บทที่ 7 7. ถ้าพี่ดีพี่ขึ้นสวรรค์ไปเลย
ช่วงเย็นของวันถัดมา
ณ แชงกรีล่า
มีนากลับมาทำงานที่แชงกรีล่าด้วยสภาพอิดโรยเล็กน้อยเพราะเมื่อคืนกว่าจะได้นอนก็ปาไปตีสามกว่า คุณทิมใช้งานหนักจนขาสั่นแทบต้องคลานกลับบ้านเลยทีเดียว
แถมวันนี้ยังต้องแหกตาตื่นไปเรียนคาบบ่ายอีก เลิกเรียนก็สี่โมงเย็นแล้ว ครั้นจะนอนต่อก็กลัวว่าจะไม่ตื่นมาทำงาน
เพิ่งจะกลับมาทำได้แค่ไม่กี่วันเธอก็ไม่อยากเสียประวัติอีก ออกไปเพราะมีคนเลี้ยงดู กับออกไปแบบไม่มีความรับผิดชอบมันคนละเรื่องกัน
เจ๊นภาคงไม่ให้โอกาสเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่าหรอก หากให้แล้วไม่มีประโยชน์
ชีวิตกะหรี่รักการศึกษานี่ก็ลำบากนะ
อีกอย่าง ต่อให้ได้ช่องทางการติดต่อของคุณทิโมธีมาแล้ว แต่ไม่มีอะไรการันตีเลยว่าเขาจะมาหาอีก ผู้หญิงสวยทรงเดียวกันในแชงกรีล่ามีเป็นร้อย
ผู้หญิงในกรุงเทพที่ทำงานประเภทนี้มีเป็นล้าน
ยังเหลืออีกตั้งหนึ่งปีกว่าที่จะเรียนจบ ได้ทรานสคริปต์วุฒิปริญญาตรีไปสมัครงาน เธอไม่กล้าหวังน้ำบ่อหน้าแล้วทุบหม้อข้าวตัวเองหรอก
แต่ต่อให้จะบอกว่าไม่หวังน้ำบ่อหน้า ทว่ามีนารู้ดีแก่ใจว่านั่นไม่จริงเท่าไหร่ คุณเขากระเป๋าหนักและทิปก็โคตรหนัก แถมเป็นคนที่หล่อดีมีแฮงขนาดนั้น
จริง ๆ แล้วมันก็มีแอบหวังอยู่บ้างว่าไม้ตายร้อยแปดอย่างที่ใช้ไปเมื่อคืนมันจะไม่เสียเปล่า
ขณะที่คิดแบบนั้นดวงตาสวยก็มองชุดเดรสซับในผ้าลื่นสีขาวที่ตนสวมใส่อยู่ วันนี้เธอยังรีรอไม่เปลี่ยนไปสวมชุดสำหรับขึ้นโชว์เสียที กระทั่งหน้าก็ไม่แต่งให้หนัก เพื่อให้ดูไม่เข้มตอนออกไปข้างนอก
ที่เป็นแบบนั้นเพราะยังมีความหวังอยู่ในใจ หากเขามาหาเธอก็จะได้พร้อมทันที แต่ถ้าเขาไม่มาแล้วมีใครเรียกก่อนเธอคงไม่มีข้ออ้างกับเจ๊นภา
เขาเป็นคนขอช่องทางการติดต่อไปเองนี่ ก็ขอให้ครั้งนี้เธอฆ่าไม่ตายจริง ๆ เหมือนอย่างที่กุ๊บกิ๊บพูดด้วยเถอะ
"อ้าวอีมีน กลับมาอีกแล้วเหรอมึง" แต่ยังไม่ทันได้รู้ว่าคุณทิมจะมาหาหรือไม่ ดูเหมือนว่าสวรรค์ (หรือนรกก็ไม่รู้ได้) จะส่งมารมารออยู่ที่ปากประตูแล้ว
"..."
ไร้ซึ่งคำพูดโต้ตอบใด ๆ มีนามองเงาสะท้อนในกระจก เธอถอนหายใจยาวอย่างไม่รักษามารยาทเพราะก็ไม่รู้จะรักษาไปทำไม เจ้าของประโยคนั้นไม่ควรค่าให้เธอต้องใช้คำพูดดี ๆ อะไรทั้งนั้น
กระทั่งความสนใจก็ยังไม่ควรได้ไปเลยด้วยซ้ำ
“นี่ถ้าเป็นกู...กูไปทำงานที่อื่นแล้ว ไม่หน้าด้านกลับมาทำที่เดิมหรอก อายเขาน้า" แต่ครั้นจะไม่สนใจ คนบางคนมันก็ตีความไปว่ากลัว แม้ว่าเรื่องจริงมันจะเป็นการไม่อยากเกลือกกลั้วกับคนจิตใจต่ำช้าก็ตามที
"ไหนมึงบอกมาซิอีชมพู่ ว่ากูต้องอายอะไร" หญิงสาวละสายตาจากเงาของอีกฝ่ายในกระจก ก่อนจะลุกขึ้นจากเก้าอี้ที่นั่งแต่งหน้าอยู่แล้ว หันกลับไปหาเจ้าของรอยยิ้มเย้ยหยันนั้น
มองแล้วก็ชักคันไม้คันมือขึ้นมา เห็นอยู่คนเดียวเข้าหน่อยก็พาเพื่อนมายืนกระแนะกระแหน ไม่รู้ว่าคนเรามันว่างจนทำเรื่องไร้สาระขนาดนี้ได้ยังไง
ด้านฝ่ายนั้นพอได้ยินที่เธอถามก็พลันหันไปหัวเราะกับเพื่อนทั้งสองคนก่อนจะหันมาตอบ
"แหม ก็เห็นได้ดิบได้ดีได้เป็นเด็กคนรวยไปแล้ว แต่ก็ไปไม่รอด แล้วก็ยังจะหน้าด้านกลับมาทำงานที่เดิมอีก หึ กูถามจริงเถอะ มึงไม่อายเลยเหรอ"
อีชมพู่ เป็นเพื่อนร่วมอาชีพที่ทำงานที่นี่มานาน และชอบรวมกลุ่มอยู่กับพวกเด็กรุ่นเก่า ๆ กับพวกคนที่ไม่ค่อยมีสมองเป็นของตัวเอง คอยเกะกะระรานใส่คนนั้นทีคนนี้ที
มีนาไม่แน่ใจนักว่าเป็นเพราะอะไรกันแน่อีกฝ่ายถึงได้คอยค่อนแคะเธออยู่ได้ ดูจะพุ่งเป้ามาหามากกว่าคนอื่นเสียด้วย ตอนที่ยังมีกุ๊บกิ๊บอยู่ยังแค่แซะลอย ๆ ไอ้แบบนั้นมันก็พอจะปล่อยให้เป็นลมผ่านหูไปได้บ้างอยู่หรอก
แต่นี่เดินมาด่ากันถึงที่ แถมทำต่อหน้าคนอื่นที่นั่งมองอยู่ในห้องแต่งตัวแบบนี้มันจะเกินไปหน่อยแล้วมั้ง เห็นไม่เคยตอบโต้เหมือนคนอื่นแล้วคิดว่าจะยอมง่าย ๆ เหรอ
รู้จักคนอย่างอีมีนาน้อยไป
"กูไม่อายหรอกอีชมพู่ เพราะนอกจากตัวกูเองกูก็ไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน แล้วมึงล่ะอายไหม? ที่ขายมาจนผมบนผมล่างจะหงอกเกือบหมดอยู่แล้ว แต่ก็ยังไม่มีใครสนใจจะรับไปเลี้ยงดูเลย”
“...”
“คนที่อยู่นานกว่ามึงนี่แทบจะมีแต่เจ้าที่แล้วนะ ไม่อายเหรอ เป็นกู...กูอายนะเนี่ย"
หญิงสาวเอ่ยถามเสียงหวานเจี๊ยบขณะเดินเข้าหาอีกฝ่ายอย่างไม่เกรงกลัว แม้ว่าวันนี้จะมีความหวังเรื่องที่ว่าคุณทิโมธีจะมาหาอีกรอบ แต่เรื่องนั้นต้องขอละเอาไว้ก่อน
ด้านฝ่ายคนมาหาเรื่องแม้ว่าจะหน้าเจื่อนไปเล็กน้อยแต่ก็ยังคงพยายามดึงเอาไว้สุดความสามารถ หันไปที่เพื่อนด้านหลังพอเห็นว่าเธอเดินเข้าใส่ก็เริ่มหันมองหน้ากันไปมา
เพราะต่างคนต่างรู้ว่าถ้ามีเรื่องที่นี่ ย่อมจบไม่สวย ใครมันจะกล้าเสี่ยงนอกจากคนไม่มีอะไรจะเสีย ที่พวกมันชอบหาเรื่องคนอื่นก็เพราะกฏข้อนี้แหละ คนไม่อยากมีเรื่องเขาก็ไม่ตอบโต้
เพราะแบบนั้นพวกอีชมพู่จึงยิ่งได้ใจ
"ที่กูพูดก็ไม่ใช่อะไรหรอกนะ ก็แค่เห็นว่าเวลามีคนรับเลี้ยงก็เที่ยวมองเหยียดคนนั้นคนนี้เขาไปทั่วอย่างกับคางคกขึ้นวอ ไอ้กูก็นึกว่าได้ลูกสส.รับเลี้ยงแล้วจะไปแล้วไปลับ แต่แป๊บ ๆ ก็ตกจากวอ"
มีนาไม่แน่ใจนักว่าหากมีการลงไม้ลงมือกันจริง ๆ จะโดนรุมไหม เพราะจากที่อ่านสถานการณ์แล้วก็ประมาณห้าสิบห้าสิบ ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่กลัว
เธอก็ไม่ใช่ผู้หญิงตัวเล็กอ้อนแอ้น แต่ออกกำลังกายดูแลสุขภาพอยู่เหมือนกัน มั่นใจว่าไม่น่าจะเป็นรองนัก
"กูไม่รู้ว่ากูไปทำอย่างที่มึงพูดตอนไหน แต่ถ้าความสำเร็จเล็ก ๆ น้อย ๆ ในช่วงชีวิตนี้ของกู มันทำให้มึงจะเป็นจะตายขึ้นมาทั้งที่กูไม่เคยทำอะไรให้ มึงก็ตายได้เลยนะอีชมพู่ เกลียดกูนักมึงก็กัดลิ้นตายให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลย"
"กูไม่ตายหรอก มึงมากกว่ามั้งที่จะตาย ได้ข่าวว่าโดนซ้อมจนต้องหามส่งโรงพยาบาล มึงมันก็ไม่ได้ดีไปกว่ากูกว่าคนอื่นหรอกอีมีน เป็นกะหรี่ไม่พอยังไปเป็นกระสอบทรายให้เขาเตะเล่นอีก"
ว่าจบชมพู่ก็หันไปหัวเราะกับเพื่อนที่ยืนอยู่ด้านหลังเสียงดังกว่าเมื่อครู่ คล้ายสะใจนักหนาที่ได้สะกิดแผลนี้ของเธอได้ และหากถามว่าทำสำเร็จไหมมีนาก็คงต้องบอกว่าได้ผลอย่างแน่นอน
เพราะตอนนี้เธอกำลังโกรธมากจนมือสั่น
