บทที่ 8 เด็กเลี้ยงแสนรักของมาเฟีย EP8
คีรินทร์ลอบมองใบหน้าหวานที่กำลังจดจ่ออยู่กับแฟ้มเอกสารผ่านหางตา เขาตั้งใจเอาสัญญามหาโหดนี้มาโยนให้เธอเพื่อหวังจะเห็นท่าทีจนปัญญาและยอมแพ้ แต่สิ่งที่เขาเห็นกลับเป็นดวงตาที่เปล่งประกายความมุ่งมั่น คิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากันเล็กน้อยยามที่เธอใช้ความคิด ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันอย่างลืมตัว ท่าทางเหล่านั้นดูมีเสน่ห์และน่าดึงดูดจนเขาเผลอจ้องมองอยู่นาน
“เจอแล้วค่ะ”
เสียงใสเอ่ยทำลายความเงียบ ปลายฟ้าเงยหน้าขึ้นมองสบตากับคีรินทร์พร้อมกับใช้นิ้วเรียวชี้ลงไปที่ย่อหน้าหนึ่งในหน้าสุดท้ายของสัญญา
“ช่องโหว่อยู่ตรงข้อตกลงเรื่องการปันผลกำไรและการรับผิดชอบหนี้สินในกรณีที่เกิดเหตุสุดวิสัยค่ะ” เธออธิบายด้วยน้ำเสียงฉะฉานและมั่นใจ “พวกเขาระบุเงื่อนไขซ้อนเงื่อนไขเอาไว้ หากมองเผินๆ เหมือนเราจะได้เปรียบเรื่องส่วนแบ่งที่มากกว่า แต่ถ้าคุณอ่านบรรทัดนี้...” เธอเลื่อนแฟ้มไปตรงหน้าเขาแล้วชี้ให้ดูจุดที่วงกลมเอาไว้ “พวกเขาแอบสอดแทรกข้อกำหนดที่ว่า หากโครงการถูกระงับด้วยเหตุผลทางความมั่นคงของรัฐ ฝั่งเราจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าเสียหายและหนี้สินทั้งหมดเพียงฝ่ายเดียว ซึ่งคาสิโนชายแดนมีความเสี่ยงเรื่องนี้สูงมาก พวกเขากำลังใช้คุณเป็นเกราะคุ้มกันและพร้อมจะลอยแพคุณทันทีที่มีปัญหาค่ะ”
คีรินทร์ก้มลงอ่านข้อความตามที่เธอชี้ ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อพบว่าสิ่งที่เธอพูดคือความจริง ทีมกฎหมายของเขามองข้ามจุดเล็กๆ แต่สำคัญยิ่งนี้ไปได้อย่างไร ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองผู้หญิงตรงหน้าด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป มันไม่ใช่สายตาที่มองเด็กเลี้ยงหรือของเล่นอีกต่อไป แต่เป็นสายตาที่มองหุ้นส่วนผู้มีวิสัยทัศน์
“แล้วเธอคิดว่าฉันควรทำอย่างไร ฉีกสัญญานี้ทิ้งแล้วส่งคนไปถล่มพวกมันเลยดีไหม” เขาแกล้งถามเพื่อหยั่งเชิง
“การใช้กำลังอาจจะสะใจ แต่ไม่เกิดผลกำไรค่ะ” ปลายฟ้าตอบกลับทันที “คุณควรแก้เผ็ดด้วยการร่างสัญญาฉบับใหม่ แนบเงื่อนไขการตั้งบริษัทร่วมทุนในประเทศที่สามซึ่งมีกฎหมายคุ้มครองการลงทุนที่รัดกุมกว่า ผูกมัดพวกเขากลับด้วยสัดส่วนหุ้นไขว้ หากเกิดปัญหา พวกเขาจะต้องสูญเสียสินทรัพย์หลักในประเทศตัวเองเป็นการชดเชย แบบนี้คุณถึงจะเป็นฝ่ายถือไพ่เหนือกว่าอย่างแท้จริงค่ะ”
คำตอบที่เฉียบขาดและเต็มไปด้วยไหวพริบทำให้คีรินทร์นิ่งอึ้งไปชั่วขณะ เขาไม่คาดคิดว่าผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่ดูบอบบางและถูกต้อนให้จนมุมเมื่อคืนนี้ จะมีความคิดที่เฉียบแหลมและเลือดเย็นในทางธุรกิจได้ถึงเพียงนี้ ความประหลาดใจแปรเปลี่ยนเป็นความประทับใจอย่างลึกซึ้ง ดอกไม้เหล็กดอกนี้ไม่ได้มีดีแค่ความดื้อรั้น แต่เธอยังมีหนามแหลมคมที่ซ่อนความฉลาดหลักแหลมเอาไว้ด้วย
ความเงียบทอดตัวลงระหว่างคนทั้งสอง คีรินทร์ลุกขึ้นจากเก้าอี้ เขาเดินอ้อมโต๊ะทำงานเข้ามาหยุดยืนอยู่ข้างเก้าอี้ของเธอ ปลายฟ้าเกร็งตัวขึ้นเล็กน้อยเมื่อรับรู้ถึงการคุกคามที่คุ้นเคย แต่ครั้งนี้ชายหนุ่มไม่ได้ใช้กำลังหรือสายตาดุดันข่มขู่เธอ
ฝ่ามือหนาที่เคยบีบคางเธออย่างโหดร้ายเมื่อวาน ค่อยๆ วางลงบนกลุ่มผมสีน้ำตาลเข้มของหญิงสาวอย่างแผ่วเบา ปลายฟ้าสะดุ้งเล็กน้อย เบิกตากว้างด้วยความตกใจ สัมผัสอุ่นวาบจากฝ่ามือของเขาส่งผ่านเส้นผมลงมาถึงหนังศีรษะ มันเป็นสัมผัสที่อ่อนโยนจนน่าประหลาดใจ
คีรินทร์ลูบศีรษะเธอเบาๆ ราวกับกำลังชื่นชมสัตว์เลี้ยงตัวโปรดที่ทำผลงานได้ดีเยี่ยม รอยยิ้มบางๆ ที่หาดูได้ยากยิ่งปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลา มันไม่ใช่รอยยิ้มเย้ยหยันหรือร้ายกาจอย่างที่เคยเห็น แต่มันคือรอยยิ้มแห่งความพึงพอใจจากใจจริง
“ทำได้ดีมากสาวน้อย” เขาเอ่ยชมด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยความอบอุ่นแปลกประหลาด “ดูเหมือนสมองของเธอจะมีค่ามากกว่าที่ฉันประเมินไว้เสียอีก”
ดวงตาคมกริบสบเข้ากับดวงตากลมโตที่กำลังเบิกกว้างด้วยความสับสน ในวินาทีนั้น เปลวไฟแห่งความกระหายที่จะเอาชนะเริ่มเปลี่ยนรูปร่างไป คีรินทร์ตระหนักได้ว่าผู้หญิงตรงหน้ามีค่ามากกว่าการเป็นแค่ที่ระบายอารมณ์ เธอคือความท้าทายที่สมน้ำสมเนื้อ คือเพชรเม็ดงามที่ซ่อนตัวอยู่ใต้โคลนตม และเขาคือผู้เดียวที่มีสิทธิ์เจียระไนเพชรเม็ดนี้ให้เปล่งประกายอยู่ข้างกายเขาตลอดไป
………………
ตอนที่ 5 หน้าต่างแห่งความหวัง
ล้อแม็กซ์อัลลอยของรถยุโรปสีดำสนิทบดเบียดไปตามพื้นถนนด้วยความเร็วที่สม่ำเสมอ บรรยากาศภายในห้องโดยสารวีไอพีที่ถูกกั้นแยกจากโซนคนขับเงียบสงบจนได้ยินเพียงเสียงลมแผ่วเบาจากเครื่องปรับอากาศ ปลายฟ้านั่งประสานมือไว้บนตักจนชื้นเหงื่อ ดวงตากลมโตทอดมองออกไปนอกหน้าต่างรถที่ติดฟิล์มทึบ ทว่าความรู้สึกทั้งหมดกลับไม่ได้จดจ่ออยู่กับทิวทัศน์ของเมืองหลวงที่เคลื่อนผ่านไปเลยแม้แต่น้อย
ประสาทสัมผัสของเธอกำลังถูกครอบงำด้วยกลิ่นหอมเย็นเยียบของน้ำหอมแบรนด์หรูที่ผสมผสานกับกลิ่นวิสกี้จางๆ ซึ่งลอยอวลมาจากเรือนกายแกร่งของผู้ชายที่นั่งอยู่เคียงข้าง มากไปกว่านั้นคือสัมผัสอุ่นวาบจากฝ่ามือหนาที่ลูบลงบนเส้นผมของเธอเมื่อชั่วโมงก่อนในห้องทำงาน มันยังคงทิ้งร่องรอยความรู้สึกแปลกประหลาดที่ทำให้หัวใจของเธอแกว่งไกวอย่างไม่อาจควบคุมได้
‘เขาพาเราออกมาทำไม’
คำถามนี้วนเวียนอยู่ในหัวซ้ำไปซ้ำมาตั้งแต่คีรินทร์เอ่ยปากสั่งให้เธอไปเปลี่ยนเสื้อผ้าและตามเขาขึ้นรถมา หญิงสาวไม่กล้าเอ่ยปากถามเพราะรู้ดีว่าสถานะเด็กเลี้ยงอย่างตนเองไม่มีสิทธิ์ตั้งคำถามหรือเรียกร้องสิ่งใด คีรินทร์ในชุดสูทสีเทาเข้มกำลังนั่งไขว่ห้างอ่านเอกสารในแท็บเล็ตด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ทว่ารังสีอำนาจมืดที่แผ่ออกมาจากตัวเขากลับทำให้พื้นที่กว้างขวางในรถดูแคบและน่าอึดอัดลงไปถนัดตา
