บทที่ 3 3. หรือสวรรค์จะส่งคุณมา

ชีวิตของกะหรี่มันไม่ง่าย

ไม่ง่ายและไม่เคยง่าย คนที่ไม่เคยได้เข้ามาอยู่ในวงจรนี้ไม่มีวันรู้เลยว่ามันไม่ใช่แค่อ้าขาก็ได้เงิน ไม่ใช่งานสบายที่เงินดี ไม่ใช่งานที่ใครก็ทำได้

รายละเอียดยิบย่อยมันมากมายกว่านั้นไปโข

ทั้งเรื่องรูปลักษณ์ภายนอก จิตวิทยา เรื่องดวง ทั้งการต้องบริหารเสน่ห์ บางเรื่องที่มองไม่เห็น ไหนจะลูกค้าร้อยพ่อ เพื่อนร่วมอาชีพพันแม่ที่ต้องเจอในแต่ละวัน

หากไม่จำเป็นต้องหาเงินไปรักษาพี่สาวซึ่งป่วยเป็นมะเร็งเม็ดเลือดในวันนั้น มีนาก็คงจะไม่มีวันมาทำอาชีพนี้แน่ ๆ เธอคงยังเป็นเหมือนสุดที่รักที่ทำงานเสิร์ฟ

ทำงานพาร์ทไทม์ส่งตัวเองเรียนไปวัน ๆ

แต่ในเมื่ออดีตมันย้อนกลับไปขาวสะอาดไม่ได้แล้ว ต่อให้จะพลาดมาจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด ทว่าครั้งนี้มีนาจะไม่ยอมพลาดอีก เธอจะใช้อาชีพนี้ส่งตัวเองไปอยู่จุดที่สูงที่สุดเท่าที่จะทำได้

และไม่มีวันกลับมายืนอยู่จุดเดิมอีกเป็นครั้งที่สาม

เธอจะไม่รักใครอีกแล้วจริง ๆ

“คุณมีนเรียกผมว่าพี่ก็ได้ครับ อย่าเรียกคุณเลย มันฟังดูห่างเหินเกินไป” ถึงแม้ว่าลูกค้าคนใหม่คนนี้จะหล่อ งานดี หรือจะใจดีแค่ไหนก็ตาม

“ใครจะอยากห่างเหินกับผู้หญิงสวย ๆ แบบคุณมีนกัน”

มีนาอยากจะบ้าตาย

“พี่เหรอคะ” แว่วเสียงไพเราะมาจากหญิงสาวผิวสีน้ำผึ้งในชุดเกาะอกสีดำที่นั่งยิ้มสวยอยู่ท่ามกลางไฟแสงสีส้มนวล และบรรยากาศสบาย ๆ ภายในบาร์ของโรงแรมหรูระดับห้าดาว

เสียงเพลงแจ๊สเบา ๆ คลอเคล้าไปกับเสียงของเจ้าหล่อน รวมถึงเสียงพูดคุยของผู้คนที่นั่งอยู่ภายในสถานที่แห่งนี้ พอรวมกันก็ฟังดูรื่นหูไปหมด จนทำให้คนมองอารมณ์ดีขึ้นกว่าเดิมมาก

“นึกว่าจะอยากให้เรียกเฮียซะอีกค่ะ” เธอทำหน้าแปลกใจ

ส่วนเขาก็หัวเราะในลำคอ มองเธอที่ถามเจื้อยแจ้วปากยื่นปากยาวอย่างอดเอ็นดูไม่ได้ ริ้วรอยความถูกใจบางอย่างในดวงตาคมสื่อชัด เหมือนว่าเขาชอบที่เธอขี้สงสัยและคุยเก่ง

ไม่ใช่แค่การตั้งคำถามปลายเปิดให้เขาเล่าในเรื่องที่คาดไม่ถึง แต่รวมสิ่งที่เขาชวนคุยแล้วเธอก็ตอบได้หลายอย่างด้วย ทั้งเรื่องเศรษฐกิจ ที่เที่ยว เรื่องการเมืองยังคุยได้

อะไรที่ไม่รู้ก็บอกไม่รู้ แถมยังถามเขาเชิงว่าขอให้ชี้แนะ

ซึ่งนั่นทำให้เขาและเธอมีเรื่องให้คุยกันอย่างลื่นไหล ไม่มีเลยสักโมเม้นท์ที่รู้สึกอึดอัดใจ เราไม่จำเป็นต้องคุยกันแค่เรื่องเซ็กซ์หรือเกี้ยวกันไปมาอย่างเดียว

มิน่าล่ะคุณนภาถึงเชียร์เด็กคนนี้มาก แถมค่าเสียเวลาของแม่คนนี้ก็แพงระยับ

“ที่จริงก็เรียกได้ เพื่อนคนไทยของผมก็ให้สาว ๆ เรียกแบบนี้เหมือนกัน แต่ผมชอบให้เรียกว่าพี่มากกว่า มันฟังดูใกล้ชิดกันดี”

“ว้าว เชื่อเขาเลย เพราะมีเพื่อนเป็นคนไทยนี่เองคุณถึงพูดไทยเก่งขนาดนี้ แทบจะเป็นคนไทยคนหนึ่งอยู่แล้ว”

ติดแค่พาสปอร์ตเป็นจงกั๋วเท่านั้น

ประโยคนี้มีนาคิดต่อเองในใจ

“ผมมาไทยบ่อย มาทำธุรกิจที่นี่กับพี่ใหญ่ตั้งแต่เด็กเลย”

“อย่างนี้นี่เอง”

“เพื่อนผมหนูก็น่าจะพอรู้จักนะ คุณเสือกับคุณสิงห์แฝดของมันไง เราเป็นเพื่อนกันมานานแล้ว ทางบ้านก็ทำธุรกิจกันมาตั้งแต่รุ่นปู่ ก็เลยเจอกันมาตั้งแต่สมัยเด็ก”

“อ๋ออ...” มีนาลากเสียงยาวเมื่อเขาเอ่ยถึงลูกค้าคนดังที่มีแต่คนอยากถูกเขาเรียกใช้ แต่เธอไม่สนใจเรื่องใครอื่นมากนักหรอก ดวงตาหวานเอาแต่มองใบหน้าลูกครึ่งคนขาวและดวงตาสีน้ำตาลอ่อนของเขา

พลางคิดว่าถ้าไม่รู้มาก่อนว่าเขาเป็นลูกครึ่งจีนเยอรมัน ก็คงคิดว่ามาหลอกกันแน่ เพราะรูปร่างหน้าตาของเขามันกระเดียดไปทางคนขาวมาก

นอกจากผมดำกับพูดไทยปร๋อแล้ว ก็แทบไม่มีความเป็นเอเชียให้เห็น แม้แต่ชื่อก็ยังเป็นชื่อฝรั่ง ยิ่งตัดผมทรงบัสคัทแบบนั้นด้วย คุณทิโมธีก็ยิ่งดูเป็นพี่ฝรั่งหล่อ ๆ คนหนึ่งเลย

เขาบอกเธอก่อนหน้านี้ว่ามีชื่อจีนคือหวง เฟยฉี แต่ไม่ค่อยชอบชื่อนั้นเท่าไหร่ เขาชอบให้เรียกด้วยชื่อทิโมธีมากกว่าเพราะแม่คนเยอรมันเป็นคนตั้งให้

เขาบอกแค่นั้น แต่ไม่ได้บอกว่าทำไมถึงไม่ชอบชื่อจีน

“งั้น...มีนเรียกว่า...พี่ทิมดีกว่า” ถึงจะถามนั่นถามนี่เยอะ แต่เมื่อลูกค้ารีเควสให้เรียกพี่ มีนาก็เรียกเขาว่าพี่ทิมตามที่ต้องการ ไม่สัปดนไปเรียกอย่างอื่น เพราะมองออกว่าเขาชอบให้ตามน้ำ

เอ่ยจบก็ส่งยิ้มหวานโปรยใส่หน้าลูกค้าสุดหล่อไม่ยั้ง มือ นิ้วเรียวละจากแก้วค็อคเทลสีสวยเบื้องหน้าก่อนจะวางลงบนแขนของเขา

ปลายเล็บเจลที่ทำมาอย่างดีลากไปตามแนวของรอยสักที่น่าจะเป็นส่วนใดส่วนหนึ่งของมังกรสไตล์จีน ๆ

“ครับ เรียกแบบนี้ค่อยน่าฟังขึ้นมาหน่อย” ด้านทิโมธี เขามองมือเรียวประดับไปด้วยเล็บเจลสีธรรมชาติที่วางอยู่บนแขนของตน ก่อนจะเลื่อนมือใหญ่ไปทาบทับแล้วดึงมันขึ้นมาหอม

แล้วก็ยิ่งอารมณ์ดีเข้าไปอีก เพราะแค่มือของเธอก็ยังหอมจนเขาอยากกดจมูกแช่เอาไว้ทั้งคืน

“พี่ทิมชอบดื่มไวน์เหรอคะ” มีนาหอมทั้งตัว ยิ่งตอนที่ขยับเข้าหาเพื่อกระซิบถามข้างหูก็ยิ่งหอมฟุ้ง เขาก็นึกไม่ออกเหมือนกันว่าเธอทำยังไง ถึงได้หอมมากขนาดนี้แต่ไม่ฉุนจมูก

ยิ่งดมยิ่งติด อยากนั่งดมไปทั้งวัน

“ครับ ยิ่งไวน์แดงก็ยิ่งชอบ ดื่มได้เป็นขวด ๆ เลยนะถ้าเจอขวดไหนถูกปาก แล้วคุณมีนล่ะ ชอบดื่มอะไรเป็นพิเศษไหม”

“มีนดื่มได้หมดเลยค่ะ แต่คอไม่แข็งนะคะ เจอแรง ๆ เข้าไปหน่อย ถึงไม่ใช่มะม่วงก็ร่วงได้”

ความขี้เล่นที่ตรงข้ามกับรูปลักษณ์ภายนอกซึ่งดูสวยเป๊ะ และโครงหน้าที่ค่อนไปทางหยิ่งยโส เรียกเสียงหัวเราะจากทิโมธีได้อย่างดีเยี่ยม

ชายหนุ่มหัวเราะไปก็สบกับตาดวงตาออดอ้อนของเธอไป รับรู้ได้ว่ามันมีความท้าทายบางอย่างซุกซ่อนอยู่ในนั้น เหมือนว่ามีนามมีความเป็นเด็กดีและเด็กดื้ออยู่ในตัวคน ๆ เดียวกัน

มองแล้วก็อดไม่ได้ที่จะลำคอแห้งผาก อยากปราบม้าพยศให้นอนระทวยตัวสั่น แต่ในขณะเดียวกันก็อยากลองลิ้มชิมรสผิวสีน้ำผึ้งหอม ๆ อยากรู้ว่ามันจะหวานเหมือนคาราเมลหรือเปล่า

“ถึงกับร่วงเลยเหรอครับ ไปโดนตัวไหนมา”

“ไทยว้อดก้า สี่สิบดีกรีตรารวงข้าวค่ะ”

“เหล้าขาว?”

“รู้จักเหล้าขาวด้วยเหรอคะ”

“ผมก็คนไทยคนหนึ่ง” คำพูดของเขาทำเอาเธอหัวเราะคิก เอ่ยปากว่า พี่ทิมก็ แค่นั้นแล้วก็ยิ้มกว้างจนตาหยี แก้มที่แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางเป็นสีระเรื่อดันขึ้นเป็นก้อนน่าฟัด

มันน่ารักขัดกับลุคของเธอแบบที่น่าสนใจสุด ๆ จากที่ได้ทำความรู้จักกันมาร่วมชั่วโมง กิริยาท่าทางของมีนาไม่มีตรงไหนที่ขัดตาเขาเลย

บทก่อนหน้า
บทถัดไป