บทที่ 9 บทที่ 9

            “หึ หึ...แบบนี้เขาไม่เรียกว่าข่มขืนหรอกเด็กโง่ เขาเรียกว่าสมยอม จันทร์เจ้าต้องไปฟ้องพ่อ ว่าจันทร์เจ้าสมยอมกับพี่”

“บ้าน่ะสิ”

“เป็นอะไรไป โกรธพี่เรื่องอะไร หรือว่า...โกรธพี่เรื่องเมื่อครู่นี้”

จันทร์ดาราไม่ตอบ แต่ตวัดตาค้อนขวับๆ ใส่คนตัวโต สุริยะเห็นอาการขว้างค้อนคมให้เขาก็ยิ้มบางๆ เขากลัวว่าเธอจะโกรธเรื่องที่เขาเกือบร่วมรักกับเธอในแอ่งน้ำ แต่เห็นแบบนี้แล้ว หญิงสาวก็คงไม่ได้โกรธอะไรเขามากมาย

“กลับขึ้นข้างบนกันเถอะค่ะ จันทร์เจ้าหนาว”

สุริยะพยักหน้าให้ ดวงตาคมเหลือบมองไปรอบๆ อย่างระแวดระวังภัย และเมื่อไม่เห็นสิ่งผิดปกติ เขาก็จูงมือน้อยเดินขึ้นไปด้านบนตรงที่มีปลายเชือกห้อยลงมา จัดการผูกร่างของเธอให้ติดกับร่างแกร่งของเขา โดยไม่ลืมสั่งเสียงเย็น

“กอดไว้แน่นๆ”

จันทร์ดาราไม่ปฏิเสธ เธอกอดร่างหนาอบอุ่นแน่นตามคำสั่ง และสุริยะก็ทำตัวเป็นทาซานโหนเชือกเข้าไปใต้ม่านน้ำตกอีกครั้ง

จันทร์ดาราเอนกายนอนหันหลังให้ไม่พูดไม่จา เธอบอกไม่ถูกว่ากำลังโกรธคนที่นั่งเงียบๆ ไม่ห่างหรือไม่ แต่ที่แน่ๆ เธอกำลังคิดถึงร้อยเอกระบิล บวรกิจโสภณ คนที่ได้ชื่อว่าเป็นคู่หมั้นของเธอ เธอกับระบิลไม่ได้รักกันแบบชายหนุ่มหญิงสาว แต่รักกันแบบพี่แบบน้อง อีก 3 เดือนเธอกับระบิลก็ต้องแต่งงานกัน แต่ตอนนี้...ตอนนี้หัวใจของเธอกลับโหยหาใครอีกคน คนที่เป็นแค่อัศวินขี่ม้าขาวที่พ่อส่งมาช่วย คนที่เธอต้องฝากชีวิตไว้กับเขาในระหว่างที่อยู่ในป่าและหลบหนีพวกที่ตามล่าเธออยู่ หญิงสาวน้ำตาไหลออกมาไม่รู้ตัว รู้ตัวอีกทีร่างบางก็สะอื้นฮักจนคนที่นั่งมองอยู่เงียบๆ อย่างใช้ความคิดนั้นรู้สึกได้

“จันทร์เจ้า...เป็นอะไรไปที่รัก”

“หยุดเรียกว่าที่รักสักทีได้มั้ย เราไม่ได้เป็นอะไรกัน เราไม่ได้รักกัน”

หญิงสาวผุดลุกขึ้นหันหน้ามาตวาดแว๊ด สุริยะเองก็ขมวดคิ้วมุ่นไม่พอใจที่ถูกตะโกนใส่หน้าเช่นกัน

“อ๋อ...ลืมไป ว่าคุณมีคู่หมั้นอยู่แล้ว จริงสินะ คนที่จะเรียกว่าที่รักได้ก็ต้องเป็นคนที่กำลังจะเป็นสามีในอนาคต”

“ใช่ เพราะฉะนั้น นายอย่าเรียกฉันว่าที่รักอีก”

“ได้ ผมไม่มีปัญหาอยู่แล้ว ขอโทษด้วย เพราะเรียกคำนี้จนติดปาก นอนกับใครก็เรียกเค้าแบบนี้ทั้งนั้น”

“เพียะ” จันทร์ดาราฟาดฝ่ามือใส่หน้าคร้ามคมเต็มแรง สุริยะหน้าหันไปตามแรงตบ ก่อนยกมือขึ้นลูบแก้มที่ถูกตบ และหันกลับมามองคนที่บังอาจตบหน้าเขาเป็นคนแรกตาลุกวาว

“คุณคิดว่าคุณเป็นใคร เอะอะอะไรก็ตบ ผมจะบอกให้นะ ถึงแม้ว่าคุณจะเป็นลูกใคร ลูกท่านหลานเธอคนไหน คุณก็ไม่มีสิทธิ์ตบหน้าใครง่ายๆ แบบนี้”

“แล้วสิ่งที่นายทำล่ะ ที่นายทำกับฉันในแอ่งน้ำน่ะ นายมีสิทธิ์เหรอ อยากนักทำไมไม่รอให้ออกไปจากป่าบ้าๆ นี่ซะก่อน ถึงเวลานั้นนายก็ไปหาคนที่นายเคยนอนด้วย แล้วจะกกกอดใครก็แล้วแต่ มันเป็นสิทธิ์ของนาย แต่ไม่ใช่ฉัน”

จันทร์ดาราตะโกนใส่หน้าคมๆ อย่างเหลืออด น้ำตาไหลพรากออกมาเต็มสองแก้ม คำพูดของเขาเหมือนเข็มพันเล่มที่ปักเข้าที่หัวใจดวงน้อยของเธอ หญิงสาวเจ็บเหลือจะกล่าว แต่เธอจะต้องอดทนอย่าให้ผู้ชายคนนี้รู้ว่าเธอมอบใจให้เขาไปแล้ว

“แล้วผมบังคับคุณที่ไหน คุณสมยอมเองนะ...จันทร์เจ้า”

จันทร์ดาราแทบหน้าหงายเมื่อถูกตอกกลับมาแบบนี้ ใช่...เธอสมยอมเอง เธอยอมให้เขากอด ให้เขาจูบ ให้เขาทำอะไรพิเรนทร์ๆ แบบที่เขาทำ แล้วเป็นไงล่ะ ตอนนี้เขาก็ตอกกลับมาจนหน้าหงาย หมดแล้วศักดิ์ศรีของลูกผู้หญิง เขาก็แค่เหงาเพราะอยู่กลางป่ากลางเขาแบบนี้ แล้วมีเธอเป็นของเล่นคลายเหงาเท่านั้น ความโกรธความโมโหตัวเองที่ใจง่าย ทำให้จันทร์ดาราผุดลุกขึ้นยืน เธอเดินไปที่ม่านน้ำตก แต่ชายหนุ่มไวกว่า เขาลุกขึ้นและดักหน้าหญิงสาวเอาไว้ได้ทัน

“จะไปไหน” สุริยะฉุดต้นแขนบางเอาไว้ แต่เธอพยายามสะบัดให้หลุดจากการเกาะกุม

“ปล่อยฉันนะ ฉันจะไปไหนมันก็เรื่องของฉัน ไม่เกี่ยวกับนาย”

“แต่ผมมีหน้าที่ต้องคุ้มครองคุณ จนกว่าจะพาคุณกลับออกไปได้อย่างปลอดภัย”

“ถ้างั้นนายกลับไปบอกพ่อฉัน ว่าให้ส่งพี่ระบิลมารับแทน ฉันจะรออยู่ที่นี่”

“อ๋อ...ที่แท้ก็คิดถึงว่าที่ผัวในอนาคตนี่เอง เอ...แล้วถ้าเจอหน้ากัน คุณจะบอกเขาว่ายังไงนะ อ้อๆ คุณจะฟ้องพ่อด้วยนี่นา แต่ตอนนี้คงจะฟ้องผู้กองระบิลด้วยสินะ อืม...อย่าลืมบอกไปด้วยล่ะ ว่าเสียพรหมจารีย์ให้นิ้วของผมไปแล้ว”

“กรี๊ดๆๆ” จันทร์ดาราหวีดร้องกระทืบเท้าไปมาอย่างโกรธเกรี้ยว เธอทรุดตัวลงนั่งกอดเขาและร้องไห้ออกมาอย่างเจ็บใจ เธอไม่น่าไปหลงมีใจให้ผู้ชายแบบนี้เลย

สุริยะเองก็รู้ตัวว่าปากไวไปหน่อย ไม่หน่อยล่ะมากทีเดียว ชายหนุ่มทรุดตัวลงนั่งข้างๆ ร่างบาง และรวบกายสั่นสะท้านเพราะแรงสะอื้นเข้ามากอด แต่หญิงสาวก็ขัดขืน หากแรงเท่ามดมีรึจะสู้แรงคนกำยำแข็งแกร่งไปทั้งตัวได้

“ไม่ต้องมากอด ปล่อยฉันนะ”

“โอ๋ๆ ผมขอโทษ ผมไม่ได้ตั้งใจพูดแบบนั้น”

“ไม่ได้ตั้งใจเหรอ แล้วในแอ่งน้ำล่ะ นายตั้งใจรึเปล่า ฮึ...ก็คงไม่ได้ตั้งใจอีกใช่มั้ย นายก็เห็นฉันเป็นแค่ของเล่นในยามเหงาเท่านั้น ปล่อยฉันนะ ฉันไม่อยากเป็นของเล่นของนายอีก”

หญิงสาวดิ้นรนขัดขืน แต่ชายหนุ่มก็ไม่ยอมปล่อย เขารู้ตัวว่าปากไม่ดี ทำให้จันทร์ดาราเสียใจ และอยากตบปากตัวเองแรงๆ สัก 2-3 ครั้ง ให้หลาบจำว่าไม่ควรพูดแบบนี้กับผู้หญิงอีก

“ไม่เอาน่ะ...คนดี ผมขอโทษแล้วไง ผมก็ปากหมาแบบนี้ล่ะ อย่าถือโทษโกรธผมเลยนะ”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป