บทที่ 3 เด็กเลี้ยงแสนรักของมาเฟีย EP3
คีรินทร์มองลายเซ็นบนกระดาษสลับกับใบหน้าหวานที่พยายามเชิดขึ้นอย่างหยิ่งทะนง เขารู้สึกประทับใจในความเด็ดเดี่ยวของผู้หญิงคนนี้อย่างประหลาด เธอไม่ได้ร้องไห้ฟูมฟาย ไม่ได้อ้อนวอนขอความเมตตาใดๆ เพิ่มเติม เธอพร้อมที่จะกระโจนลงสู่ขุมนรกเพื่อปกป้องคนที่เธอรัก
“ไคล์ จัดการเรื่องน้องสาวของเธอให้เรียบร้อย” คีรินทร์สั่งการโดยไม่ละสายตาไปจากใบหน้าของปลายฟ้า “ส่วนเธอ พรุ่งนี้เช้าจะมีรถไปรับที่ห้องพัก จงเตรียมตัวรับมือกับนรกขุมใหม่ที่เธอเป็นคนเลือกเองให้ดี ปลายฟ้า”
ชายหนุ่มหันหลังเดินกลับไปทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาตัวเดิม เขาหยิบแก้ววิสกี้ขึ้นมาจิบช้าๆ ปล่อยให้ความเงียบเข้าปกคลุมห้องอีกครั้ง ปลายฟ้าค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นยืน ขาทั้งสองข้างชาหนึบจนแทบจะทรงตัวไม่อยู่ เธอค้อมศีรษะให้เขาก่อนจะหันหลังเดินออกจากห้องไปอย่างเงียบเชียบ
เมื่อบานประตูถูกปิดลง คีรินทร์ก็ทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่างกระจกบานใหญ่ที่มองเห็นวิวเมืองหลวงยามค่ำคืน รอยยิ้มร้ายกาจปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลาอีกครั้ง การได้ผู้หญิงที่ดื้อรั้นและฉลาดหลักแหลมแบบนี้มาไว้ในกำมือคงสร้างความบันเทิงให้ชีวิตที่น่าเบื่อหน่ายของเขาได้ไม่น้อย เขาแทบจะอดใจรอไม่ไหวที่จะได้สอนบทเรียนแรกให้เด็กเลี้ยงคนใหม่ได้รู้ซึ้งว่า การเป็นของเล่นของคีรินทร์ นั้นมันต้องแลกมาด้วยความเจ็บปวดและเร่าร้อนมากแค่ไหน
................
ตอนที่ 2 กรงทองของมัจจุราช
กระเป๋าเดินทางใบย่อมถูกรูดซิปปิดลงพร้อมกับชีวิตอิสระที่สิ้นสุด ปลายฟ้ากวาดสายตามองห้องเช่าสี่เหลี่ยมแคบๆ ที่เคยเป็นพื้นที่แห่งความทรงจำระหว่างเธอกับน้องสาว ข้าวของเครื่องใช้ที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดถูกจัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบ เธอทิ้งทุกอย่างไว้เบื้องหลังตามเงื่อนไขในสัญญาขายวิญญาณเมื่อคืนนี้ หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อข่มความปวดหนึบในอก ก่อนจะหิ้วกระเป๋าใบเดียวที่มีติดตัวเดินออกจากห้องไปโดยไม่หันกลับมามองอีก
รถยุโรปสีดำสนิทจอดรออยู่เทียบทางเท้าหน้าหอพัก ไคล์ในชุดสูทสีเข้มยืนรออยู่ข้างประตูรถด้วยท่าทางนิ่งสงบราวกับรูปปั้น เขาโค้งศีรษะให้เธอเล็กน้อยก่อนจะยื่นมือออกมารับกระเป๋าเดินทางไปเก็บไว้ท้ายรถอย่างรู้หน้าที่
“บอสสั่งให้ผมยึดเครื่องมือสื่อสารทุกชนิดของคุณครับ” ไคล์เอ่ยเสียงเรียบเมื่อปลายฟ้าก้าวขึ้นมานั่งบนเบาะหนังแท้ด้านหลัง
ปลายฟ้าไม่ได้มีท่าทีขัดขืน เธอหยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องเก่าที่หน้าจอมีรอยร้าวส่งให้ชายหนุ่มอย่างว่าง่าย หญิงสาวรู้ดีว่านับตั้งแต่วินาทีที่จรดปลายปากกาเซ็นสัญญา เธอได้สูญเสียสิทธิ์ในการเป็นเจ้าของชีวิตตัวเองไปแล้ว การตัดขาดจากโลกภายนอกคือบททดสอบแรกที่คีรินทร์ตั้งใจใช้บีบคั้นจิตใจของเธอ รถยนต์คันหรูเคลื่อนตัวออกสู่ถนนใหญ่ ทิ้งชีวิตนักศึกษาธรรมดาของปลายฟ้า ไว้เบื้องหลัง เหลือเพียงสถานะเด็กเลี้ยง ที่กำลังเดินทางเข้าสู่กรงขังของมาเฟีย
คฤหาสน์ตระกูลพิริยะสกุลตั้งตระหง่านอยู่บนพื้นที่กว้างยานชานเมือง อาณาเขตที่ถูกล้อมรอบด้วยกำแพงหินสูงตระหง่านและระบบรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดทุกตารางนิ้วทำให้สถานที่แห่งนี้ดูไม่ต่างจากป้อมปราการ สถาปัตยกรรมสไตล์โมเดิร์นคลาสสิกที่เน้นโทนสีขาวดำและเทาเข้มสะท้อนถึงรสนิยมอันหรูหราทว่ากลับแผ่ซ่านความเยียบเย็นจนคนมองรู้สึกหนาวเหน็บไปถึงกระดูก
ทันทีที่รถจอดสนิทหน้าประตูไม้บานยักษ์ สาวใช้ในชุดเครื่องแบบสีเรียบหลายคนก็เดินเรียงแถวออกมาต้อนรับด้วยกิริยาอาการที่ถูกฝึกฝนมาอย่างดี พวกเธอหลุบตาต่ำไม่มีใครกล้าเงยหน้าขึ้นมองสบตากับผู้มาใหม่เลยสักคน ไคล์ผายมือเชิญให้ปลายฟ้าเดินตามเขาเข้าไปด้านในโถงกลางคฤหาสน์
“บอสรอคุณอยู่ที่ห้องทำงานชั้นสองครับ”
ปลายฟ้าพยักหน้ารับ เธอพยายามก้าวเดินด้วยความมั่นคงแม้ในใจจะสั่นไหว โถงทางเดินกว้างขวางประดับประดาด้วยงานศิลปะราคาแพงและโคมไฟระย้าคริสตัล แต่ความหรูหราเหล่านั้นกลับไม่สามารถกลบกลิ่นอายความอันตรายที่ลอยอวลอยู่ในอากาศได้เลย เมื่อมาหยุดอยู่หน้าประตูไม้บานใหญ่ที่แกะสลักลวดลายสิงโต ไคล์ก็เคาะประตูเพียงสองครั้งก่อนจะเปิดทางให้หญิงสาวเดินเข้าไปเพียงลำพัง
ภายในห้องทำงานที่กว้างขวางและตกแต่งด้วยโทนสีเข้ม คีรินทร์นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานไม้สักตัวใหญ่ เขาสวมเพียงเสื้อเชิ้ตสีขาวที่พับแขนขึ้นลวกๆ เผยให้เห็นรอยสักรูปงูที่พันเกี่ยวบนท่อนแขนแกร่ง แว่นตากรอบใสที่สวมอยู่บนใบหน้าหล่อเหลาทำให้เขาดูเหมือนนักธุรกิจหนุ่มผู้ทรงภูมิ ทว่าดวงตาคมกริบที่ตวัดขึ้นมามองเธอนั้นกลับวาวโรจน์ไปด้วยอำนาจมืดที่ไม่เคยจางหายไป
“มาตรงเวลาดีนี่” คีรินทร์เอ่ยทำลายความเงียบ เขาวางแฟ้มเอกสารในมือลงแล้วเอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนัง “ฉันได้รับรายงานจากโรงพยาบาลแล้วว่าน้องสาวของเธอถูกย้ายไปอยู่ในห้องไอซียูวีไอพีและทีมแพทย์ที่ดีที่สุดกำลังประเมินอาการเพื่อเตรียมผ่าตัด หวังว่าผลงานของฉันจะทำให้เธอพอใจ”
