บทที่ 8 8. เดี๋ยวหนูลงนรกเอง
คนเพิ่งโดนทำร้ายร่างกายมาจนเจ็บตัวสาหัส เจ็บทั้งตัวเจ็บทั้งใจที่คนตัวเล็ก ๆ อย่างเธอ โดนซ้อมปางตายขนาดนั้นแต่ก็ยังทำอะไรคนทำไม่ได้เพราะมันมีแบ็คใหญ่
แล้วนี่ผู้หญิงด้วยกันยังจะมีหน้ามาพูดจาเยาะเย้ยด้อยค่ากันอีกเหรือ คนแบบนี้ถ้าไม่โดนตบสักทีก็คงไม่มีวันคิดได้
"มึงรู้ไหมอีชมพู่ ว่ากูเอียนมึงเต็มทนแล้ว ถ้ากูกับมึงมันจะอยู่กันดี ๆ ไม่ได้ ก็ไม่ต้องอยู่!!" พูดจบมือเรียวก็คว้าหมับเข้าที่เรือนผมดัดลอนของอีกฝ่าย
ก่อนจะใช้แรงทั้งหมดเหวี่ยงตัวของชมพู่ไปกระแทกผนังใกล้ ๆ กันเสียงดัง
“โอ๊ย!!”
ท่ามกลางความตกใจของทุกคนในห้อง กับรองเท้าส้นสูงที่ไม่เอื้ออำนวยของฝ่ายนั้น มีนาขยุ้มเรือนผมสีน้ำตาลเอาไว้เต็มอุ้งมือก่อนจะกระชากกลับมาเต็มแรงด้วยมือข้างเดียว
ด้านเพื่อนสองคนที่เข้ามาช่วยนั้นโดนคนที่กำลังโกรธจัดสะบัดจนกระเด็นไปคนละทิศทาง ชมพู่เบิกตากว้างอย่างไม่คาดฝันกับสิ่งที่มีนาทำ
ใบหน้าที่แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางนั้นบิดเบี้ยวเหยเกด้วยความเจ็บปวด ไม่นานก็ถูกจับให้หงายขึ้นก่อนที่ฝ่ามือเรียวจะฟาดผัวะเข้าที่ข้างแก้มอย่างแรง
แล้วก็ถูกสะบัดให้เสียหลักกระแทกกับฝาผนังอีกครั้ง
ตุบ!
ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนไม่มีใครเข้ามาห้ามได้ทันเลยสักคน กว่าที่เพื่อนร่วมงานคนอื่นจะได้สติก็เป็นตอนที่มีนาย่างสามขุมเข้าไปหาอีกฝ่ายที่ยังลุกไม่ขึ้น
ไม่ทันจะให้ใครได้ตั้งหลัก เธอก็กระชากเรือนผมสีน้ำตาลของชมพู่ที่เริ่มยุ่งเหยิงอีกครั้ง
“มึงมานี่ อีสันดาน!”
“มีนอย่า!!”
“มีนใจเย็น!”
“ว้าย! ใครก็ได้ไปจับมันแยกกันที เดี๋ยวก็ตีกันตายหรอก มีนมันเป็นบ้าแล้ว!”
เสียงร้องห้ามและมือหลายคู่ที่พากันมาช่วยแยกพวกเธอออกจากกัน ความชุลมุนดำเนินไปอย่างนั้นอยู่อีกพักใหญ่ กระทั่งมีเสียงหนึ่งดังขึ้น ดับเสียงความวุ่นวายภายในห้องแต่งตัวไปโดยปริยาย
"พอ ๆ เลิกกัดกันเดี๋ยวนี้!!” เจ้าของเสียงนั้นคือเจ๊นภาในชุดเซทกางเกงขายาวสีทองประดับเลื่อมหรูหราที่เดินเข้ามาในห้อง
พอเห็นว่าแม่เล้าสาวใหญ่เดินเข้ามา ทั้งคนตบและคนที่กำลังช่วยกันจับก็พลันชะงัก
“ไป ๆ คนที่ไม่เกี่ยวข้องก็แยกย้ายกันไปทำงานทำการกันได้แล้ว!" สิ้นเสียงนั้นต่างคนก็ต่างแตกฮือไปคนละทิศทาง ทุกคนมีสิ่งที่รู้ร่วมกันคือต้องออกไปจากห้องนี้ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
“พวกแกด้วย มีนไปทำงาน ส่วนแกชมพู่เจ๊ให้พักหนึ่งวัน ไปหาหมอซะแล้วเอาค่ารักษาพยาบาลมาเบิก เจ๊จะจ่ายค่ารักษาให้ทั้งหมด”
"แต่เจ๊คะ! มันตบจนจมูกหนูเลือดออกเลยนะ จะเบี้ยวหรือเปล่าก็ไม่รู้ เจ๊จะไม่ลงโทษอะไรมันเลยเหรอ"
เมื่อเห็นว่าทุกอย่างกำลังจะจบง่าย ๆ ทั้งที่ตัวเองเจ็บตัวจนเลือดตกยางออกชมพู่ก็พลันค้านขึ้นมาอย่างไม่พอใจ
“ก็แกไปหาเรื่องมันก่อนไม่ใช่เหรอ อย่านึกว่าฉันไม่รู้นะว่าก่อนหน้านี้มันเกิดอะไรขึ้นบ้าง หูตาฉันมีอยู่ทุกที่ย่ะ!”
แต่สิ่งที่เธอไม่รู้คือในมือของแม่เล้าสาวมีโทรศัพท์ซึ่งเปิดคลิปตั้งแต่ช่วงแรกที่เดินเข้ามาหาเรื่องมีนาเอาไว้ คลิปนั้นกดหยุดในช่วงที่มีการกระชาก
หมายความว่าเจ๊นภารู้ต้นสายปลายเหตุทั้งหมด
“...แต่”
“พอ ๆๆ ไม่ต้องมีใครพูดอะไรทั้งนั้น ไม่งั้นก็ออกไปหางานทำกันที่อื่น แชงกรีล่ามีไว้สำหรับให้คนที่อยากมีเงินเข้ามาทำงาน ไม่ต้อนรับพวกเจ้าปัญหา รู้ไว้ด้วย!”
“...”
พอเจ๊นภายื่นคำขาดแบบนั้นทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบ ทั้งชมพู่ที่ถูกจับได้ว่าเป็นฝ่ายเริ่มก่อน ทั้งมีนาที่ยังโมโหไม่หายแต่ก็ยังยอมหยุด
เพราะครั้งนี้เธอสัญญากับตัวเองแล้วว่าจะเชื่อฟังแม่เล้าสาวทุกอย่าง
“ไปสิ! ไปแต่งตัวซะใหม่ไป๊ คุณทิโมธีเขารอแกอยู่ในห้องรับรอง แล้วรอยเล็บที่คอน่ะถ้ามันแต่งปิดไม่ได้ก็ไม่ต้องปิด ถ้าเขาถามแกก็แต่งเรื่องเอา”
เมื่อเห็นว่าไม่มีใครเถียงอะไรแล้วแม่เล้าสาวใหญ่ก็หันมาไล่มีนา ก่อนจะหันกลับไปหาชมพู่ที่ยังยืนเอาทิชชูซับเลือดที่จมูก
“แล้วแกชมพู่ สรุปจะไปหาหมอไหม! ถ้าไม่ไปก็ไปทำงาน ฉันไม่ได้มีเวลาว่างมานั่งห้ามพวกหล่อนตีกันมากนักหรอกนะ”
“ค่ะเจ๊ ไปค่ะ”
“ไปก็ไป แยกย้าย!”
“หนูขอโทษนะคะเจ๊ที่สร้างความวุ่นวาย แต่มันทนไม่ไหวจริง ๆ” ด้านมีนาที่ยืนนิ่งไม่หือไม่อือมาตั้งแต่แรก พอเห็นว่าชมพู่เดินกระทืบเท้าจากไปแล้วเธอเองก็จะเดินกลับไปแต่งตัวบ้าง
ทว่าก่อนเดินไปก็ยังไม่ลืมหันมายกมือไหว้ขอโทษคนอายุมากกว่า เพราะรู้ว่าถึงโมโหแต่สิ่งที่เธอทำมันก็ไม่ถูก ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่มีนาก็มุ่งมั่นหาแต่เงิน ไม่เคยมีเรื่องมาก่อน
เธอไม่เคยหาเรื่องใคร แม้ตัวเองโดนหาเรื่องก็ยังอดทน
ไม่สนใจว่าชีวิตใครจะเป็นยังไง เพราะลำพังแค่ชีวิตตัวเองก็ยากเย็นมากพออยู่แล้ว กว่าจะทำใจได้ขนาดนี้ผ่านน้ำตามาตั้งเท่าไหร่ ที่ผ่านมาเจ๊นภาเองนี่แหละที่คอยช่วย
ทั้งปลอบทั้งสอน
อะไรที่จะทำให้อีกฝ่ายเดือดร้อนเธอจึงพยายามไม่ทำ แต่ก็นั่นแหละ รอบนี้อีชมพู่มันวอนจริง ๆ
“เจ๊เห็นคลิปแล้ว” ฝ่ายนั้นว่าพลางถอนหายใจยาว เพราะในชีวิตการทำงานประเภทนี้ ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอเห็นเด็กตบกัน แล้วเด็กอย่างชมพู่มันก็มีน้อยเสียเมื่อไหร่
แต่เด็กแบบมีนานั้นมีไม่มากจึงต้องรักษาเอาไว้
“ไปแต่งตัวแต่งหน้าใหม่แล้วก็ปรับอารมณ์ใหม่ซะไป คุณทิโมธีมาซ้ำหมายความว่าเขาถูกใจแก คนนี้เป็นเพื่อนกับนายแล้วก็คุณเสือที่มาบ่อย ๆ ด้วย แถมมีกาสิโนที่มาเก๊ากับลาสเวกัส ถ้าเขาเอ็นดูแกสบายแน่”
“ค่ะเจ๊”
คนที่มีรูปเป็นทรัพย์และมีสมอง มีเสน่ห์หาตัวจับยาก แม้ก่อนหน้านี้จะพลาดเพราะใช้หัวใจมากเกินไป แต่พอบอกพอสอนก็ฟังและปรับตัวอยู่ตลอดไม่อวดเก่ง มันไม่ได้หากันง่ายๆ
ตัวเธอเองก่อนมาเป็นแม่เล้าก็ทำงานแนวนี้มาเหมือนกัน ทำไมจะไม่รู้ว่าเรื่องที่สอนเด็กไปมันทำยากในแง่ของมนุษย์คนหนึ่ง ที่มีนาทำได้มาขนาดนี้ก็นับว่าเก่งมากแล้ว...
ถึงในการแนะนำมันจะมีความคาดหวังเรื่องผลประโยชน์ที่จะได้รับจากลูกค้ากระเป๋าหนักของเด็กสาว แต่ชีวิตของนังหนูนี่มันก็จะได้สบาย มีเงินส่งตัวเองเรียนให้จบ มีอนาคตที่ดีนั่นแหละ
“จำที่เจ๊พูดได้ไหมมีน ว่าให้ใช้สมองกับจิ๋มก็พอ ต่อให้คนนี้จะหล่อก็ห้ามเป็นเหมือนกับไอ้ลูกสส.อีกเข้าใจไหม”
“จำได้ค่ะเจ๊ หนูจะไม่รักใครอีกแล้ว เจ๊วางใจได้เลย”
“ดี ไปเถอะ อย่าให้คุณเขารอนาน”
