บทที่ 6 EP.2 เจ้าหนี้คนโปรด (3) จบตอน
คิกๆ
คิดจะมาเล่นกับมาริณ ต้องเตรียมเเผนสำรองเอาไว้หน่อยนะคะสุดหล่อ
เวธัสนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังสีแดงเลือดหมูมุมเดิมของผับ Scarlet เพราะมันเป็นมุมที่ให้ทั้งความเป็นส่วนตัวและช่างเปิดเผยตัวตนสุดฮอตของเขาในเวลาเดียวกัน ไฟสีส้มอำพันสะท้อนผ่านแก้วเหล้าบนโต๊ะ ดวงตาคมเเละผมสีน้ำตาลเข้มที่ถูกเซ็ตมาอย่างดีนั้นทำให้เขาดูดีเหมือนเมื่อคืนนั้น เวธัสไม่ได้เเสดงสีหน้าขุ่นเคืองอย่างที่คิดเอาไว้ เขากำลังยกเเก้วเหล้าขึ้นจิบอย่างใจเย็นพร้อมรอยยิ้มกรุ้มกริ่มบางๆ
ตึก…
ดวงตาคมเหลือบมองเธอทันทีที่มาริณปรากฏตัวขึ้นพร้อมเสียงรองเท้าส้นสูง เธอในวันนี้ยังคงสวยเซ็กซี่ คืนนี้เธอสวมชุดเดรสแหวกอกสีดำลายลูกไม้ที่แทบจะไม่ปกปิดอะไรไว้ได้เลย ร่องอกของเธอดูร้อนเเรงมาก หญิงสาวมัดผมบลอนด์ทองเป็นหางม้าน่าดึงเเรงๆ ตอนที่เธอหันหลังให้ พร้อมกับลิปสติกสีเเดงก่ำราวกับลูกเชอร์รี่ ชุดวาบหวิวที่เปิดเผยผิวกายขาวนวลละเอียดไร้สิวฝ้าจนทำให้เขามองค้างอย่างชื่นชม มาริณยอมรับว่าเขาดูเยือกเย็นกว่าที่คิดเอาไว้
เวธัสเลียริมฝีปากช้าๆ ราวกับลิ้นสัมผัสแอลกอฮอล์เผ็ดร้อนไม่พอ ต้องเพิ่มไฟจากเธออีกนิดหน่อย
“คืนนั้นหลับสบายไหมคะ” เสียงทักแสบๆ ของมาริณดังขึ้นขณะทิ้งสะโพกผายลงนั่ง… บนหน้าตักของเขาอย่างมีชั้นเชิง เธอรู้ดีว่าเขามาซ้ำเพราะอะไร เจ็บใจเเละอยากเอาคืนสินะสุดหล่อ เเต่ก็อย่างว่า มาริณมีเเผนสำรองเอาไว้อยู่เเล้ว “ริณเห็นพี่เมามาก เลยให้การ์ดเรียกเเท็กซี่ให้เลยน้า ไม่โกรธริณใช่ไหมคะ”
เวธัสจ้องมองร่างอวบอัดที่อยู่บนหน้าตักเเกร่งของตัวเอง เขายอมรับว่าปั่นป่วนเล็กน้อย ผู้หญิงคนนี้รู้จักโอนอ่อนในตอนที่ควรอ่อน เธอยอมสิโรราบเพราะรู้ทันว่าเขาย้อนกลับมาทำไม เวธัสฉีกยิ้มตอนที่ยกวิสกี้ขึ้นกระดกลงคอดับความกระหายที่อยากเอาชนะเด็กนั่งดริ๊งตรงหน้า
เขายอมรับว่าไม่คูลเอาซะเลย ยัยนี่เเสบใช่ย่อย
“พี่จะโกรธคนสวยๆ อย่างหนูไปทำไมล่ะคะ” เขาหันไปเเสดงละครป้อยอคำหวานใส่ พลางเอื้อมมือมาลูบปลายคางเรียวสวยอย่างคลั่งไคล้ เเละเเน่นอนว่านั่นคือคำโกหก เขาอยากจะจับเธอกดให้จมโซฟาเเละขยี้ให้ยัยตัวดีรู้ว่ากำลังลองดีอยู่กับใคร “พี่เเค่ติดใจน่ะ… หนูคอเเข็งมาก พี่ชอบ”
เเต่เล่นควักเงินกูออกไปเป็นฟ่อนเลยไง ยัยตัวเเสบ
“ริณก็คิดว่าพี่สุดหล่อจะโกรธซะอีก” คนตัวเล็กบนตักทำหน้ากระเง้ากระงอด พยายามมองตาเวธัสเพื่อส่องหาความจริงที่ซ่อนอยู่ในนั้น เเต่ไม่ได้อะไรกลับมาเลย เขายังคงฉีกยิ้มอยู่ เเถมดวงตาก็มองมาราวกับจะกลืนกินกัน
มาริณเริ่มรู้สึกขนลุกนิดๆ
หรือหมอนี่มันจะชอบจริงๆ? เป็นมาโซรึเปล่า?
เวธัสรู้ดีว่าถ้าพูดท้วงเรื่องเงิน เขาจะเสียหน้าเพราะจะดูไม่รวยจริง ถึงจะรู้ว่ามันไม่เเฟร์ก็ตาม เเต่เขาไม่ได้คิดจะมาทวงเงินตั้งเเต่เเรกอยู่เเล้ว เงินสำหรับเขามันเป็นเรื่องเล็กน้อย
เเต่สิ่งที่สำคัญกว่าที่เขาต้องการทวงคืน คือศักดิ์ศรีเเละอีโก้ของตัวเองที่ถูกเธอพังยับลงไปต่างหาก
เวธัสยังคงยิ้มอยู่ ก่อนจะยกมือขึ้นแตะเบาๆ ที่เอวคอดของคนตัวเล็กบนตัก เขาไม่ได้ลูบ ไม่ได้บีบให้เธอเกิดอารมณ์ใดๆ ทำเพียงเเค่แตะไว้เฉยๆ แต่ก็หนักพอจะให้สาวเจ้ารู้สึกตัวว่า ในค่ำคืนนี้เขาจะไม่ใช่แค่คนที่เป็นฝ่ายถูกเธอแกล้งอีกต่อไปแล้ว
“พี่ไม่โกรธหนูหรอก แต่… พี่ไม่ค่อยสะดวกใจให้ใครมาทำให้เสียฟอร์มแล้วหนีหายไปแบบเมื่อคืนน่ะ” เขาโน้มหน้าเข้ามาใกล้จนปลายจมูกเฉียดแก้มของมาริณเล็กน้อย เเน่นอนว่าเวธัสจงใจให้เธอชะงักเพราะเขาจะล่วงล้ำมากกว่าที่เป็น กลิ่นวิสกี้ผสมกลิ่นน้ำหอมราคาแพงนั้นแทบจะเคลือบผิวของเธอเอาไว้ ดูเหมือนเขาเองก็ดื่มระหว่างรอมาไม่ใช่น้อย “คืนนี้หนูจะชดใช้ยังไงดีล่ะครับ”
มาริณแกล้งหัวเราะคิกคัก แต่ในใจกลับวูบไหว ร่างกายของเขาทั้งร้อนและแข็งแกร่งเกินกว่าจะมองข้ามไปได้ง่ายๆ มือที่ยังวางอยู่บนเอวก็หนักพอจะทำให้เธอรู้ว่าเขากำลังแสดงความเป็นเจ้าของในแบบที่ไม่ต้องพูดออกมาเลยสักนิด
หมอนี่ก็น่าจะไม่ใช่เเค่มาโซธรรมดาสินะ
“พี่เวธัสอยากให้ริณชดใช้ยังไงล่ะคะ” เธอเอียงคอไปกระซิบข้างใบหูที่มีต่างหูรูปไม้กางเขนสุดเซ็กซี่ด้วยน้ำเสียงหวานหยด แล้วยกมือแตะคอปกเสื้อเชิ้ตของเขา ลูบวนที่เเผงอกของอีกฝ่ายเบาๆ ในขณะที่ดวงตาของผู้ชายตรงหน้าดูจะไม่ได้มาเล่นๆ มาริณที่ระเเวดระวังตัวเริ่มระเเวงจึงทำท่าจะลุกขึ้นเเละทำทีจะอ้างว่าจะไปผสมเหล้าให้ แต่ยังไม่ทันได้ลุกขึ้นเต็มตัว เขากลับใช้มือเดียวรวบสะโพกของเธอเอาไว้แน่น จนยัยคนสวยต้องกลับมานั่งแนบแน่นกับหน้าตักของเขาเหมือนเดิม
“อย่าเพิ่งลุกหนีสิคะ” เสียงทุ้มต่ำนั้นใช้วาจาหวาน เเต่น้ำเสียงกดต่ำราวกับกำลังสั่งกลายๆ เธอเม้มปากเเน่น เขารู้ทัน และเขากำลังควบคุมเกมอยู่ “คืนนี้พี่จองมาริณทั้งคืนเลยนะ พี่อยากชิดๆ กับหนูทั้งคืน อย่าทำให้พี่ผิดหวังให้เสียเครดิตผับ Scarlet นะครับคนดี”
เวธัสร่ายยาวด้วยน้ำเสียงเรียบๆ แต่นัยน์ตาเหมือนจะแดกดัน ท้าทาย และหื่นจัดไปพร้อมกัน
มาริณต้องพยายามมากขึ้นที่จะรักษาหน้าตาไม่ให้เหวอเเดก
“ทั้งคืนเหรอคะ?” เธอเอียงคอ พยายามรักษาสีหน้าเเละปรับลมหายใจให้เป็นปกติ เขารู้ไหมว่าจองเธอทั้งคืนเเบบนี้ค่าตัวเธอจะเเพงหูฉี่ขนาดไหน มันเฉียดหกหลักเลยนะ! “แต่ริณไม่ได้อยู่ให้ใครจองทั้งคืนนะคะ มันแพงไป พี่จะเปลืองเงินหรือเปล่านะ”
นั่นก็เเค่ข้ออ้าง ใครๆ ก็อยากได้เงิน เธอก็ยอมรับว่าตาเเวววาว หกหลักเชียวนะ! เเต่วันนี้ดูไม่ปลอดภัยเอาซะเลย
“ไม่ดีเหรอ เพิ่มค่าตัวให้หนู เเถมได้คุยกันทั้งคืนเเบบที่พี่ไม่ต้องกลัวว่าหนูจะปล่อยพี่ให้กลับห้องด้วยเเท็กซี่คนเดียวเเบบเมื่อคืนนี้?”
“ก็ดีค่ะ เเต่…”
“พี่มีเงิน ที่สำคัญคือมีเวลา” เขาตอบนิ่งๆ แล้วเอื้อมมือไปดีดนิ้วให้บาร์เทนเดอร์ส่งบิลค่าใช้จ่ายเมื่อคืนมาอีกใบ ดวงตาคมกริบมองเลยไปยังซองกระดาษสีน้ำตาลที่ถูหวางอยู่บนโต๊ะกระจกของเธอ เขารู้อยู่เเล้วว่าเธอจะต้องมาไม้นี้ “เห็นว่าหนูเตรียมใบเสร็จมาด้วย พี่ก็เลยเตรียมของตอบแทนไว้เหมือนกัน”
พนักงานสาวเดินมา พร้อมถาดเงินสดปึกหนาหนึ่ง กับใบเซ็นต์รับเงินที่เวธัสเพิ่งเขียนชื่อกำกับไว้เรียบร้อย
“สองเท่า คืนพร้อมทิป” เขายิ้มเย็นๆ แล้วดันถาดไปตรงหน้ามาริณ
เธอมองเงินแล้วหันมาสบตาเขา ไม่ได้ตกใจที่เขาจ่ายมากกว่าเมื่อคืนตั้งสองเท่าทั้งที่คิดในตอนเเรกว่าเขาจะมาเอาคืนด้วยซ้ำ แต่มันคือเกมที่พลิกกลับอย่างไม่คาดคิด
ใช่ เพราะเขาไม่ใช่แค่พ่อหนุ่มเพลย์บอยเชื่องๆ เเถมยังคออ่อนเมื่อคืนนี้อีกต่อไปแล้ว
คืนนี้… เขาจะต้องเอาชนะเธอคนนี้ให้ได้ ไม่ว่าจะต้องเสียกี่เเสนก็ตาม
