บทที่ 2 EP.1 เเม่ราชินีนั่งดริ๊ง (1)

“พี่สุดหล่อ มองริณขนาดนี้เดี๋ยวจะโดนคิดเงินเพิ่มน้า ริณคิดแพงนะคะ”

มาริณสัมผัสได้ถึงเเววตาของเวธัสที่ไม่ได้ปิดบังเลยเเม้เเต่น้อย เธอหันมาสบตาเขา จงใจขยับทุกสัดส่วนของร่างกายให้ดูน่ามองยิ่งขึ้นไปอีก ดูเหมือนผู้ชายคนนี้จะมองเห็นเธอเป็นที่ระบายความใคร่ใช่ไหม

ก็ตามประสาผู้ชายเที่ยวกลางคืน คนอย่างเขาน่าจะผ่านผู้หญิงมามากกว่าสิบ… หรือยี่สิบคน?

เอาเป็นว่าเธอคงไม่ใช่เด็กนั่งดริ๊งคนเเรกที่ถูกเขามองเเบบนี้

เวธัสหัวเราะในลำคอ เขารู้สึกได้ใจเพราะอีกฝ่ายจงใจกัดเเบบเเนบเนียน สรุปได้เลยว่าเเม่คนนี้ค่อนข้างร้ายไม่เบา

“ยอมจ่ายเลยค่ะคนสวย ขอแค่ได้ชิมหนูาสักคำ” คำพูดนั้นแฝงความลึกซึ้งแบบสองแง่สองง่ามที่ทำให้แม้แต่มาริณยังต้องเลิกคิ้ว

“พี่พูดเหมือนเคยได้ชิมเด็กที่นี่มาแล้วหลายคนนะคะ”

“พี่เลือกเก่ง” เขากระตุกยิ้มพรายทรงเสน่ห์ “แต่ยังไม่เคยเจอใครน่าค้นหาเท่าหนูเลยสักคน”

มันก็คือเรื่องจริงอยู่ส่วนหนึ่ง เเต่ความเป็นจริงเขาเเค่อยากชิมเพราะเธอทำงานกลางคืน เพียงเเค่ปลดปล่อยเเรงราคะชั่วข้ามคืนเท่านั้น เวธัสมีผู้หญิงมาติดพันมากมายเพราะเขามันเพลย์บอยตัวพ่อ เขาไม่เคยคิดจริงจังกับใคร รวมถึงไม่คิดที่จะรับผิดชอบความรู้สึกใคร

ความรักสำหรับเวธัสคือของไร้สาระ… สิ่งที่จำเป็นสำหรับเขาจริงๆ มีเพียงเซ็กซ์เท่านั้น

เเต่เขาก็ตรวจโรคทุกสามเดือนนะ เพื่อมั่นใจว่าจะไม่พาใครไปติดโรค หรือเเม้เเต่ป้องกันตัวเองไม่ให้ติดโรคจากผู้หญิงคนไหน

อาจฟังดูใจร้ายไปหน่อย… เเต่ก็เพื่อ Safe Sex กับคู่นอนคนถัดไป

เวธัสเอนกายพิงพนักโซฟานุ่ม ดวงตาคมกริบจ้องลึกลงไปในแววตาของมาริณ เขาเองก็กระเป๋าหนักใช่ย่อย คิดมาก่อนเเล้วว่าถ้าอยากได้ ‘ตัวท็อป’ ก็ต้องกล้า ‘เปย์หนัก’ เเละเขาไม่ใช่คนใจฝ่อ “แล้วถ้าพี่อยากจะชิมจริงๆ ล่ะ หนูคิดเรทเท่าไหร่ครับ?”

คำถามนั้นไม่ได้ทำให้มาริณตกใจสักเท่าไหร่ ตรงกันข้าม เธอแค่นหัวเราะน้อยๆ เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งเเรกที่มีคนคิดอยากจะกินเธอ เเต่มาริณไม่ใช่สายไปต่อที่เตียงอยู่เเล้ว เธอหาเงินเลี้ยงดูครอบครัวโดยใช้ความสวยเป็นเครื่องมือ เเละเเน่นอนว่าไม่เคย ‘ผ่าน’ มือชายใดมาก่อน เเต่ประสบการณ์ทำให้เธอดูเหมือนสาวเจนจัดที่ผ่านมาอย่างโชกโชนเเละไร้ความขลาดอาย

ที่ทำเงินให้ร้าน มันเพราะ ‘สกิล พรสวรรค์ เเละความสวย’ โดยไม่ใช้ร่างกายเเลกมาล้วนๆ เธอเลยค่อนข้างคิดว่าตัวเองก็เจ๋งพอตัว

มาริณไม่ได้หวั่นไหว พลางเอียงศีรษะจ้องเขาตอบ

“แล้วพี่มีปัญญาจ่ายเหรอคะ? เดี๋ยวนี้ของดีเขาคิดเป็นขวดนะ ไม่ได้คิดเป็นชั่วโมง”

เวธัสหัวเราะออกมาอย่างพอใจ ชอบนักล่ะ ผู้หญิงที่ไม่สะท้านกับสายตาเจ้าชู้ของเขา กล้าต่อปากต่อคำอย่างมีชั้นเชิง และยังมีท่าทีเย้ายวนในทุกอิริยาบถ

เด็กคนนี้อย่างมากก็ต้องผ่านมือชายมาสักสิบคนล่ะวะ

“พี่ไม่ได้มีเเค่ปัญญานะคะหนู เเต่พี่มีบัตรเเบล็คการ์ด” เขาชูบัตรไม่จำกัดวงเงินออกมา มาริณดวงตาวาววับทันที เธอคิดเเผนการณ์บางอย่างไว้ในใจอย่างรวดเร็ว เเละเดินเกมต่อทันที

“ถ้าจะให้ได้หนูไปคืนนี้ พี่ต้องผ่านด่านหนึ่งก่อนค่ะ” มาริณวางแก้วลงบนโต๊ะ แล้วจงใจยื่นหน้าเข้าใกล้กระซิบข้างหูเขา “ดวลเหล้ากับหนูสิ”

“ดวลเหรอ?” เวธัสหัวเราะอย่างขบขัน “หนูจะสู้พี่ไหวเหรอคะคนสวย?”

“ก็ลองดูสิคะ” เธอยิ้มหวานอย่างมีเลศนัย “ใครแพ้ต้องยอมทุกอย่างนะ”

คำพูดนั้นแทบจุดไฟในดวงตาของเพลย์บอยเจ้าเล่ห์ขึ้นมาทันที ถ้าเป็นเรื่องเหล้า เขาไม่เคยเเพ้ใครอยู่เเล้ว เวธัสขึ้นชื่อเรื่องสายเเข็ง เขาเป็นผู้ชายที่ผ่านร้อนหนาวมามากรวมถึงเหล้าเบียร์เเละสิ่งเสพติด เขามั่นใจพอสมควรว่าถึงยัยตนสวยตรงหน้าจะมั่นใจในคอของตนเองเเค่ไหน

เเต่ผู้หญิงไม่มีทางชนะผู้ชายได้ เธอกำลังลำพองใจเพราะคิดว่าตัวเองเป็นตัวท็อป เเละเขาดูอยากได้เธอมากสินะ

เอาสิ พ่อจะสั่งสอนให้จนลืมทางกลับบ้านเลย

เวธัสลอบยิ้ม มือซ้ายเอื้อมไปหยิบขวดเหล้าจากถังน้ำแข็งหลังจากบริกรมาเสิร์ฟ หากเเต่มือเล็กปรามไว้

“หนูผสมให้นะคะ”

“ขอโทษนะคะที่รัก พี่ไม่ผสมค่ะ พี่สายเพียว”

“เยี่ยมเลยค่ะ”

“เยี่ยมเลยค่ะ”

มาริณส่งยิ้มหวาน ก่อนเธอจะหยิบแก้วขึ้นมา แล้วเทเหล้าจากขวดใหม่อย่างมั่นใจ เธอเทให้เวธัสก่อน แล้วจึงเทให้ตัวเองเป็นอย่างถัดไป

เวธัสจ้องมือเรียวสวยที่รินเหล้าให้เขาด้วยสีหน้าเปี่ยมแววเจ้าเล่ห์ แต่แอบแฝงความระแวดระวังลึกๆ ในใจอยู่

เธอไม่ยอมให้เขาแตะขวด แถมยังรินให้เองแบบนี้ คิดอะไรอยู่นะ?

เขารับแก้วจากมือเธอมาโดยไม่พูดคำใดออกมาเพราะเดี๋ยวเเม่คนสวยตรงหน้าจะกล่าวหากันว่าไม่เเน่จริง ดวงตาคมกริบสอดส่องแววตาของหญิงสาวตรงหน้า ที่ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกเหมือนกำลังต่อสู้กับนางเสือสาวที่พร้อมจะตะปบเขาทุกเมื่อ

“พร้อมนะคะพี่สุดหล่อ กติกาคือ หนึ่งคน หนึ่งช็อต ดื่มพร้อมกัน ใครหน้าหงายก่อนแพ้จ้า”

เวธัสกระตุกยิ้ม เขามั่นใจในความคอเเข็งของตนเองดีเเละมองเห็นจุดจบของเธอในคืนนี้เรียบร้อยเเล้ว แก้วในมือหนากระทบกับแก้วของมาริณเสียงดัง เเกร๊ง

“ชน!”

ช็อตแรกไหลผ่านลำคอทั้งคู่พร้อมกัน ความร้อนของแอลกอฮอล์ทำให้ลมหายใจแทบลุกเป็นไฟ แต่ไม่มีใครแสดงออกถึงความสะท้าน

ไม่ว่าจะช็อตที่สอง ช็อตที่สาม หรือช็อตที่สี่ จนไปถึงช็อตที่ห้า

บรรยากาศรอบข้างเริ่มเลือนหายไป มีเพียงเสียงหัวใจและการสบตากันผ่านขวดเหล้าเท่านั้น

เวธัสเอนหลังเล็กน้อย แสร้งทำท่ากระพริบตาถี่เหมือนเริ่มมึน

“ว้าว หนูแรงใช้ได้เลยนะคะคนสวย”

“อุ๊ย ขอโทษค่ะพี่ พี่โอเคไหม? หรืออยากยอมแพ้ตอนนี้เลยก็ได้นะคะ หนูไม่ถือ” มาริณเเสร้งยั่ว เธอเอนตัวไปเขี่ยวนรอบเเผงอกเเกร่งเบาๆ เป็นการชูโรง เเต่สาวเจ้ากลับไม่รู้สึกระคายคอเลยสักนิด เพราะที่บ้านเกิดเธอน่ะกินเหล้าต้มต่างน้ำ เลยคอทองเเดงขนิดเลี่ยมทอง ไม่ว่าลูกค้าคนไหนพยายามจะมอมเหล้าเธอเพื่อหวังเคลม ก็ไม่เคยมีโอกาส เพราะสลบก่อนทุกราย

เวธัสหัวเราะอีกครั้ง มุมปากยกยิ้มด้วยความท้าทาย

“ผู้ชายอย่างพี่ไม่เคยยอมแพ้ใคร ถ้ายังไม่ได้ขึ้นเตียง”

คำพูดนั้นเหมือนสาดเชื้อเพลิงใส่เปลวไฟ แต่มาริณยังคงควบคุมสีหน้าเอาไว้ เธอยกแก้วขึ้นมาเตรียมพร้อมกับช็อตถัดไป แต่ขณะเดียวกันกลับหันหน้าไปพูดกับบริกรที่ยืนใกล้ๆ

“ขอเลมอนฝานค่ะ แล้วก็เกลือด้วย”

บริกรรีบนำของตามที่ร้องขอมาให้ หญิงสาวจัดการฝานเลมอนลงอย่างคล่องแคล่ว

“จะทำเตกีล่าช็อตเหรอ?” เวธัสถามกลั้วหัวเราะ

“ใช่ค่ะพี่ แต่เตกีล่าของหนูจะมีอะไรพิเศษนิดนึง” เธอกระซิบเสียงเบา ขณะละเลียดเลมอนด้วยริมฝีปากนุ่มนวลอย่างจงใจยั่ว ความเปรี้ยวฝาดของมันทำให้เธอรู้สึกตื่นตัวมากกว่าจะเปรี้ยวนำขึ้นตา “เพราะหนูจะไม่ใช่คนเมาในคืนนี้แน่ๆ”

คำพูดนั้นทำให้เวธัสเลิกคิ้ว ยอมรับว่าห้าช็อตยังไม่ได้ทำให้เขาถึงกับเมา

เเต่กลับรู้สึกเหมือนกำลังตกหลุมพรางเธออยู่ทุกวินาทีกันนะ

“อยากรู้จังว่ามีอะไรพิเศษ” ที่มองก็เเค่เตกีล่าช็อตเเบบทั่วไป ช็อตที่หกถูกส่งให้เขาอีกครั้ง ตามด้วยช็อตที่เจ็ด เเละทันทีที่เริ่มช็อตที่เเปด โลกก็พลันเริ่มหมุน เวธัสรู้สึกวิงเวียนศรีษะเล็กน้อย ในหัวโคลงเคลงคล้ายกำลังถูกคลื่นทะเลโถมซัด ในขณะที่มาริณยังกรอกเลมอนฝานอีกอันเทใส่ปากอย่างไม่สะทกสะท้าน

ยัยนี่มันยังเป็นคนอยู่รึเปล่าวะ? เเปดช็อตด้วยเหล้าเกิน 40 ดีกรีเเต่ดูยังไม่เมาเลยเเม้เเต่นิด ปกติเเค่ห้าช็อตผู้หญิงก็เซเเล้ว

นี่มันบ้าชัดๆ!

เวธัสสบถในใจ เพราะเขาเริ่มรู้สึกถึงความชิบหายเเละจุดจบอันน่าอับอายในคืนนี้ของพ่อคาสโนว่าสายเเข็ง เพราะเเปดช็อตก็ถือว่าเอาเรื่องสำหรับเขา อีกอย่างยังไม่ได้กินอะไรมาด้วย ยิ่งเมาง่ายเข้าไปใหญ่ มากกว่านี้ระบบภายในน่าจะใกล้ถามหาโรงพยาบาลเเล้ว

“เดี๋ยวก่อนค่ะหนู” มาริณยังคงตั้งตาจะจัดเตกีล่าช็อตที่เก้าให้เขา เเต่ชายหนุ่มผู้หล่อเหลารีบยกมือขึ้นปรามก่อน “หนูไม่เมาบ้างเหรอ”

“เเค่นี้ถือว่ายังสบายๆ สำหรับริณค่ะ” ดวงตาหวานเฉี่ยวสบเขา เมื่อเห็นว่าช็อตนั้นไม่ได้ถูกรับไป สาวเจ้าเลยยกดื่มเองโชว์ซะเลย ภาพนั้นทำให้เวธัสถึงกับสตั้น “สดชื่นจัง”

“...”

“ว่าเเต่พี่เมาเเล้วเหรอคะ?” คราวนี้สาวนั่งดริ๊งตัวท็อปที่ตั้งเเต่นี้เขาจะซูฮกเธอเป็นราชินีเเห่งการดื่มรีบหันมาเลิกคิ้วใส่ ท่าทางที่ราวกับจะถามว่า ได้เเค่นี้เองเหรอ? ทำให้เวธัสเลือดขึ้นหน้า เขากระเเท็กเเก้วช็อตอีกเเก้วที่ควรเป็นของเธอ เเล้วส่งสายตาให้ยัยคนสวยชงเหล้าซะ

เเน่นอนว่ามาริณไม่คิดปฏิเสธ เธอเรียกบริกรมาจัดเหล้าฝรั่งอีกขวด เเละจัดการมิกซ์กะให้เมาเเบบสุดติ่ง เวธัสมองมือของหญิงสาวที่ขยับชงเหล้าเเล้วสะบัดหน้าด้วยความมึน หมดกันความหล่อเหลาที่สั่งสมมาตั้งเเต่เข้าร้าน เขามองไม่ทันเพราะทุกอย่างมันสว่างวาบไปหมด จนกระทั่งเเก้วช็อตถูกเลื่อนมาตรงหน้า

ชายหนุ่มท่าดีรีบยกขึ้นมากระดก เเละเเน่นอนว่าทันทีที่น้ำเมาไหลลงคอ ความเเรงของดีกรีที่เธอผสมทำให้เขาวิงเวียนจนเเทบล้ม เเต่อีโก้ที่สูงปรี๊ดเพราะไม่อยากยอมเเพ้ให้กับสาวนั่งดริ๊งตัวเล็กๆ ที่ดูยังไงก็ไม่น่าตามเขาทัน เวธัสก็ยังหันไปกระตุกยิ้มให้อีกฝ่ายพลางยักคิ้วข้างหนึ่ง

“ไม่เมาเลยสักนิด” มาริณยิ้มหวาน เพราะตาของพ่อสุดหล่อที่หวังจะเเอ้มเธอมันลอยไปไหนต่อไหนเเล้ว มารู้สึกตัวอีกทีร่างหนาก็ขยับเข้ามาใกล้ ปลดกระดุมสองเม็ดบนด้วยความรุ่มร้อนจากพิษเเอลกอฮอล์ ใบหน้าขาวจัดนั้นขึ้นสีฝาด ชวนให้ดูเซ็กซี่มาก มาริณเผลอมองตามภาพคนหล่อที่เริ่มคุมตัวเองไม่อยู่ ก่อนที่เขาจะขยับมากระชั้นชิด

“เเต่หนูเวลาเมาก็เซ็กซี่ดีนะ” เเม้เสียงเขาจะดูปกติเเต่มาริณมองออกว่าอีกฝ่ายคงเมาได้ที่เเล้ว ริมฝีปากของผู้ชายตรงหน้าเกยตรงปลายจมูกหวาน หลุบมองผู้หญิงลุคเซ็กซี่เจนจัดเหลือร้ายที่เงยหน้าขึ้นสบตาเขาอย่างไม่คิดจะกลัว

ฝ่ามือหนาเอื้อมไปเเตะเบาๆ ที่กลีบปากล่างของเธอ กดปลายนิ้วลงนิดๆ ดวงตายั่วยวนสบมองเขา จนกระทั่ง…

ตึง!

เสียงเพลงในร้านยังคงดังกระหึ่มอยู่เหมือนเคยพอๆ กับที่ใครต่อใครต่างยังคงสังสรรค์อยู่ในผับ แต่สำหรับโต๊ะมุมลึกที่สุดในร้านในตอนนี้ เวลาได้ราวกับหยุดนิ่งไปชั่วคราวเเล้ว

มาริณยกแก้วไวน์ขึ้นจิบอีกครั้งพร้อมกับชัยชนะ ดวงตาคมเฉี่ยวราวกับเเม่เสือร้ายจ้องมองร่างสูงของเวธัสที่ฟุบหน้าลงกับโต๊ะ ใบหน้าหล่อเหลาคว่ำคาแขน ริมฝีปากหยักขยับพึมพำอะไรไม่รู้ที่เธอฟังมันไม่ออก ดวงตาหลับสนิทเหมือนเด็กหนุ่มที่โดนวอดก้ากระแทกปากจนกลับบ้านไม่ถูก

นี่เหรอหนุ่มฮอตเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้ หมดสภาพไม่เหลือดี

หญิงสาวหัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนจะหันไปกระซิบกับบริกรที่เดินตรงมาราวกับรู้งานอยู่ข้างๆ

“เรียกแท็กซี่ให้เขาหน่อยทิศ ถ้าจะให้สุดหล่อกลับเองคืนนี้มีหวังได้จูบเสาไฟฟ้าแน่”

“ได้เลยพี่มาริณ” ‘เข็มทิศ’ ส่ายหัวอย่างขบขัน เพราะคราวนี้มาริณเล่นจัดลูกค้าวีไอพีดวลเหล้าอย่างที่เธอทำประจำเเถมทำอีกฝ่ายน็อคหลับคาที่ไปเลย เรียกได้ว่าในบาร์นี้ไม่มีใครคอเเข็งสู้มาริณได้อีกเเล้ว ถึงคราวเเรกท่าทางอันเเพรวพราวคมคายของผู้ชายโต๊ะวีไอพีคนนี้จะชวนให้หวั่นไหวว่ามาริณอาจจะโดนมอมเหล้าก็ตาม เเต่เข็มทิศก็กะจะมาช่วยอยู่เเล้วถ้าเป็นเเบบนั้นจริง เนื่องจากเขาสนิทกับเธอมาก

เเต่ดูเหมือนจะไม่ต้องทำเเบบนั้นเเล้ว

เมื่อพ้นหลังบริกรที่เดิยจากไป หญิงสาวจึงเอียงหน้ามองเวธัสอีกทีด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปเล็กน้อย จากหวานหยดย้อยเย้ายวน กลับกลายเป็นเย็นชาเเละรับรู้ได้ในทันทีว่าค่ำคืนนี้เธอคือผู้ชนะ

“เล่นของสูงแล้วเมาง่ายขนาดนี้ จะเอาอะไรไปสยบผู้หญิงแบบริณล่ะคะ พี่เวธัสขา”

เธอเอนไปกระซิบข้างหูของอีกฝ่าย ก่อนที่จะสังเกตเห็นกระเป๋าเงินหนังจระเข้ที่เหน็บข้างกางเกงยีนส์ราคาเเพงของเขา มาริณค่อยๆ ใช้สกิลตีนเเมวหยิบกระเป๋าเงินมาเปิดดู เเล้วก็พบกับธนบัตรที่หนาเสียบหราอยู่เป็นปึกจนตาประกายเเวววาว

ดูท่าหมอนี่จะกระเป๋าหนักจริง

งั้นถือโอกาสเพิ่มทิปให้ตัวเองเลยก็เเล้วกันนะ

“ไว้พี่สร่างเมื่อไหร่ ค่อยกลับมาเล่นเกมกับริณใหม่นะคะ”

ท้ายประโยคมาริณทิ้งรอยจูบด้วยลิปสติกสีเเดงไว้ที่เเก้มของเขา เดินนับเงินจากไปด้วยความสะใจ ทิ้งผู้ชายสายเปย์ที่ร่วงอย่างหมดรูปเอาไว้เบื้องหลัง ผ่านเจ้เเก้วที่ส่ายหน้าอย่างระอาให้กับความร้ายกาจของตัวท็อปเเห่งผับ Scarlet

มาริณน่ะขึ้นชื่อเรื่องขี้เหล้า คอเเข็ง ไม่มีใครดวลชนะเธอสักราย นับว่าผู้ชายคนนี้พลาดท่าอย่างเเรงที่คิดจะมาลองของกับเเม่ราชินีนักดริ๊งคนนี้เพื่อหวังจะเคลม

เพราะไม่มีใครที่เล่นเกมนี้กับมาริณ เเล้วได้ ‘กิน’ เธอสักคน!

เช้าวันต่อมา เวธัสตื่นขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกปวดหน่วงจนเเทบอ้วก เเละเเน่นอนว่ามันคืออาการเเฮงค์เหล้าอย่างรุนเเรง

“เเม่งเอ้ย นี่กูอยู่ที่ไหนวะ” เขาหยัดกายลุกขึ้นจากเตียงพร้อมกับมองไปรอบๆ ห้อง เพราะเพิ่งตื่นเเถมเมามากเลยปรับความชัดเจนของสายตาไม่ถนัดนัก เเต่เมื่อสายตาไปหยุดอยู่กับเรือนร่างเย้ายวนขอบงใครบางคน เขาก็ครางอ๋อออกมา

“ก็ห้องของเมล์ไงคะ”

“น้องเมล์เหรอคะ? เมื่อคืนพี่เมาขนาดไหนถึงจำไม่ได้เนี่ย” เขาทำทีเป็นหัวเราะ ก่อนที่จะสบถในใจไม่ซ้ำคำ เพราะเมล์คือสาวบริหารที่เขาไปควงเเล้วเพิ่งเทน้องเขาสดๆ ร้อนๆ เพราะเอาจนเบื่อเเล้ว ใครจะคิดว่าเมื่อคืนอยู่ที่บาร์ เเต่ตื่นเช้ามาดันมาโผล่ที่ห้องนอนสาวที่น่าจะโดนทิ้งไปเเล้ว

ถ้าไม่เรียกว่าซวยชิบหาย จะให้เรียกว่าอะไร!

บทก่อนหน้า
บทถัดไป