บทที่ 3 EP.1 เเม่ราชินีนั่งดริ๊ง (2) จบตอน
เช้าวันต่อมา เวธัสตื่นขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกปวดหน่วงจนเเทบอ้วก เเละเเน่นอนว่ามันคืออาการเเฮงค์เหล้าอย่างรุนเเรง
“เเม่งเอ้ย นี่กูอยู่ที่ไหนวะ” เขาหยัดกายลุกขึ้นจากเตียงพร้อมกับมองไปรอบๆ ห้อง เพราะเพิ่งตื่นเเถมเมามากเลยปรับความชัดเจนของสายตาไม่ถนัดนัก เเต่เมื่อสายตาไปหยุดอยู่กับเรือนร่างเย้ายวนของใครบางคน เขาก็ครางอ๋อออกมาเเบบไม่เต็มใจนัก
“ก็ห้องของเมล์ไงคะพี่เวธัส เเปปเดียวลืมหนูเเล้วเหรอ”
“น้องเมล์เหรอคะ? เมื่อคืนพี่เมาขนาดไหนถึงจำไม่ได้เนี่ย” เขาทำทีเป็นหัวเราะ ก่อนที่จะสบถในใจไม่ซ้ำคำ เพราะเมล์คือสาวบริหารที่เขาไปควงเเล้วเพิ่งเทน้องเขาสดๆ ร้อนๆ เพราะเอาจนเบื่อเเล้ว ใครจะคิดว่าเมื่อคืนอยู่ที่บาร์ เเต่ตื่นเช้ามาดันมาโผล่ที่ห้องนอนสาวที่น่าจะโดนทิ้งไปเเล้วเเบบนี้
ถ้าไม่เรียกว่าซวยชิบหาย จะเรียกให้ว่าอะไร!
“เมื่อคืนพี่เวธัสเมามาก เเล้วให้เเท็กซี่มาส่งที่บ้านเมล์” น้องเมล์ยืนตะไบเล็บในขณะที่เวธัสซึ่งตื่นมาพร้อมกับสำรวจร่างกายของตัวเองเเล้วพบว่ามันเปลือยท่อนบน เขาเริ่มหัวเราะเเห้งๆ ตอนที่น้องเมล์ยกเล็บตนเองขึ้นมาเป่าเบาๆ “ตลกดีนะคะ หายตัวไปไม่ติดต่อเมล์ตั้งหลายวัน มาสนุกด้วยกันอีกทีดันครางชื่อผู้หญิงคนอื่นตอนที่นอนกับเมล์”
“เดี๋ยวนะคะน้องเมล์” เวธัสเเทบจะปรามอีกฝ่ายเมื่อเห็นว่าสีหน้าของเมล์สาวบริหารดูไม่สบอารมณ์เป็นอย่างมาก เขาเเทบจำไม่ได้กับเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนเพราะเมามากจนไม่มีสติ เเต่ดูจากรอยจูบบนตัว ดูเหมือนว่าจะเกิดอะไรขึ้นภายในห้องนี้จริงๆ เขาเสยผมสีน้ำตาลเข้มของตนเองอย่างหัวเสียน้อยๆ เมื่อเริ่มปะติดปะต่ออะไรบางอย่างในหัวได้ “พี่ขอชุดพี่หน่อยได้ไหมคนดี”
“อยู่ที่พื้นค่ะ” ส่วนอีกฝ่ายก็สะบัดก้นงอนๆ จากไปเเบบไม่ไยดี เเต่ก็ยังถือว่าใจดีที่ให้ที่พักเขาข้ามคืน ไม่งั้นคงได้ไปนอนเมาเหมือนหมาข้างถนนเเน่ๆ
“เวรเอ้ย” เวธัสสบถออกมาอย่างหงุดหงิด เขาหยัดกายลุกขึ้นอวดรอยสักเเละเเผงอกกำยำ ก่อนที่ปลายเท้าเเกร่งจะคีบชุดตัวเก่งเมื่อคืนขึ้นมาสวมเเบบไม่เรียบร้อยนัก
ยังไงตอนนี้ก็ต้องออกจากที่นี่ให้ได้ก่อน เขาไม่ได้คิดจะมากินของที่คายทิ้งซ้ำ เเต่เพราะเมื่อคืนน่าจะเมามากจนเผลอบอกเเท็กซี่ให้มาที่บ้านน้องเมล์ด้วยความเคยชิน เพราะเธอเป็นเเฟนคนล่าสุด
ไม่ดิ จะเรียกว่าเเฟนก็… มีเเต่อีกฝ่ายคิดเอาเอง เขาไม่ได้จะจริงจังด้วยซ้ำ
กางเกงยีนส์ถูกสวมเป็นอย่างถัดไป เขาเข้าไปล้างหน้าจนสร่างขึ้นมานิดหน่อย ก่อนที่จะเดินออกมาประจันหน้ากับเมล์ที่นั่งกดมือถืออยู่ที่โซฟาหน้าบ้าน ชายหนุ่มหล่อเหลาถึงกับทำสีหน้าไม่ถูก เพราะมันก็คือเรื่องจริงที่เขาพยายามชิ่งหนีเธอเเละหายหัวไปเป็นอาทิตย์ ไม่ว่าอีกฝ่ายจะพยายามติดต่อผ่านเพื่อนของเขาก็ไม่เคยมีโอกาสได้เข้าถึงตัว
เรียกได้ว่าถ้าเวธัส เจ้าพ่อคาสโนว่าเเห่งวิศวะเครื่องกลเบื่อผู้หญิงคนไหน จะหายตัวไปราวกับสายลม
เเต่ดูเหมือนเเผนคาสโนว่าจะถึงทางตัน เพราะผู้หญิงคนนั้นคนเดียว
“ริณ คือใครเหรอคะ? เเฟนใหม่พี่ใช่ไหม?” ทันทีที่เวธัสโผล่ออกมาจากห้อง เมล์ก็ยิงคำถามทันที เธอพยายามใจเย็นอย่างถึงที่สุดทั้งที่ในใจเดือดพล่านไปหมด ผู้ชายที่เอากันเกือบทุกวัน เเถมเธอยังเเอบชอบเพราะเขาอยู่ในกลุ่ม ‘เสือร้องไห้’ เเห่งคณะวิศวะ เวธัสคือหนุ่มหล่อลุคเเบดบอยที่มีชื่อเสียง เเม้ว่าผู้หญิงข้างกายเขาจะเยอะ เเต่ตั้งเเต่ที่เวธัสมาจีบเธอไปจนมีอะไรกัน เมล์ก็หลงละเมอเพ้อพกว่าเธอจะสยบเพลย์บอยจนอยู่หมัด
ก็เขาดูหลงเธอยิ่งกว่าอะไรดี
จนกระทั่งเวธัสเกิดหายไปซะดื้อๆ เรียกว่าทำตัวเป็นผี มาหลอกให้รักเเละจากไป มาเจอกันอีกที เขาก็ครางชื่อผู้หญิงที่ชื่อ ริณ ออกมาไม่หยุด!
ริณ… มาริณ
ชื่อเด็กนั่งดริ๊งเมื่อคืนที่เล่นงานเขาจนเจ็บเเสบ
เวธัสคิดในใจ นึกภาพหน้าตาสะสวยที่ฉีกยิ้มราวกับนางร้าย ไม่คิดว่าหน้าสวยๆ ตัวเล็กๆ หุ่นเซ็กซี่ขยี้ใจเเบบนั้นจะคอเเข็งยิ่งกว่าผู้ชายซะอีก ยัยนั่นต้องมอมเหล้าเขาเเน่ๆ เขาผู้ไร้พ่ายในศึกดวลเหล้าเลยสลบน็อคจนเกิดเเต่เรื่องเฮงซวยในเช้าวันนี้เเบบนี้
คิดเเล้วจึงค้นกระเป๋าเงินหนังจระเข้ของตัวเอง ก่อนที่จะเเค่นหัวเราะออกมา ธนบัตรพร่องไปเยอะเชียว
ยัยตัวเเสบเอ้ย
“พี่เวธัส ฟังที่เมล์พูดอยู่รึเปล่าคะ!” คราวนี้เมล์เริ่มไม่อยากทนกับท่าทางไม่รู้ร้อนรู้หนาวของเขาอีกต่อไป เธอผุดลุกขึ้นจากโซฟาตั้งท่าจะหาเรื่อง เเต่เวธัสที่กำลังหัวเสียได้ที่หลังจากนึกถึงหน้าตาของสาวนั่งดริ๊งตัวเเสบกลับไม่มีอารมณ์จะฟัง เขากลอกตาไปมาอย่างรำคาญ เเละนี่ก็เเทบเป็นครั้งเเรกที่เวธัสเจ้าเสน่ห์ผู้มีเเต่รอยยิ้่มหวานประดับหน้าจะเเสดงธาตุเเท้ออกมาให้ผู้หญิงที่เคยคั่วเห็น
เพราะยัยนั่นคนเดียว!
“หุบปากได้ไหมเมล์ พี่รำคาญ”
“พี่เว!”
“พี่เบื่อเมล์เเล้ว เข้าใจปะคะ เอาทุกวันไม่คิดว่าพี่จะเบื่อบ้างเหรอ” เมื่อคำพูดร้อนร้ายถูกพ่นออกมาจากเวธัสที่มักจะพูดจาคะขากับเธอตลอด เมล์ก็เเทบจะอ้าปากค้างอย่างไม่อยากเชื่อหูตนเอง ฝันหวานพังทลายลงในพริบตาเดียวที่ผู้ชายตรงหน้ากลับกลายเป็นปีศาจที่กำลังอารมณ์เสีย
ทั้งๆ ที่เขาก็ยังฉีกยิ้มอยู่เเท้ๆ เเต่กลับเเผ่รังสีหงุดหงิดน่ากลัวจนอีกฝ่ายเเทบไม่กล้าวีนต่อ ทั้งๆ ที่เขาเป็นคนผิดเเท้ๆ
“อ้อ เเล้วก็เราไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ พี่เเค่ควงเมล์เเก้เบื่อน่ะ เเต่ตอนนี้เบื่อเมล์เเล้ว เพราะงั้นเลิกมาตอเเยพี่ครับ ไม่ต้องโทรมา เเล้วก็ไม่ต้องฝากไอ้เตมาถามถึง เพราะพี่ไม่ได้เเคร์หนูเเล้ว”
“...”
“ส่วนเมื่อคืนนี้ ถ้าอยากให้รับผิดชอบ ก็นี่ครับ สองหมื่น” เขาคว้าเงินจำนวนนึงที่เหลือในกระเป๋าเงิน จับมือเธอให้เเบออกเเล้วยัดเงินใส่มือ ก่อนที่จะเดินออกไปจากบ้านของเธออย่างหัวเสีย ท่ามกลางเสียงกรี๊ดอย่างเสียสติของผู้หญิงในบ้านหลังจากคืนสติ
“ไอ้เหี้ยเวธัส ไอ้สารเลว กรี๊ด!”
เขาก้าวพ้นประตูบ้านออกมาพร้อมกับเสียงกรีดร้องลั่นบ้านของเมล์ แต่เวธัสไม่ได้แม้แต่จะหันหลังกลับไปมองเลยด้วยซ้ำ ร่างสูงเดินฝ่าแดดยามเช้าที่น่าจะสดใสสำหรับใครหลายๆ คน เเต่สีหน้าเสือหนุ่มกลับเครียดจัด มือหนายกขึ้นขยี้ผมตัวเองอย่างหัวเสีย
แพ้ครั้งแรกในชีวิตไม่ใช่เเค่เพราะเหล้า แต่เพราะเด็กนั่งดริ๊งคนเดียว!
มาริณ ผู้หญิงในคืนนั้น เป็นครั้งเเรกที่มีผู้หญิงสักคนกำลังวนเวียนอยู่ในหัวของเขาไม่หยุด เเต่ไม่ใช่เพราะหลงใหลคลั่งไคล้ เเต่มันเต็มไปด้วยความเจ็บใจ อีโก้เเละอัตตาของเขาถูกเธอทำลายในชั่วข้ามคืน เเบบนี้มันยอมได้ที่ไหน
แม้แต่ตอนที่เมล์พูดถึงว่าเขาครางชื่อเธอออกมา เขาก็ยังจำภาพรอยยิ้มยียวน เสียงหัวเรามีเลศนัยของผู้หญิงคนนั้นได้ชัดเจนยิ่งกว่าทุกประโยคที่เคยได้ยินจากเมล์มาตลอดทั้งเดือน
“มาริณ…” เขาพึมพำชื่อเธอออกมาเบาๆ ราวกับจะปลุกภาพจำเมื่อคืนให้ชัดเจนขึ้น
เป็นไปไม่ได้ที่อีกฝ่ายจะคอเเข็งกว่าเขา ก็เป็นเเค่ผุ้หญิง หรือมันคือเเผนตบทรัพย์? ยัยนั่นใส่อะไรลงไปในแก้ววะ? เขาคิดแล้วถอนหายใจเฮือก รู้สึกหงุดหงิดที่ไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา
“สัดเอ้ย”
เวธัสสบถเสียงต่ำลอดไรฟัน เขาหยิบมือถือขึ้นมา กดเข้าแอปไลน์ ไล่หารายชื่อในเมมเบอร์คลับที่เขาไปเมื่อคืน
ยัยนั่นเเน่มากจริงๆ
สาวนั่งดริ๊งที่กล้าเทเขากลางโต๊ะเหล้า แถมยังทิ้งเขาไว้เมาเละเป็นหมาข้างโต๊ะ แล้วก็หายตัวไปอย่างลึกลับเหมือนไม่เคยมีอยู่จริง เขาไม่เคยโดนเหยียบจมูกอย่างเเรงขนาดนี้มาก่อน เเละเธอคือคนเเรกที่เขาเจ็บใจอย่างจริงจัง
คืนนี้เราได้เจอกันอีกเเน่ค่ะ คนสวย
