บทที่ 4 เด็กเลี้ยงแสนรักของมาเฟีย EP4
“ขอบคุณค่ะ” ปลายฟ้าตอบเสียงแผ่ว เธอรู้สึกโล่งใจอย่างประหลาดที่เขาทำตามสัญญาอย่างรวดเร็ว
“เก็บคำขอบคุณของเธอไว้เถอะสาวน้อย เพราะนับจากวินาทีนี้ไป เธอจะต้องชดใช้มันด้วยทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอมี”
ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขาก้าวเดินอ้อมโต๊ะทำงานเข้ามาหาเธอช้าๆ ทุกย่างก้าวคล้ายกับราชสีห์ที่กำลังเดินต้อนตะครุบเหยื่อ ปลายฟ้าพยายามบังคับสองเท้าไม่ให้ก้าวถอยหลัง เธอเชิดหน้าขึ้นสบตากับเขาเพื่อแสดงให้เห็นว่าเธอพร้อมจะรับมือกับทุกสิ่ง
คีรินทร์หยุดยืนห่างจากเธอเพียงไม่กี่ก้าว เขากวาดสายตามองเรือนร่างบอบบางในชุดเสื้อยืดสีพื้นและกางเกงยีนส์ตัวเก่าด้วยสายตาประเมิน
“กฎของการอยู่ที่นี่มีเพียงไม่กี่ข้อ” น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นช้าๆ ชัดเจนทุกถ้อยคำ “ข้อแรก เธอคือสมบัติของฉัน ร่างกายของเธอ ลมหายใจของเธอ ความคิดของเธอ ทุกอย่างเป็นของฉันคนเดียว ข้อสอง ห้ามขัดคำสั่งฉันไม่ว่ากรณีใดๆ และข้อสาม หน้าที่ของเธอคือการตอบสนองความต้องการของฉันทุกเมื่อที่ฉันเรียกหา เข้าใจใช่ไหม”
‘มันคือกฎของทาส ไม่ใช่กฎของการอยู่ร่วมกัน’ ปลายฟ้าคิดในใจ แต่เธอก็เลือกที่จะกลืนความรู้สึกขมขื่นลงคอและตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“เข้าใจค่ะ”
“ดีมาก” คีรินทร์กระตุกยิ้มมุมปาก เขาเดินไปที่บาร์เครื่องดื่มมุมห้องและหยิบขวดไวน์แดงราคาแพงขึ้นมา “รินไวน์ให้ฉันสิ นี่คืองานแรกของเธอ”
ปลายฟ้าเดินเข้าไปรับขวดไวน์และแก้วคริสตัลทรงสูงมาจากมือหนา มือของเธอเย็นเฉียบและสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อต้องอยู่ใกล้ชิดกับผู้ชายที่แผ่รังสีคุกคามตลอดเวลา หญิงสาวพยายามประคองสติ ค่อยๆ รินของเหลวสีโกเมนลงในแก้วอย่างระมัดระวัง แต่ด้วยความเกร็งและสายตาคมกริบที่จ้องจับผิดทุกการกระทำ ทำให้จังหวะที่เธอกำลังจะยื่นแก้วส่งให้เขา นิ้วมือของเธอเกิดลื่นหลุดจากก้านแก้ว
เสียงคริสตัลกระทบพื้นกระเบื้องแตกกระจายดังก้องไปทั่วห้อง ไคล์ที่ยืนอยู่หน้าประตูกระชากบานประตูเปิดออกทันทีด้วยความตกใจ แต่คีรินทร์ยกมือขึ้นห้ามลูกน้องไว้ หยดไวน์สีแดงฉานสาดกระเซ็นเปื้อนปลายรองเท้าหนังขัดมันของมาเฟียหนุ่ม รวมถึงท่อนขาเรียวของปลายฟ้าด้วย
บรรยากาศในห้องเย็นยะเยือกจับขั้วหัวใจ คีรินทร์ก้มมองเศษแก้วบนพื้นก่อนจะตวัดสายตาดุดันขึ้นมองใบหน้าซีดเผือดของหญิงสาวตรงหน้า เขาไม่ได้ตะคอก ไม่ได้ส่งเสียงด่าทอ แต่ความเงียบของเขากลับน่ากลัวยิ่งกว่าพายุลูกใดๆ ชายหนุ่มก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวปลายฟ้าอย่างรวดเร็ว มือหนาเอื้อมออกไปบีบปลายคางมนอย่างแรงจนใบหน้าหวานแหงนหงายขึ้นมาสบตากับเขา
“เธอคิดว่าการทำลายข้าวของในบ้านฉันเป็นการเรียกร้องความสนใจที่ฉลาดงั้นหรือ” น้ำเสียงของเขากดต่ำจนแทบจะเป็นเสียงคำรามในลำคอ แรงบีบที่คางเพิ่มมากขึ้นจนปลายฟ้ารู้สึกเจ็บร้าวไปถึงกระดูก
หญิงสาวนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด แต่เธอกลับไม่ได้แสดงความหวาดกลัวหรือร้องขอความเมตตาออกมาให้เขาเห็น ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในนัยน์ตาสีรัตติกาลอย่างไม่ลดละ เธอรู้ดีว่าหากเธอแสดงความอ่อนแอให้ผู้ชายคนนี้เห็น เขาจะยิ่งเหยียบย่ำและบดขยี้เธอให้จมดิน
“ฉันไม่ได้ตั้งใจค่ะ และฉันก็ไม่ได้โง่พอที่จะเรียกร้องความสนใจด้วยวิธีสิ้นคิดแบบนี้” ปลายฟ้าตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่พยายามควบคุมไม่ให้สั่น “ฉันจะทำความสะอาดให้เรียบร้อย และคุณสามารถหักค่าแก้วใบนี้ออกจากเงินเดือนหรือค่าตัวอะไรก็ตามที่คุณตั้งใจจะให้ฉันได้เลยค่ะ”
คำตอบที่เด็ดเดี่ยวและไร้ซึ่งความประจบประแจงทำให้คีรินทร์ชะงักไปชั่วครู่ เขาคุ้นเคยกับผู้หญิงที่เอาแต่ร้องไห้ฟูมฟายและอ้อนวอนเมื่อทำผิดพลาด แต่เด็กเลี้ยงคนใหม่ของเขากลับกล้ายืนหยัดต่อกรกับเขาด้วยสายตาที่ไม่มีแววสั่นคลอน แม้ร่างกายจะตกอยู่ในสภาวะเสียเปรียบอย่างเห็นได้ชัด ความหยิ่งทะนงที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความบอบบางนั้นกระตุกความสนใจของเขาอย่างรุนแรง
ซาตานหนุ่มคลายแรงบีบที่คางของเธอลงช้าๆ แต่ยังคงไม่ยอมปล่อยมือ เขาลูบไล้ปลายนิ้วโป้งไปตามรอยแดงที่เกิดจากการกระทำของตัวเองอย่างแผ่วเบา รอยยิ้มร้ายกาจที่ยากจะคาดเดาปรากฏขึ้นบนริมฝีปากหยักลึก
“เธอคิดว่าชีวิตของเธอตอนนี้มีค่าพอที่จะชดใช้ของราคาแพงในบ้านฉันได้งั้นหรือปลายฟ้า” เขาโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจร้อนระอุ “จำเอาไว้ว่าที่นี่ไม่มีคำว่าไม่ได้ตั้งใจ ทุกความผิดพลาดต้องมีบทลงโทษ และบทลงโทษของฉันมันไม่ได้จ่ายด้วยเงิน”
คีรินทร์ปล่อยมือจากใบหน้าของเธอแล้วถอยห่างออกไป เขามองผลงานเศษแก้วแตกบนพื้นด้วยสายตาเรียบนิ่ง
“เก็บกวาดให้เรียบร้อยด้วยมือเปล่า อย่าให้มีเศษกระเบื้องเหลือแม้แต่ชิ้นเดียว เสร็จแล้วให้ไคล์พาเธอไปที่ห้องพัก วันนี้ฉันจะปรานีให้เธอได้พักผ่อนปรับตัวเตรียมรับมือกับหน้าที่ที่แท้จริงในคืนนี้”
