บทที่ 4 บทที่ 3 Move on
หลังจากที่มิวมาส่งเพื่อนรักที่คอนโดเรียบร้อย เธอก็เดินทางกลับไปที่บ้านของตัวเอง ปล่อยให้ลิษาได้เก็บของแล้วก็พักผ่อนสักหน่อย ส่วนช่วงเย็นค่อยมารับแล้วก็พากันเดินทางไปที่สถานบันเทิงชื่อดัง ซึ่งเป็นร้านประจำของเธอกับแฟน
"กลับมาแล้วเหรอ ไหนบอกว่าไปรับลิษาไม่ใช่หรือไง ทำไมถึงกลับมาเร็วจัง"
สามีของมิวเอ่ยถามพร้อมกับเดินเข้ามาสวมกอดภรรยา พวกเขาทั้งสองคนแต่งงานกันได้ประมาณ 1 ปีแล้ว หลังจากที่เธอเรียนจบได้ไม่นาน ทั้งคู่ก็เข้าประตูวิวาห์และใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน
"ไปรับมาแล้วค่ะแล้วก็พาไปส่งคอนโดเรียบร้อยแล้ว คืนนี้มิวนัดลิษาที่ร้านประจำของเรา พี่ไปด้วยกันไหมคะ"
"ได้สิอยากเจออยู่พอดี เห็นว่าลิษามาฝึกงานใช่ไหม แล้วเจ้าแสบทั้งสองคนเป็นยังไงบ้างสบายดีหรือเปล่า"
"ค่ะ เห็นว่าเข้าไปฝึกงานที่โรงพยาบาลอังคณานนท์ แล้วก็จะให้ลูกไปผ่าตัดที่นั่น ถ้าอย่างนั้นคืนนี้พี่ไปด้วยกันนะ ว่าแต่มีเพื่อนจะแนะนำให้ลิษาไม่ใช่หรือไง ขอเป็นนักธุรกิจดังได้ไหมล่ะ เพื่อนพี่มีตั้งเยอะแยะพามาเจอหน่อยสิ"
มิวเริ่มจับคู่ให้กับเพื่อนรัก หลังจากที่แยกย้ายกับผู้ชายที่รักมากที่สุดได้ประมาณสามปี เธอคิดว่ามันถึงเวลาแล้วที่ลิษาควรจะได้พบเจอกับผู้ชายที่ดี การเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวมีลูกติดถึงสองคนไม่ได้มีปัญหาอะไรหรอก คนเราจะรักกันก็แค่มีลูกติดมันไม่เป็นอุปสรรคใหญ่มากนักถ้ารักกันจริง
"เริ่มจับคู่ให้เพื่อนอีกแล้วนะ เดี๋ยวลิษาก็งอนหรอก"
ชายหนุ่มยื่นมือไปยีผมภรรยาด้วยความหมั่นไส้ ก็รู้แหละว่ารักและห่วงเพื่อน แต่เรื่องของความรักค่อยเป็นค่อยไปไม่จำเป็นจะต้องรีบร้อนจับคู่ให้
"งอนอะไรล่ะ โสดมาตั้งหลายปีแล้วควรจะมีคนคุยด้วยได้แล้วมั้ง ส่วนไอ้ผู้ชายบ้านั่นเลิกก็ดีแล้ว ชิ~ ไร้ความรับผิดชอบคนอะไร"
เธอทำหน้างอใส่สามีเพราะไม่พอใจพ่อของลูกของเพื่อนรัก ถึงเธอจะรู้ว่าความสัมพันธ์ของทั้งสองคนเป็นยังไงก็เถอะ ตัวฝ่ายชายเองก็ไม่ได้ผิดเพียงแค่เธอไม่พอใจก็เท่านั้น
"อย่าไปยุ่งเรื่องของเพื่อนเลย งั้นเราไปอาบน้ำกันดีกว่าจะได้เตรียมตัวไปเที่ยวกันไง เดี๋ยวคืนนี้พี่เลี้ยงหนูกับเพื่อนเองโอเคไหม"
"โอเค ค่อยสบายใจขึ้นหน่อย"
เธอยิ้มออกมาด้วยความอารมณ์ดีก่อนจะกอดแขนสามีแล้วพากันเดินกลับเข้าห้องไป คืนนี้แหละเธอจะทำการเลือกคู่ให้กับเพื่อนรัก และเพื่อนของสามีแต่ละคนก็เป็นนักธุรกิจร่ำรวยกันทั้งนั้น เหมาะสมกับเพื่อนรักของเธอที่สุดแล้ว
ทางด้านของลิษาเมื่อเธอมาถึงคอนโดก็ทำการเก็บของเข้าตู้เสื้อผ้าให้เรียบร้อย จากนั้นก็ไปนอนพักผ่อนในระหว่างที่รอเวลาออกไปเที่ยวข้างนอกในช่วงเย็น
"ใส่ชุดไหนไปดีนะ"
เธอนั่งคิดอะไรเพลิน ๆ ในระหว่างที่รอเวลา วันนี้ว่าจะแต่งตัวให้สวยหน่อย ตั้งแต่ที่คลอดเจ้าแฝดทั้งสองคนเธอก็ไม่ได้แต่งตัวมากนัก เพราะทุ่มเวลาไปกับการเลี้ยงลูกซะส่วนใหญ่ ไหนจะต้องเรียนอีกกว่าจะจบได้แทบหืดขึ้นคอ โชคดีที่เรียนเก่งมาตั้งแต่เด็กจึงทำให้เธอมีสิทธิ์ลุ้นเกียรตินิยมอันดับ 1 อยู่ โชคดีด้วยแหละที่มหาวิทยาลัยไม่ได้นับช่วงเวลาที่เธอดร็อปเรียนไป จึงทำให้มีโอกาสได้รับเกียรตินิยมอันดับ 1 เหมือนคนอื่น
"ใส่ชุดนี้ไปแล้วกัน"
เธอเดินไปที่ตู้เสื้อผ้าก่อนจะหยิบชุดเดรสสีแดงเข้ารูปดูดีออกมา เธอไม่ได้ใส่ชุดที่สวยเซ็กซี่แบบนี้มานานแล้ว เพราะฉะนั้นคืนนี้จะสนุกสุดเหวี่ยงไปเลย
และในที่สุดก็ถึงเวลาที่นัดหมายกับเพื่อน เธอทำการแต่งตัวแต่งหน้าให้เรียบร้อย จากนั้นก็เดินลงมาชั้นล่างสุด ซึ่งตอนนี้รถของเพื่อนรักจอดรออยู่ที่หน้าคอนโดแล้ว
"แกทางนี้"
ลิษาเห็นเพื่อนรักโบกไม้โบกมือให้หลังจากเปิดกระจกรถก็รีบเดินเข้าไปหา เปิดประตูขึ้นไปนั่งตรงเบาะหลังก่อนจะยกมือไหว้ทักทายสามีของเพื่อนรัก
"สวัสดีค่ะพี่บอล ไม่เจอกันตั้งนานเลยนะคะไม่คิดว่าพี่จะมาด้วย"
"สวัสดีค่ะน้องลิษาคนสวย พี่ก็ต้องมาอยู่แล้วสิเพราะว่าวันนี้พี่เป็นเจ้ามือนะ"
"จริงอะ~ สบายกระเป๋าอีกแล้วเรา"
เธอยิ้มออกมาด้วยความอารมณ์ดี เนื่องจากว่าวันนี้จะได้กินอิ่มโดยที่ไม่ต้องจ่ายเงินสักบาทเดียว บอลเห็นแบบนั้นก็ส่ายหน้ายิ้ม ๆ ด้วยความเอ็นดูทั้งสองคน ขับรถออกไปจากคอนโดก่อนจะพาตรงไปยังสถานบันเทิงชื่อดังที่อยู่ใจกลางเมือง
"ว่าแต่แกฝึกงานที่โรงพยาบาลอังคณานนท์ ไม่กลัวว่าจะเจอกับพี่วินท์หรือไง เขาเป็นหมออยู่ที่โรงพยาบาลนั้นไม่ใช่เหรอ"
และเมื่อมิวพูดแบบนั้นลิษาก็ชะงักไปทันที จริงด้วยสิเขาเป็นหมออยู่ที่โรงพยาบาลอังคณานนท์นี่นา แต่เธอก็ไม่คิดว่าจะซวยขนาดนั้น โรงพยาบาลอังคณานนท์มีสาขาตั้งหลายสาขา คงไม่บังเอิญมาเจอกันหรอกมั้ง
"ไม่รู้สิ แต่คิดว่าคงไม่บังเอิญเจอกันหรอก ฉันฝึกงานที่โรงพยาบาลสาขาใหญ่ แต่ก่อนหน้านั้นเขาทำงานอยู่อีกสาขาหนึ่ง คงไม่มีโอกาสได้เจอกันหรอกมั้ง"
เธอเองก็ไม่รู้ว่าจะโลกกลมขนาดนั้นไหม แต่คิดว่าคงไม่มีโอกาสได้เจอกันหรอก ตั้งแต่ที่เธอเป็นเด็กในความดูแลของเขามาตลอด 2 ปี รู้แค่ว่าเขาเป็นคุณหมอศัลยแพทย์หัวใจ ถ้านับอายุงานตอนนี้ก็คงได้เป็นอาจารย์หมอแล้ว ส่วนเรื่องครอบครัวของเขารู้มาว่าค่อนข้างมีฐานะ แต่เธอก็ไม่ทราบว่าเขาเป็นลูกของตระกูลไหน เพราะตอนที่เราสองคนมีความสัมพันธ์กัน เธอเองก็ไม่ได้สืบเพราะเหตุผลที่อยู่กับเขาหลัก ๆ ก็คือตัวของเขาเอง แต่ว่าตอนนี้เราสองคนแยกย้ายกันแล้ว ไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องอยากจะรู้เกี่ยวกับชีวิตของผู้ชายคนนั้นอีก
"ก็ขอให้ไม่เจอกันนะ ชีวิตแกกำลังจะได้เริ่มต้นใหม่อย่างมีความสุข ขอให้แกอย่ากลับไปสู่จุดเดิมอีกเลย กว่าจะออกมาได้ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะฉะนั้น move on นะจ๊ะ"
"รู้แล้วน่า ขอบคุณนะจ๊ะที่เป็นห่วง"
"ชิ~ ฉันก็เป็นห่วงแกตลอดแหละ มีแต่แกนั่นแหละที่ไม่รักตัวเองไปจมอยู่กับคนแบบนั้น"
"พอเถอะน่าอย่าพูดถึงเรื่องเก่าเลย ว่าแต่สองคนนี้เมื่อไหร่จะมีเบบี๋สักคนล่ะ รดลกับรวัตรอยากมีน้องสาวกับน้องชายนะ"
ลิษาเอ่ยแซวทั้งสองคน ซึ่งบอลได้ยินแบบนั้นก็รีบหันไปมองคนรักก่อนจะเอ่ยออกมาทันที
"ถ้าอย่างนั้นพี่จะยกหน้าที่ให้เป็นของลิษา ในการโน้มน้าวใจเรื่องการมีลูกสักหน่อย พี่อ้อนมาหลายเดือนแล้วมิวไม่ยอมมีให้พี่สักที"
"อ้าว... ทำไมแกถึงไม่ยอมมีให้พี่บอลล่ะ"
"ฉันเพิ่งอายุเท่าไหร่เองจะรีบมีไปทำไมเล่า ยังอยากปาร์ตี้สนุกอยู่เลยนะ เพราะฉะนั้นสามีเลี้ยงหลานไปก่อนก็แล้วกันนะคะ ขอเวลาอีกสักปีสองปีค่อยมี OK หรือเปล่า"
"ชิ~ ตลอดแหละ!"
ลิษามองสามีภรรยาที่หยอดล้อกันก็รู้สึกอิจฉาโมเมนท์แห่งความสุขของครอบครัว ส่วนเธอคงไม่มีโอกาสนั้นอีกแล้ว เพราะหลังจากที่ตัดสินใจเดินออกมาจากพ่อของลูก เธอก็คิดว่าชีวิตนี้คงไม่มีโอกาสได้อยู่กันเป็นครอบครัวอีกต่อไป...
'ช่างเถอะไม่เห็นจะต้องนึกถึงอดีต
เลย move on แล้วใช้ชีวิตต่อไปดีกว่า...'
