บทที่ 1 1. กว่าจะได้เป็นมาดาม

ผลั่ก!!

"โอ๊ย!!"

"มึงกล้าต่อปากต่อคำกับกูเหรออีมีน!!"

"พี่กายอย่าทำหนู!!"

เสียงห้ามที่ปะปนไปกับเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดนั้นไม่เป็นผล ฝ่าเท้าหุ้มด้วยรองเท้าผ้าใบแบรนด์ดังถีบตรงกลางร่างระหงของหญิงสาวอย่างแรงจนเธอจุกลงไปนอนคุดคู้บนพื้น

“ทีหลังอย่าเสือกมาเถียงกู!!”

ไม่เพียงเท่านั้น คนกระทืบยังตามมากระชากเรือนผมยาวสีดำขลับจนทั้งร่างของเธอลอยไปตามแรง มือใหญ่ของชายหนุ่มวัยฉกรรจ์ฟาดลงบนซีกหน้าด้านขวาจนใบหน้าบวมช้ำสะบัด

เกิดเป็นรอยฉีกขาดที่มุมปากเพิ่มมาอีกรอย จากที่เดิมก็มีจนแทบจะไม่เหลือช่องว่างแล้ว

เพี๊ยะ!!

ร่างของ มีน หรือ มีนา ที่นั่งอยู่บนพื้นสกปรกอยู่แล้วร่วงลงไปนอนตะแคงอย่างน่าสังเวท ดวงตาที่เคยมีประกายสุกไสกลับมีโลหิตแตกพร่างอยู่ในนั้น เพราะโดนตบจนเส้นเลือดฝอยแตก

ถึงอย่างนั้นมันก็ยังมองภาพรอบตัวได้อยู่บ้าง

มีนาจึงเห็นว่าตรงหน้าเธอมีเท้าของชายหญิงหลายคู่ยืนอยู่ พวกนั้นเห็นว่าไอ้กายทำอะไรแต่ไม่มีใครช่วยเธอสักคนเพราะเป็นพวกเดียวกันหมด

ทุกคนต่างเกลียดขี้หน้าเธอที่ทำตัวเป็นแกะดำ ไม่ยอมเสพยาอย่างที่ทุกคนเสพ ไม่ยอมทำอย่างที่ทุกคนทำ

หญิงสาวได้แต่นอนตัวสั่นด้วยความเจ็บปวด กลิ่นสนิมขมปร่าฟุ้งกระจายไปทั่วทั้งโพรงปาก ทั้งตัวเต็มไปด้วยรอยช้ำและรอยถลอก เพราะเธอโดนลากจากในบ้านออกมากระทืบด้านนอก

“เอามันอีกเว้ยไอ้กาย อีนี่มันสมควรโดน!”

“จริง! เป็นกะหรี่แต่ทำตอแหล กูหมั่นหน้ามันมานานแล้ว”

“กระทืบแม่งอีก!! เอาให้ตายห่าไปเลย!”

เจ็บกายก็ยังไม่เท่าเจ็บใจยามเมื่อได้ยินเสียงพวกขี้ยานั่นเชียร์ให้ไอ้เวรนี่กระทืบเธออีกให้สาสม ที่จริงหากจะสู้ก็พอทำได้อยู่บ้างในตอนที่ยังไม่น่วมขนาดนี้

แต่ใครมันจะกล้าในเมื่อมันมีปืนเหน็บอยู่ที่เอว เพื่อนของไอ้กายก็ยืนกันอยู่เต็มไปหมด ขืนสู้เธอก็ตายสถานเดียว แถมคงยังตายแบบหาศพไม่เจออีกด้วย

เพราะที่ยืนอยู่น่ะมีแต่ลูกอีลีททั้งนั้น โดยเฉพาะไอ้ผู้ชายที่กระทืบเธอจนหมดสภาพอยู่นี่

ไอ้กาย

ไอ้เวรนี่มันเป็นลูกชายคนเล็กของสส.ที่ตอนนี้อยู่ในพรรคร่วมรัฐบาลฝั่งอนุรักษ์นิยม แถมก่อนมาเป็นสส. พ่อของมันยังเป็นนายตำรวจเก่า

ส่วนแม่ก็เป็นคุณหญิงคุณนายจากครอบครัวข้าราชการระดับสูง มันมีพรรคพวกมากมายแบบที่คนตัวเล็ก ๆ อย่างเธอไม่มีปัญญาแม้แต่จะทำให้มีรอยขีดข่วนได้

"มึงมันก็แค่กะหรี่ ตายไปก็ไม่มีใครสนใจหรอกรู้ไว้ด้วย!"

ลองสู้ดูสิ ไม่ตายก็เลี้ยงไม่โต

ผลั่ก!!

“อั่ก!”

ไอ้กายเตะเธอที่ยังนอนคุดคู้อยู่บนพื้นอีกรอบจนพลิกเป็นท่านอนหงาย ทว่าครู่เดียวมีนาก็พยายามขดตัวกลับมานอนคุดคู้กอดตัวเองเอาไว้ไม่ให้มันเตะโดนท้องได้

เธอยังไม่อยากสิ้นชื่อในวันนี้

"ทำมาเป็นหนูไม่เสพยาค่ะ ๆๆ มึงคิดว่ามึงดีกว่ากูนักหรือไงหา!! คนอื่นที่เขาทำได้มีอีกเยอะแยะ คนอย่างกูไม่จำเป็นต้องง้อกะหรี่ชั้นต่ำแบบมึง!!"

ตั้งแต่ต้นจนถึงตอนนี้มีนาไม่กล้าพูดอะไรเลยสักคำ เพราะยิ่งร้องห้ามคนเมายาก็จะยิ่งตีหนักขึ้น ทั้งตีนทั้งมือประดังเข้ามา ไม่นานไอ้กายก็กระชากผมของเธอบังคับให้ลุกขึ้นมานั่ง

ส่วนมันเองก็ย่อตัวลงนั่งยอง ๆ ท่ามกลางเสียงเชียร์ของเพื่อน ๆ ที่ยืนอยู่รอบ ๆ ราวกับกำลังชมมหรสพที่สนุกที่สุด

“กูถามว่ามึงคิดว่าตัวเองดีกว่ากูหรือไง!”

"หนูเปล่านะคะ หนูรักพี่กาย หนูจะคิดแบบนั้นได้ไง" มีนาเอ่ยตอบไปเสียงสั่นเมื่อโดนคาดคั้น มือสวยยกขึ้นไหว้ปะหลก ๆ แต่คำพูดของเธอจะไปมีผลอะไร ในเมื่อทุกอย่างรอบตัวมันเป็นแบบนี้

"รักเหรอ! กะหรี่แบบมึงพูดคิดว่ากูจะเชื่อเหรอ!! มึงรักเงินของกูต่างหาก อีนรก!!"

"..."

ไอ้กายเองก็กำลังมันมือ ไหนจะแรงยุจากเพื่อนของมันอีก มันไม่ได้ทุบตีเธอเป็นครั้งแรก แต่เมื่อก่อนจะเป็นการเงื้อหรือตบสักฉาดแล้วพาไปเอาแรง ๆ สักรอบ จากนั้นก็จะหายโกรธ

ครั้งนี้หนักสุดแล้ว เพราะโดนยุและทำโชว์เพื่อนด้วย

"กูเบื่อขี้หน้ามึงฉิบหายเลย จะไปตายที่ไหนก็ไปไม่ต้องมาให้กูเห็นหน้าอีก!” ร่างของเธอโดนถีบจนหงายหลังไปกับพื้นอีกครั้ง ไอ้กายตามมาเตะอีกสองครั้งก่อนที่มันจะต้องหยุดเพื่อพักหายใจ

คนเสพยาก็เป็นแบบนี้

เหนื่อยง่าย...

“แล้วกู...แฮ่ก! กูเตือนไว้ก่อนนะว่าอย่าเสือกไปแจ้งความล่ะ เพราะนอกจากมึงจะทำอะไรกูไม่ได้แล้ว มึงยังจะโดนกูกระทืบหนักกว่าเดิมด้วย เข้าใจไหม!"

ไอ้กายแผดเสียงชี้หน้าเธอมือสั่น มีนาได้แต่นอนนิ่งอยู่ตรงนั้นโดยไม่ปริปากพูดอะไรที่จะยั่วโมโหคนเมายาอีก ส่วนตัวมันเองก็เหมือนจะหมดความสนใจในตัวเธอจึงหันหลังเดินกลับเข้าบ้าน

เมื่อเจ้าบ้านเดินเข้าไปด้านในแล้ว ทุกคนจึงเดินตามเข้าไปด้วย ทิ้งให้มีนายังคงนอนจมกองเลือดอยู่ที่เดิมโดยที่ไม่มีใครเหลียวแล มีเพียงแค่คนเดียวที่เดินอยู่รั้งท้าย

ฝ่ายนั้นเตะโทรศัพท์ของเธอที่กระเด็นไปตอนโดนกระชากมาให้ “อย่าโทรหาตำรวจนะ” ก่อนจะพูดเร็ว ๆ แล้วรีบเดินเข้าไปในบ้านเหมือนกลัวมีใครสังเกตเห็น

มีนาจำได้ว่าผู้หญิงคนนั้นเธอเพิ่งจะได้เจอหน้าครั้งแรกในปาร์ตี้ของไอ้กาย เหมือนว่าอีกฝ่ายจะมากับเพื่อนคนใดคนหนึ่งของมัน ดูท่าจะเป็นผู้หญิงทำงานไม่ได้เป็นลูกคุณหนูหลานคุณนาย

แต่ไม่ว่าจะด้วยเจตนาใด มันก็เป็นประโยชน์มาก

เมื่อได้โทรศัพท์มีนาก็รีบกดโทรออกเบอร์เพื่อนที่สนิทที่สุด ก่อนจะกรอกน้ำเสียงอันแห้งผากผ่านสาย “กุ๊บกิ๊บ กูถูกตี มึงมารับกูที” จากนั้นก็เหลือบมองไปยังประตูบ้านที่ปิดสนิทไปแล้ว

พวกมันอยู่ข้างใน เหลือเพียงตัวเธอที่ยังนั่งอยู่ด้านนอก

มีนากดแชร์ตำแหน่งให้เพื่อนก่อนจะกัดฟันลุกขึ้น แล้วพาตัวเองล้มลุกคลุกคลานไปหลบหลังต้นไม้ใหญ่หน้ารั้วเหล็ก เพราะตอนนี้มืดเต็มทีและเธอเองก็กลัวเพราะมันเป็นซอยเปลี่ยว

ดวงตาสวยปิดลง ยามที่เจ้าตัวหลับตากล้ำกลืนความเจ็บลงคอไป รับรู้ได้ถึงร่างกายที่สั่นระริก และเหมือนจะหายใจไม่ออก ทว่าขณะที่กำลังคิดว่าจะไม่รอดแล้วแสงไฟหน้ารถก็สาดเข้ามา

เป็นรถของกุ๊บกิ๊บ

“อีมีน! มันทำมึงขนาดนี้เลยเหรอ"

มีนาได้ยินเสียงคนสองคนลงมาจากรถ กุ๊บกิ๊บเป็นคนแรกที่มาถึงตัวเธอ และประคองเอาไว้ในยามที่ตัวมีนากำลังจะร่วงลงไปกองบนพื้นอีกรอบ

“อีดอก เยินไปทั้งตัวเลย มึงลุกไหวไหมอีมีน”

ส่วนอีกคนคงเป็นแบงค์ มีนารู้จักอีกฝ่ายผ่านกุ๊บกิ๊บมาได้สักพักแล้ว แบงค์ก็ทำงานประเภทเดียวกับพวกเธอนี่แหละ แต่มันเป็นผู้ชายเลยไปอยู่ในบาร์โฮสก็เท่านั้น

ทั้งคู่ช่วยกันพยุงเธอให้นั่งพิงกำแพง สองเสียงร้องถามกันเซ็งแซ่ กุ๊บกิ๊บนั้นโมโหจนร้องไห้ แต่พวกเราก็ทำอะไรไม่ได้เพราะรู้ดีว่าพ่อของไอ้กายเป็นใคร

"อุ้มเถอะอีแบงก์ จะได้รีบพาไปโรงพยาบาลกัน กูกลัวมันตาย มึงดูสภาพสิอีเหี้ย จะเอาให้เพื่อนกูตายเลยเหรอไอ้สัตว์นรก!"

"มึงอย่าเสียงดังอีกุ๊บกิ๊บ เดี๋ยวแม่งก็ออกมายิงเราตายห่ากันหมดหรอก ไปเปิดรถไป!"

"เออ ๆๆๆ"

มีนารู้ตัวเป็นพัก ๆ เพราะสติที่เริ่มเลือนหาย เธอรู้ว่าแบงค์อุ้มเธอไปวางไว้ที่เบาะหลังส่วนกุ๊บกิ๊บก็มานั่งข้าง ๆ ประคองเอาไว้อีกที เสียงก่นด่าของเพื่อนเธอยังดังก้องอยู่ในหัว

ก่อนที่ทุกอย่างจะกลายเป็นความมืด...

บทถัดไป