมีที่พักพิงอย่างไม่โดดเดี่ยวอีกต่อไป

“คุณคิมคะ” ฉันเรียกเขาขึ้นหลังจากนั่งขัดหลังให้เขาด้วยความเงียบมาสักพัก

“อืม” เขาขานรับกลับมาสั้นๆ ตามที่เป็นประจำ และนี่คงจะเป็นสิ่งที่ทำให้ฉันกังวลเสมอเพราะว่าเขานิ่งเกินไป จนฉันกลัวว่าฉันจะสามารถทำให้เขาเป็นของฉันได้หรือเปล่า ทำให้ฉันมีความรู้สึกเดียวกับฉันได้บ้างไหม เพราะบางทีเขาก็นิ่งเกินไป นิ่งจนเหมือนคนไม่มีความรู้สึกอีกเลย

แต่...

“คุณ เคยคิดจะรักใครไหมคะ”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป