บทที่ 4 เสือล่าเนื้อ
บทที่4 เสือล่าเนื้อ
ณ ตอนนี้รถยนต์ขับทิ้งห่างจากมหาลัยมาไกลพอสมควร ภายในรถไม่มีใครเปิดบทสนทนาขึ้นมาเลยสักคนแม้กระทั่งเจ้าของรถเอง
“ ( อึดอัดเป็นบ้าเลย ) ”
ข้าวปุ้นได้แต่คิดในใจเพราะไม่สามารถพูดออกมาได้ มีบางครั้งตนเหลือบสายตามองคนที่นั่งข้างกาย ว่ากำลังทำอะไรอยู่ไม่พูดหรือถามไถ่อะไรเลยสักคำ หรือจะต้องให้ข้าวปุ้นเป็นฝ่ายเริ่มบทสนทนาก่อนกันแน่นะ
“ พ่อแม่รู้หรือเปล่าว่านายรับงานแบบนี้ ”
ครั้นจะชิงพูดก่อนก็ไม่ทันภรัณอยู่ดี เพราะเจ้าตัวกับเป็นฝ่ายตั้งคำถามก่อน
“ ( ส่ายหน้า ) ไม่รู้ พ่อแม่แยกทางกัน ”
ข้าวปุ้นเลือกตอบคำถามไปตามตรง
“ แล้วตอนนี้อยู่กับใคร ? ”
ภรัณใช้น้ำเสียงในการถามอ่อนหวานนุ่มนวลฟังแล้วระรื่นหูเพื่อไม่ให้เด็กตื่นหรือกลัว ผิดกับข้าวปุ้นที่ยังทำตัวเกกัง อึกอักในการตอบเพราะรู้สึกว่าตัวเองกำลังตื่นเต้น
“ อะ...อาศัยอยู่กับป้า ”
ปึ่ก !
ภรัณวางไอแพดลงก่อนจะหันหน้าไปสบตากับเด็กหนุ่ม ข้าวปุ้นตกใจจู่ๆก็ทำตัวไม่ถูกขึ้นมาซะอย่างนั้น
“ อะไรหรอ ”
“ ฉันแก่กว่านายหลายปี กรุณาพูดมีหางเสียงด้วย ”
“ ..... ”
“ ฉันไม่ชอบเด็กที่พูดจาห้วนๆ มันดูไม่น่ารัก ”
ปกติแล้วข้าวปุ้นไม่ใช่เด็กชอบประจบประแจงผู้ใหญ่นัก และนี่ก็ยิ่งเป็นคนที่ไม่สนิทมันก็ปรับตัวยากอยู่พอควร แต่ในเมื่อภรัณบอกความต้องการออกมาตามตรงเขาก็จะยอมทำ
“ ครับ ผมจะจำไว้ ”
“ หึ...ดีมาก ”
เขาเหยียดยิ้มออดมาอย่าพึงพอใจก่อนจะกลับไปสนใจที่หน้าจอไอแพดต่อ
“ คุณมีเมียแล้วหรือยังครับ ”
“ อึ่ก!! แฮ่กก ”
คำถามของเด็กหนุ่มทำเอาภรัณเกือบสำลักน้ำลายตัวเองตายซะแล้ว นึกยังไงถึงถามขึ้นมาแบบนี้
“ ..... ”
“ ถามทำไม? ”
“ ผมไม่อยากอยู่ในสถานะเมียน้อย ”
เด็กหนุ่มยังต้องการความชัดเจนมากกว่านี้ จึงเลือกถามออกไป ชายหนุ่มยกยิ้มก่อนจะหัวเราะในลำคอเบาๆ นอนกับเด็กมาก็ตั้งหลายคนแล้วแต่ไม่มีคนไหนที่กล้าตั้งคำถามกับเขาแบบนี้
“ ไม่มี ..ไม่ชอบผูกมัดกับใคร ”
“ ชอบกินไปเรื่อยๆหรอครับ ”
“ เหอะ ! ”
เขาแทบอยากจะหัวเราะออกมาดังๆ แต่ก็เกรงใจคนขับรถจะหาว่าตนบ้า
“ เข้าใจถามดีนะนายเนี่ย ”
ภรัณยิ้มออกมาอย่างนึกเอ็นดู
“ และเราจะไปไหนกันหรอครับตอนนี้ ”
“ เพนท์เฮ้าส์ ”
เขาตอบเพียงสั้นๆ ผิดกับเด็กหนุ่มที่ใจสั่นเต้นระรัว ทำไมต้องไปที่แบบนั้นด้วยในหัวของข้าวปุ้นตอนนี้คิดไปเรื่อยแล้วว่าจะต้องเจอกับอะไรบ้าง
ให้ตายเถอะจะรอดไหมข้าวปุ้น....
ไม่อยากเชื่อว่าฉันจะมาถึงจุดนี้ จุดที่ต้องเงยหน้ามองตึก Penthouse ขนาดสูงราวเฉียดฟ้าที่มีมูลค่ามากกว่า70ล้าน และตอนนี้ตนกำลังก้าวเท้าขึ้นไปสู่ห้องข้างบนห้องนั้น
ข้าวปุ้นเดินตามหลังภรัณต้อยๆ เพราะไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็ดูแปลกตาข้าวของเฟอร์นิเจอร์ที่จัดตกแต่งในตัวอาคาร ก็คงจะแพงหลายตังค์ถึงได้ดูเรียบหรูขนาดนี้
ติ้ด!
“ !!! ”
พอเข้ามาภายในห้องข้าวปุ้นถึงกับต้องอุทานคำว่าโอ้โหในใจ กับความกว้างใหญ่ไพศาลของห้องพัก มันเทียบไม่ติดเลยกับบ้านที่ข้าวปุ้นอาศัยอยู่
“ เข้ามาสิกลัวอะไร ”
“ ครับ ”
จู่ๆ ขามันก็ช้าก้าวแทบไม่ออก นี่คือครั้งแรกในชีวิตของไอ้ปุ้นเลยนะที่ได้มาเห็นอะไรใหญ่โตแบบนี้ ภรัณเดินนำหน้าไปนั่งรออยู่ที่โซฟาตัวยาวปล่อยให้เด็กหนุ่มปิดประตูแล้วเดินตามมาทีหลัง
ร่างเล็กค่อยๆ เดินเข้ามาหาภรัณที่นั่งไขว่ห้างรออยู่ตรงโซฟา ข้าวปุ้นก้มหน้างุดมองพื้นเพราะกำลังเลี่ยงหลบสายตาอันเฉียบคมของภรัณที่จ้องมองมายังเขา
“ ไม่ต้องเกร็งขนาดนั้นก็ได้ บอกสิ่งที่นายต้องการมาเลย ”
ฟังไม่ผิดใช่ไหมที่ชายตรงหน้าเป็นฝ่ายยื่นข้อเสนอให้ข้าวปุ้นเลือกก่อน ชายหนุ่มนิ่งคิดไปสักพักในชีวิตของเขาจะต้องการอะไรไปมากกว่าเงินและชีวิตที่ดีล่ะ เพียงแต่ตอนนนี้มันยังนึกไม่ออกว่าจะเรียกร้องยังไง
“ เอ่ออ คือว่า ”
“ เงิน ? ”
“ ก็..ใช่ครับ ”
“ แค่นั้นเองหรอ ”
ชายหนุ่มยกคิ้วขึ้นก่อนจะถามย้ำเด็กหนุ่มไปอีกครั้ง
“ ผม..ยังคิดไม่ออกฮ้ะ ”
“ อืม ”
“ ว่าแต่ผมถามคุณกลับได้ไหมครับ ”
“ ว่า มาสิไม่ได้ห้ามสักหน่อย ”
ภรัณยกยิ้มเปิดโอกาสให้เด็กหนุ่มถามในสิ่งที่อยากรู้ได้เต็มที่ถ้าไม่เหนือบ่า กว่าแรงเขาก็เต็มใจที่จะพูด
“ เป็นเด็กเลี้ยงคุณภรัณต้องทำตัวยังไงหรอครับ ”
“ หึ ... ”
นับว่าเป็นคำถามที่ดี
“ มานี่ สิ ”
ตุ่บ ! ตุ่บ!
มือหนาตบลงบนที่วางข้างกายเพื่อเชิญชวนคนร่างบางไปนั่งแววตาสุกใสมองอย่างชั่งใจก่อนก่อนจะยอมทำตามคำของภรัณแต่โดยดี
ฟรุ่บบ
ตอนนี้ทั้งมือและเท้าของข้าวปุ้นเย็นถึงขีดสุดเพราะชายหนุ่มร่างกายกำยำกำลังเขยิบเข้ามาใกล้ชิดเขาจนแขนชนกัน
“ กลัวหรอหืมม.. ”
ไม่ถามเปล่าแต่ยังยกแขนขึ้นมาโอบไหล่เล็กเอาไว้ ข้าวปุ้นเกิดอาการตกใจจึงรีบร่นคอหนี
“ คะ..คุณใกล้ไปไหมครับ ”
“ ทำไมล่ะ...เดี๋ยวก็ใกล้กว่านี้อีก ”
น้ำเสียงแหบพร่าโน้มลงมากระซิบที่ข้างหูเด็กหนุ่มก่อนจะผละออกทันที ไม่รู้ว่าตอนนี้สีหน้าของข้าวปุ้นแดงมากหรือเปล่าเพราะมันร้อนผ่าวจนรู้สึกได้
จะบ้าตายใจเต้นแรงชะมัด....
“ อย่างแรกเลยนะการเป็นเด็กฉันเนี่ย ต้องทำให้ฉันพึ่งพอใจไม่ว่าจะต้องทำอะไร เพราะถ้าเกิดทำให้ฉันอารมณ์เสียขึ้นมาเมื่อไหร่ นายจะได้เห็นผู้ชายที่ชื่อภรัณอีกร่างนึง เตือนแล้วนะ”
“ ..... ”
แค่ข้อแรกก็เริ่มขนลุกซู่แล้ว
“ อย่างที่สองนายจะต้องย้ายมาอยู่ที่นี่ ”
“ ( ส่ายหน้า ) ฮึ ไม่เอา อ่ะ ”
พอถึงข้อที่สองน้องก็เริ่มปฏิเสธทันที
“ จุ๊ๆ ชู่ว์~~ ฟังก่อนสิ ”
“ ไม่ได้ครับช่วงนี้ผมต้องอ่านหนังสือเยอะมากเกรงว่าไปกลับก็คงจะไม่สะดวกมันจะลำบาก ”
ดูเหมือนว่าเด็กคนนี้จะดื้อไม่เบาขนาดเขาปรามให้เงียบก็ยังพูดในสิ่งที่ตัวเองอยากแย้งจนจบ
“ ไม่ใช่ปัญหามีคนไปรับ ”
“ หุ้ย แบบนั้นคนก็มองสิครับ ”
“ แล้ว ยังไง ”
“ ผมก็จะตกเป็นเป้าสายตาไงครับ ”
“ แต่นายเลือกรับงานแบบนี้เองนะ ”
นั่นสิถูกอย่างที่ภรัณพูดทุกอย่างในเมื่อเขาเลือกรับงานแบบนี้แล้ว มีอะไรที่ต้องอายอีก
“ .... ”
“ คราวนี้จะฟังที่ฉันพูดให้จบได้หรือยัง ”
“ ครับ ขอโทษที่พูดแทรก ”
เมื่อคนน้องเริ่มเงียบภรัณก็จัดการพูดต่อ
“ อย่างที่สามระหว่างนอนกับฉันอย่าไปมั่วกับใครเข้าใจไหม ”
“ นะ...นอน! หมายความว่า ”
ชายหนุ่มยิ้มกรุ่มกริ่มก่อนจะพยักหน้าเป็นคำตอบ
“ ถ้าไม่ทำเรื่องอย่างนั้นคงไม่เลือกนายหรอก ที่ถูกเลือกก็เพราะว่าฉันอยากได้ ”
“ .... ”
ถึงในใจจะตื่นกลัวแต่มันก็เป็นสิ่งที่ข้าวปุ้นเลือกแล้ว มันถอยหลังไม่ได้
“ ต่อไปนี้เรียกฉันว่าแด๊ดระหว่างที่อยู่ด้วยกัน และนายแทนตัวเองว่าปุ้น ”
ร่างบางถึงกับขมวดคิ้วชนกันสรรพนามที่ใช้เรียกมันดูแปลกๆ ยังไงก็ไม่รู้
“ แด๊ดมันแปลว่าพ่อนะครับ ...ซึ่งถ้าเป็นพ่อก็ทำแบบนั้นไม่ได้และพ่อผมก็มีคนเดียวนะ ”
ภรัณแทบจะกุมขมับตัวเองตอนนี้เด็กน้อยเข้าใจความหมายผิดไป แด๊ดในความหมายของเขาคือไม่ใช่แบบนั้น
“ จิ๊! ในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้าฉันกำลังจะเอาเงินประเคนให้นาย ช่วยเคารพกันหน่อยก็ดีนะ ”
“ .... ”
ข้าวปุ้นบึนปากออกมาอย่างเผลอตัวปกติแล้วเขาจะไม่ค่อยทำ ถ้าไม่พอใจอะไร
“ เอาเป็นว่าถ้าไม่เข้าใจความหมายที่ฉันพูด ... ”
ภรัณค่อยๆ ขยับตัวเข้ามาใกล้เด็กหนุ่มอีกครั้ง สายตาเขาจับจ้องไปยังริมฝีปากอวบอิ่มสีชมพูธรรมชาติ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเวลาได้มองอะไรที่มันเพลินสายตาแบบนี้ก็อดไม่ได้ที่จะโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้
อยาก สัมผัส...อยากดูด...
“ อึ่ก!! ”
เมื่อยามที่ชายหนุ่มขยับเข้าไปใกล้มากเท่าไหร่ข้าวปุ้นก็ยิ่งหายใจติดขัดทุกที
“ ไว้คืนนี้จะอธิบายให้ละเอียดแล้วกัน ว่าแด๊ดที่ไม่ได้แปลว่าพ่อความหมายมันเป็นยังไง ”
ฟรึ่บบ!!
พอพูดจบภรัณก็ลุกขึ้นยืนพอดี
“ ดะ..เดี๋ยว สิครับ ”
หมับ!!
เด็กหนุ่มเอื้อมมือไปคว้าแขนภรัณเอาไว้ก่อนที่เขาจะค่อยๆ หันมาตามเสียงเรียกของคนตัวเล็ก
“ อะไร ”
“ จะไปไหน...ครับ ”
“ เข้าไปรอในห้องไง ..นายก็เข้าไปอาบน้ำซะสิ ห้องน้ำอยู่ซ้ายมือฝั่งนู้นเสร็จแล้วเข้ามาหาฉันที่ห้องแล้วกัน ”
เขาเอ่ยบอกด้วยสีหน้ายิ้มเยาะก่อนจะเอามืออีกข้างมาจับมือของข้าวปุ้นออก แล้วเดินขึ้นบรรไดไป
“ ซวยแน่ไอ้ปุ้น ”
ฝ่ามืออุ่นแนบเข้ากลางลำอกข้างซ้ายที่กำลังเต้นโครมครามอยู่ข้างใน ดูจากที่เขาพูดด้วยสีหน้าจริงจังก็รู้เลยว่า ตัวเองน่าจะไม่รอดคืนนี้ไปได้แน่
ติ้ง!
ติ้ง!
เสียงแจ้งเตือนโทรศัทพ์ทำให้ข้าวปุ้นหลุดจากภวังค์ฟื้นคืนสติขึ้นมาเพราะเมื่อครู่สมองเบลอไปหมด
LINE - ปฏิบัติการไม่ให้คุณรัณแดกขนมจีน
“ หื้ม? ”
แค่อ่านชื่อกลุ่มก็ขมวดคิ้วงุน ใครกันที่เป็นคนตั้ง
ติ้ง!
jj@345: ปุ้นกลับถึงบ้านยัง
jj@345: ไปคุยกับคุณภรัณมาเป็นไง
jj@345: อย่าเงียบไปนะอยากรู้อ่ะ
jj@345: บอกข่าวกันบ้างนะอีลูกกูเป็นห่วงจนนั่งไม่ติดล่ะ
Bo67@: เป็นห่วงหรือขี้เสือกกันแน่
jj@345 : โอ๊ยๆ นั่นปากหรอไอ้หน้าสนตีน
Bo67@ : สนตีนเหี้ยอะไรหล่ออย่างกับพี่ หมากปริญ
jj@345 : หรอกูให้มึงเป็นได้แค่หมาประหลาดเท่านั้นไอ้บอส555555
Bo67@ : ไอ้สัสแรงมากนะ
อ่านแล้ว....
jj@345: ปุ้นอ่านแล้ว! เล่ามา
Bo67@: เขาทำอะไรมึงเปล่า บอกได้นะกูจัดการให้ โอเครไหมปุ้น ?
pp@11: ไม่เป็นไรไม่ต้องห่วงเรากำลังกลับบ้าน
Bo67@: จริง อ๋อ ถ่ายมาดูดิ
pp@11: อือ รอแปปนะ
หัวใจตอนนี้เต้นระทึกแทบทะลุออกมานอกอก เพียงเพราะตัวเองหาคำโกหกเพื่อนที่กำลังเป็นห่วง
ขอโทษนะเราไม่อยากทำแบบนี้เลย
ข้าวปุ้นได้แต่ร้องขอโทษในใจ จริงๆ ตนไม่อยากโกหกเลยด้วยซ้ำแต่มันจำเป็นต้องทำและรูปที่เคยถ่ายไว้ก็ได้ใช้แล้ววันนี้
LINE - ปฏิบัติการไม่ให้คุณรัณแดกขนมจีน
pp@11: --ส่งรูปภาพแล้ว--
jj@345: เห้อโล่งใจอ่ะคิดว่ายังไม่กลับนี่ว่าจะชวนบอสไปหาอยู่
pp@11: ไม่เป็นไรเราลืมบอกเองขอโทษนะ
jj@345: เครหาอะไรกินด้วยล่ะผอมอย่างกับไม้เสียบผี
pp@11: อื้ม บอสกับจูนด้วยนะ
Bo67@: อืม
“ ฮื้ออ~ ตายแน่ไอ้ปุ้น ”
ไม่รู้ชะตากรรมต่อจากนี้จะต้องเจอกับอะไรในเมื่อมันเป็นสิ่งที่เราเลือกแล้วก็โทษใครไม่ได้อย่างน้อยก็ไม่ได้เดือดร้อนใคร ข้าวปุ้นสูดหายเข้าปอดลึกๆ ก่อนจะลุกขึ้นจากโซฟาวางกระเป๋าสะพายไว้ตรงนั้นเตรียมทอดกายเดินไปยังตำแหน่งที่ภรัณบอกว่าเป็นห้องน้ำ ทว่าตัวของร่างบางนั้นเดินออกไปแล้วก็ยังมีเสียงแจ้งเตือนทิ้งท้ายดังขึ้นมาจากกระเป๋าผ้า
ติ้ง!!!
LINE -
จูน ee@765: มึงยังไม่กลับใช่ไหมอย่ามาโกหก
