บทที่ 4 4. อย่างานดีนักเลยค่ะ
ทุกอย่างดูสมูทและดูมีเสน่ห์ไปหมดแม้กระทั่งท่าทางตอนพูด ตอนเกี่ยวผมทัดหู ตอนยกแก้วค็อคเทลขึ้นดื่ม หรือตอนที่กำลังขำมุกฝืด ๆ ที่มาพร้อมสำเนียงแปร่ง ๆ ของเขาในขณะนี้
ไม่รู้ว่าแม่คนนี้เขาไปได้วิธีบริหารเสน่ห์มาจากไหนกัน แต่มันถูกใจผู้ชายอย่างเขามาก ไม่มีตรงไหนให้จับได้ว่าเสแสร้งเลย
ทิโมธีเจอผู้หญิงไทยขี้อ้อนมาเยอะ แต่ไม่เคยเจอที่อ้อนได้เร้าใจแบบนี้มาก่อน เสียงของเธอเพราะ ตอนพูดมันทั้งกระเส่าทั้งอ้อนเหมือนแมวจนเขาร้อนไปทั้งช่องอก
บอกไม่ถูกเหมือนกันว่าทำไม คงเพราะจินตนาการไปแล้วว่าตอนคราง ตอนเรียกพี่คะพี่ขาจะเพราะแค่ไหนล่ะมั้ง
“เชื่อแล้วค่ะว่าเป็นคนไทยจริง แล้วพี่ชอบไหมคะ”
“เหล้าขาวน่ะเหรอ”
“อือฮึ”
“กลิ่นแรงไปหน่อยแต่ก็ใช้ได้อยู่ นอกจากเหล้าแล้วอาหารไทยก็ผมชอบนะ” เขาว่าพลางไล่สายตาวาววับสำรวจใบหน้าสวยคมถูกใจของเธอ
“จริงเหรอคะ ชอบอะไรคะ”
“ชอบอะไรที่มันเผ็ด ๆ ครับ แต่หวาน ๆ ก็ชอบ”
พูดไปแขนแกร่งที่วางบนที่พักแขนให้เธอเขี่ยเล่นอยู่นานก็ยกขึ้นมาโอบหัวไหล่บางของหญิงสาวไป และถึงจะมองแบบนั้นแต่เขาก็ไม่ได้ทำอะไรรุนแรงอย่างที่มีนานึกกลัว
กลับกันทิโมธีดึงตัวเธอเข้าหาอย่างนุ่มนวล กระทั่งต้นแขนสีน้ำผึ้งแนบชิดกับแผงอกแกร่ง
ใบหน้าหล่อเหลาก้มลงดอมดมซอกคอหอมละมุน ใกล้จนปลายจมูกเฉี่ยวเนื้ออ่อน ชวนให้หญิงสาวสยิวเล่น
“ยิ่งหอม ๆ ก็ยิ่งชอบ”
ดวงตาคมจดจ้องปฏิกิริยาของหญิงสาวอายุน้อยในระยะประชิด แน่นอนว่ามีนาเห็นสายตานั้น เธอเห็นว่าเขากำลังมองเธอด้วยสายตาเช่นไร มันเหมือนเสือเวลารอขย้ำเหยื่อเลยล่ะ
หญิงสาวรับรู้โดยอัตโนมัติ ว่าอาหารไทยที่เขาพูดถึงคงจะไม่ใช่อาหารจริง ๆ หรอก แต่น่าจะหมายถึงตัวเธอนี่แหละ
“จริงเหรอคะ ชอบขนาดไหนล่ะ” ทว่าแทนที่เหยื่อในอ้อมแขนจะตกใจกลัว เธอกลับท้าทายเขาด้วยน้ำเสียงหวาน ๆ แววตาแพรวพราวเชื่อมฉ่ำพาให้ทิโมธีรู้สึกคันยุบยิบในอก
“ชอบขนาดที่กินแบบไม่เหลือเลยล่ะครับ”
“หนูไม่เชื่อคนง่าย ๆ เสียด้วยสิ”
ชายหนุ่มมองแววตาดื้อดึงเย้าแหย่นั้นแล้วก็เผลอเลียปาก ต้องข่มใจอย่างหนักไม่ให้ทำอะไรน่าเกลียดต่อหน้าผู้คน ทั้งที่ใจเขามันอยากจะจับเธอถอดเสื้อผ้าเสียตั้งแต่ตอนนี้
“ไม่ต้องเชื่อหรอกครับ เดี๋ยวทำให้ดู”
ทิโมธีละสายตาจากคนเชื่อคนยาก ก่อนจะหันไปโบกมือให้บอดี้การ์ดที่ยืนอยู่ไม่ไกล เป็นสัญญาณให้พวกนั้นรู้ว่าเขากำลังจะพาแม่คนนี้ไปเปิดห้องเพื่อพิสูจน์อะไรบางอย่างแล้ว
เดี๋ยวได้รู้เลยว่ากินหมดจริงไหม
ปัง!
เสียงปิดประตูดังขึ้นที่ชั้น 28 ซึ่งเป็นชั้นที่มีเพียงห้องสวีทสำหรับแขกวีไอพีของโรงแรม หลังประตูบานที่ใหญ่มีชายหญิงคู่หนึ่งกำลังฟัดกันอย่างกระหาย
ความเร่าร้อนของบทรักที่เริ่มขึ้นนั้นแม้แต่ความเย็นจากเรื่องปรับอากาศก็ไม่อาจดับลงได้
“แฮ่ก! อืมม…พี่ทิม ทำไมใจร้อนจังล่ะคะ” แว่วเสียงหวานดังแทรกเสียงหอบหายใจ ใบหน้าสวยเชิดขึ้นเล็กน้อยยามที่โดนซุกไซร้ ใต้ชุดเดรสเกาะอกสีดำถูกมือของเขาสัมผัสบีบคลึงไปทั่ว
“คุณสวยขนาดนี้ ผมใจเย็นไม่ได้หรอก” เขากระซิบที่ข้างหูพาให้มีนาขนลุกชันไปทั้งร่าง มือหนาหนักและร้อนมาก แต่มันเป็นความหนักที่เธอพอจะทนไหว
ปฏิเสธไม่ได้ว่าถึงจะเจ็บนิด ๆ แต่มันก็ทำให้เลือดลมร้อนผ่าวไปทั้งตัว ความรัญจวนแล่นปรี่ไปทั่ว ทุกจุดที่ปากของเขาพรมจูบและขบกัดทิ้งความรู้สึกวาบหวามเอาไว้อย่างเหลือร้าย
เล่นเอาดวงตาคมสวยถึงกับรื้นฉ่ำไปด้วยน้ำตา
มีนาเผลอครางเสียงหวาน
“อ๊ะ! อื้ม อ๊ะ...พี่ทิม” เธอร่ำร้องเรียกชื่อเขา ร่างกายบิดเร้าอย่างกระสัน หน้าอกอวบแอ่นขึ้นอีกเล็กน้อยเพื่อให้คุณทิโมธีได้รูดซิปด้านหลังอย่างสะดวก
เมื่อเสื้อผ้าถูกปลดเปลื้อง เรือนร่างสีสวยก็ปรากฏตรงหน้า กระตุ้นอารมณ์กามของชายหนุ่มให้ทวีความร้อนแรงมากขึ้นไปอีก
“สวยไปหมดทั้งตัวเลย” ชายหนุ่มว่าเสียงพร่า ดวงตาคมไล่มองเรือนร่างเย้ายวนสะอาดนวลเนียนที่ดูแลมาอย่างดีของเธอด้วยความพอใจ
“ละ แล้วชอบไหมคะ”
“ชอบสิครับ”
เขาตอบเพียงเท่านั้น ก่อนที่เกาะอกชั้นในของหญิงสาวจะดีดตัวออกจากกัน ปลดปล่อยเต้านมสีน้ำผึ้งให้ต้องกับแสงไฟสีส้มที่หน้าประตู
มือใหญ่สองข้างกอบกุมมันแล้วสั่นเบา ๆ ดวงตาคมกริบจดจ้องปลายยอดสีชมพูด้วยความหิวโหย ก่อนก้มลงทั้งดูดทั้งเลีย ทั้งขบดูดเผื่อแผ่ไปถึงส่วนเต้าอวบด้วย
ฟัดจนหน้าอกของเธอขึ้นรอยแดง คนที่เพิ่งบอกว่าเชื่อคนยากโดนกระตุ้นจนตัวอ่อน หมดเรี่ยวแรงจนต้องเอนกายไปพิงผนังด้านหลัง
มีนารู้สึกเหมือนกำลังโดนหมาตัวใหญ่ขย้ำอย่างไรอย่างนั้น แบบนี้เชื่อหมดใจเลยว่าเขาจะกินไม่เหลืออย่างที่ว่าจริง ๆ ตัวใหญ่ไม่พอมือยังหนักแบบนี้
หนูจะตายก่อนเช้าไหมเอ่ย??!!
“พี่ทิมขา...อื้อ...”
แต่ขณะที่มีนาคิดจะออดอ้อนเขาเพื่อขอความปราณี ร่างสูงใหญ่ก็กลับย่อลงไปนั่งคุกเข่า ปากกดจูบลงบนแพนตี้ตัวจิ๋ว
ในเวลาเดียวกันมือหนาก็เคล้นคลึงช่วงขาหนีบไปด้วยจนเธออ่อนระทวยไปทั้งร่าง ตอนที่เขาขบเบา ๆ ที่ขาอ่อนก็สะดุ้งโหยง อ้าปากหอบครางหนักหน่วง
แค่หล่อก็ใจแตกพออยู่ แล้วทำไมต้องเก่งด้วยล่ะ อย่างอื่นมันจะแตกตามเอานะคะ!
“อื้ออ”
รสชาติใหม่ที่ไม่เคยเจอทำให้มีนาล้มเลิกความตั้งใจจะให้เขาถนอมไป เธอครางเสียงเครือในลำคอ กัดริมฝีปากมองใบหน้าของคนด้านล่างอย่างเย้ายวน
เขาจะกินจริง ๆ แล้วสินะ
“อย่าหุบขาสิ”
“พี่จะกินหนูเหรอคะ”
“ก็บอกว่าไม่เชื่อคนง่ายไม่ใช่เหรอครับ” ด้านทิโมธี ได้เห็นเธอดูมีอารมณ์จนเสียงสั่นแบบนี้ก็ยิ่งรู้สึกคึกคักมากกว่าเดิม ว่าจบเขาก็จัดการจับขาเธอมาพาดบ่าตัวเองไม่บอกกล่าว
“ว้าย!”
นิ้วเรียวเกี่ยวเป้ากางเกงในลูกไม้ออกไปด้านข้าง นิ้วโป้งบี้ติ่งสยิวที่กำลังตึงได้ที่ ขณะที่ลิ้นร้อนตวัดเลียกลีบเนื้อสีนวลในทันที เล่นเอากายนุ่มนวลแอ่นโค้งกระตุกสั่น
“อ๊าา” แถมเสียงก็ยังอ้อนมาก เหมือนว่าเธอเสียวจนแทบเสร็จเสียตั้งแต่ตอนนั้น
ไฟราคะที่คุกรุ่นอยู่ในดวงตาของแม่คนนี้ทำเขามีอารมณ์มากจริง ๆ ทิโมธีชอบมองเวลาผู้หญิงโดนกระตุ้นจนร้อนรุ่มเต็มที่ และแสดงออกมาอย่างซื่อตรง
ไม่ใช่แค่แอคติ้งเพื่อเอาใจ เพียงเพราะเขาเป็นคนจ่ายเงิน
และมีนาก็ทำได้ดีมาก ไม่เพียงร้องครางหวานไม่ออมเสียงแต่เธอกำลังบดกลีบดอกไม้นิ่มนวลไปกับปากของเขาอย่างลืมตัว ตวัดลิ้นไปทางไหนก็ส่ายสะโพกตามไปทางนั้น
“อื้มม อ๊า พี่ทิมขา หนูเสียวจัง” เสียงเธอมันไม่ได้เพราะแค่ตอนครางด้วยสิ ตอนเรียกพี่ทิมคะพี่ทิมขา หนูเสียวอย่างนั้นเสียวหนูอย่างนี้มันก็โคตรเพราะ
แบบนี้ให้เลียทั้งคืนก็ยังได้เลย
