บทที่ 1 เด็กเลี้ยงแสนรักของมาเฟีย EP1

ตอนที่ 1 การเผชิญหน้า

กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อที่ลอยปะปนกับความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศไม่ได้ช่วยให้ความตึงเครียดในหัวของปลายฟ้าลดลงเลยแม้แต่น้อย หญิงสาวในชุดสครับสีเขียวเข้มของบุคลากรทางการแพทย์ก้มหน้าลงเล็กน้อยเพื่อซ่อนใบหน้าใต้หน้ากากอนามัย มือบางกำด้ามจับของรถเข็นอุปกรณ์ทางการแพทย์แน่นจนข้อขาว เธอเดินผ่านโถงทางเดินชั้นบนสุดของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังระดับประเทศด้วยจังหวะก้าวที่พยายามควบคุมให้ดูเป็นธรรมชาติที่สุด

ชั้นวีไอพีแห่งนี้คือเขตหวงห้ามที่ไม่อนุญาตให้บุคคลภายนอกหรือแม้แต่พนักงานระดับล่างก้าวล่วงเข้ามา มันคือพื้นที่ส่วนตัวของคีรินทร์ พิริยะสกุล ผู้บริหารสูงสุดของโรงพยาบาลแห่งนี้และผู้กุมอำนาจมืดในโลกใต้ดินที่ใครต่างก็หวาดกลัว

‘เหลือเวลาอีกแค่สองเดือนเท่านั้น’

คำพูดของแพทย์เจ้าของไข้ยังคงดังก้องอยู่ในหัว ภาพน้องสาววัยสิบแปดปีที่นอนใบหน้าซีดเซียวอยู่บนเตียงผู้ป่วยพร้อมเครื่องช่วยหายใจคือภาพที่กรีดลึกลงในหัวใจของเธอ ปลายฝันคือครอบครัวเพียงคนเดียวที่เธอเหลืออยู่ หากไม่ได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจภายในระยะเวลาที่กำหนด น้องสาวของเธอจะต้องจากโลกนี้ไป และปลายฟ้าจะไม่มีวันยอมให้เรื่องนั้นเกิดขึ้น เธอทำงานพาร์ตไทม์หามรุ่งหามค่ำ ขายทรัพย์สินทุกชิ้นที่มีค่า แต่เงินที่รวบรวมได้ก็ยังห่างไกลจากตัวเลขค่าใช้จ่ายมหาศาลที่ทางโรงพยาบาลแจ้งมา

เป้าหมายเดียวของเธอในคืนนี้คือการเข้าถึงตัวชายผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในที่แห่งนี้ ชายเพียงคนเดียวที่สามารถตวัดปากกาเซ็นอนุมัติการรักษาที่ล้ำหน้าที่สุดเพื่อยื้อชีวิตน้องสาวของเธอเอาไว้ได้

ปลายฟ้าอาศัยจังหวะที่ชายชุดดำสองคนที่ยืนเฝ้าหน้าประตูห้องพักปลายทางเดินหันไปรับสายวิทยุสื่อสาร เธอผลักรถเข็นเข้าไปใกล้และอาศัยความรวดเร็วแทรกตัวผ่านบานประตูไม้สีเข้มที่แง้มทิ้งไว้เพียงนิดเดียวเข้าไปด้านในได้อย่างเฉียดฉิว หัวใจของเธอเต้นระรัวจนปวดหนึบไปทั้งอกเมื่อพบว่าตัวเองเข้ามาอยู่ในรังของมัจจุราชแล้ว

ความมืดมิดคือสิ่งแรกที่ต้อนรับเธอ แสงไฟจากด้านนอกลอดผ่านผ้าม่านผืนหนาเข้ามาเพียงเลือนราง กลิ่นบุหรี่ราคาแพงผสมผสานกับกลิ่นวิสกี้คละคลุ้งอยู่ในอากาศ หญิงสาวค่อยๆ ดึงหน้ากากอนามัยออก ปล่อยให้ใบหน้าเปลือยเปล่าสัมผัสกับความเย็นเฉียบของห้อง เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อเรียกความกล้า ก่อนจะก้าวเท้าเดินลึกเข้าไปในห้องนั่งเล่นที่กว้างขวางราวกับคฤหาสน์ขนาดย่อม

“ฉันจำได้ว่าไม่ได้สั่งยาเพิ่ม”

น้ำเสียงทุ้มต่ำที่ดังแหวกความเงียบขึ้นมาทำเอาปลายฟ้าสะดุ้งสุดตัว ขาทั้งสองข้างของเธอแข็งทื่อราวกับถูกสาป เธอหันขวับไปยังทิศทางของเสียง ท่ามกลางเงามืดบนโซฟาหนังตัวใหญ่ ร่างสูงของชายคนหนึ่งนั่งพาดแขนกับพนักพิงอย่างผ่อนคลาย แต่รังสีคุกคามที่แผ่ซ่านออกมากลับทำให้บรรยากาศในห้องหนักอึ้งจนแทบหายใจไม่ออก

คีรินทร์ พิริยะสกุล ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แสงสลัวตกลงบนใบหน้าหล่อเหลาที่เรียบนิ่งและเย็นชา ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวล่าเหยื่อจ้องมองตรงมาที่เธอ มันเป็นสายตาที่มองทะลุไปถึงวิญญาณและไร้ซึ่งความปรานี ชายหนุ่มสวมเพียงเสื้อเชิ้ตสีดำที่ปลดกระดุมบนออกเผยให้เห็นแผงอกแกร่งและรอยสักที่โผล่พ้นร่มผ้า เขาก้าวเดินเข้ามาหาเธอช้าๆ ทุกย่างก้าวเปี่ยมไปด้วยอำนาจที่ทำให้คนมองต้องสยบ

“ตอบมาว่าเธอเป็นใคร และเข้ามาในห้องฉันได้อย่างไร” เขากดเสียงต่ำ สายตาไล่พิจารณาผู้หญิงร่างเล็กในชุดสครับที่ยืนตัวสั่นอยู่ตรงหน้า

“ฉันชื่อปลายฟ้าค่ะ ฉันไม่ได้ตั้งใจจะบุกรุก แต่ฉันหมดหนทางแล้วจริงๆ ฉันมาขอความช่วยเหลือจากคุณ” เธอพยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่น แม้ว่าความหวาดกลัวจะเกาะกุมไปทั่วทุกอณูความรู้สึก

คีรินทร์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย มุมปากหยักลึกกระตุกเป็นรอยยิ้มเย้ยหยัน เขายกมือขึ้นดีดนิ้วเพียงครั้งเดียว ไฟในห้องก็สว่างวาบขึ้นพร้อมกับร่างของชายฉกรรจ์ชุดดำสามคนที่พุ่งตัวออกมาจากมุมมืด พวกเขาเข้าประชิดตัวปลายฟ้าอย่างรวดเร็ว แขนทั้งสองข้างของเธอถูกจับไพล่หลังและกดลงอย่างแรงจนหญิงสาวทรุดตัวลงคุกเข่ากระแทกพื้นกระเบื้อง ความเจ็บปวดแล่นริ้วไปตามข้อเข่าแต่เธอต้องกัดริมฝีปากเพื่อกลั้นเสียงร้อง

ไคล์ มือขวาคนสนิทของคีรินทร์ก้าวเข้ามายืนซ้อนหลังเจ้านาย มือของเขากุมกระบอกปืนที่เหน็บอยู่ข้างเอวพร้อมที่จะปลิดชีพผู้บุกรุกทันทีหากมีคำสั่ง

“ผู้หญิงคนนี้ขโมยบัตรพนักงานและแอบเข้ามาครับบอส จะให้ผมจัดการลากตัวไปลงหลุมเลยไหมครับ” ไคล์รายงานด้วยน้ำเสียงราบเรียบราวกับกำลังพูดเรื่องสภาพอากาศ

“เดี๋ยวก่อน ได้โปรดฟังฉันก่อน” ปลายฟ้าเงยหน้าขึ้นมองชายร่างสูงที่ยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้า ดวงตากลมโตที่รื้นไปด้วยหยาดน้ำใสจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีรัตติกาลของเขา “น้องสาวของฉันป่วยเป็นโรคหัวใจรุนแรง เธอเป็นคนไข้ของโรงพยาบาลคุณและต้องได้รับการผ่าตัดด่วนที่สุด แต่ฉันไม่มีเงินก้อนนั้น ฉันรู้ว่าคุณมีอำนาจพอที่จะสั่งให้ทีมแพทย์จัดการเรื่องนี้ได้ ฉันขอร้องล่ะ ช่วยน้องสาวฉันด้วย”

บทถัดไป