บทที่ 10 รักต้องห้าม (2)
ยามสามทุ่มเศษ อากาศเริ่มเย็นลงเรื่อย ๆ จนน่านอนซุกกายอยู่ภายใต้ผ้าห่มอุ่น หากแต่เสียงเคาะประตูก็ดังก่อกวนช่วงเวลากิจกรรมส่วนตัว...แทนไทนั้นอาบน้ำเสร็จพอดี ชายหนุ่มอยู่ในสภาพผ้าขนหนูผืนเดียวพันกาย โชว์ซิกแพคท้าลมหนาวราวกับตายด้านไม่สะทกสะท้านกับอากาศที่หนาวเย็น
ที่หน้าห้อง...เขาเห็นนันท์ภัสสรยืนยิ้มรออยู่ หล่อนถือถาดเล็ก ๆ มาด้วย บนนั้นมีแก้วเครื่องดื่มวางอยู่
"มีอะไร ฉันจะนอน"
เสียงนั้นแสนห้วน นันท์ภัสสรอาศัยยิ้มหวานเข้าสู้ แววตาซุกซนไล่มองไปทั่วแผงอกกว้าง ก่อนหยุดนิ่งยังปมผ้าขนหนูที่ขมวดอยู่ตรงสะโพกสอบ ไรขนอ่อน ๆ ที่ไล่ลงมาตั้งแต่ใต้สะดือ มันหายลับเข้าในผืนผ้าสีขาวสะอาดที่ปกปิดความเป็นชายเอาไว้ ชวนให้จินตนาการต่อยิ่งนัก
"เพิ่งอาบน้ำเสร็จ จะนอนจริง ๆ เหรอคะ"
แทนไทไม่ตอบ เขาไล่มองไปทั่วร่างอิ่ม ก่อนกระตุกยิ้มหยัน หล่อนมาในชุดนอนเผยผิวเนื้อนวลเนียน ไร้ซึ่งเสื้อคลุมทับไว้อีกชั้น
นี่ก็อีกคน คิดว่าเขาจะชอบแบบนี้จนกระโจนเข้าใส่ แต่เสียใจแผนนี้ล้มเหลว ไม่เนียนไปเรียนมาใหม่ อยากบอกหล่อนแบบนั้น
"แต่งตัวโชว์นมมาเคาะห้องผู้ชายกลางดึก แถวบ้านฉันเรียกว่าแรด!"
โดนด่าขนาดนี้ใครไม่รู้สึกก็บ้าแล้ว นันท์ภัสสรยืนนิ่งหน้าชา พยายามเรียกสติที่กระเจิดกระเจิงกลับคืน
"แต่พี่สิงห์เป็นพี่ชายฟ้า ไม่ได้คิดอะไรแบบนั้นเลยนะ"
"เหรอออ" เขาลากเสียงยาวทำตาเย้ยหยัน ก่อนจะโฟกัสไปยังสิ่งที่หล่อนถือมา "แล้วนี่อะไร เธอกะจะมอมเหล้าฉันใช่มั้ยปลายฟ้า"
"ฟ้าแค่จะมาขอโทษแทนพี่ฝน ที่เธอทำให้พี่สิงห์เจ็บตัว"
'โถๆๆๆๆ แม่คนดีศรีสมร' คิดแล้วก็หัวเราะออกมาราวได้ฟังเรื่องตลก หากจะมาไม้นี้เพื่อญาติดีด้วย เขาบอกได้เลยว่าหล่อนคิดผิดถนัด
"ยังไงก็...ขอบใจนะ"
เขาหยิบแก้วมาถือไว้ ยิ้มแปลก ๆ แบบไม่น่าไว้ใจ...สักพัก นันท์ภัสสรก็ร้องลั่น
"ว้าย! ไอ้พี่สิงห์!"
ค็อกเทลในแก้วถูกสาดซัดใส่หน้าสวย ๆ เข้าเต็ม ๆ นันท์ภัสสรเต้นเร่า ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะทำกันถึงเพียงนี้
"ไป! ทีหลังอย่ามายุ่งวุ่นวายกับฉันอีก ถ้าไม่อยากเจ็บตัว!"
“ปัง!”
ตามมาด้วยเสียงปิดประตูใส่หน้าอย่างไม่ใยดี หล่อนคงลืมไป ว่าเขาเกลียดหล่อนสองพี่น้องมากแค่ไหน
"เสียเวลาชะมัด!"
แทนไทสบถออกมาอย่างหัวเสีย เขาเดินพล่านไปมาอยู่ภายในห้อง คิดแต่ว่าจะเอาคืนภัคภัสสรอย่างไร หล่อนทำให้เขาเกือบสูญพันธุ์ หัวแตกไม่เท่าไหร่ แต่กล่องดวงใจแตกนี่เคลียร์กันยาวแน่นอน
แต่จู่ ๆ เทพก็ชนะมารเสียอย่างนั้น ขณะที่กำลังวางแผนอย่างหนักเพื่อหาเรื่องเอาคืนภัคภัสสร ก็มีเสียงกระซิบสั่งให้เขาเปิดประตูออกไปดูดำดูดีคนที่อยู่ข้างนอก ป่านนี้หล่อนอาจยืนร้องไห้ตกใจอยู่หน้าห้อง...ส่วนลึกร้องบอกแบบนั้น
แต่เมื่อเปิดประตูออกไปก็พบเพียงความว่างเปล่า ทุกอย่างเงียบสงัดเหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น...หล่อนไม่อยู่ให้เขาถากถางรอบสอง แต่ก็ไม่เห็นต้องใส่ใจ จะเสียใจจากคำพูดของเขาจนไปผูกคอตายก็เรื่องของหล่อน
สิ่งที่เขาต้องใส่ใจคือการคิดหาทางเอาคืนภัคภัสสร แค้นนี้ฝังรากลึก เขาสาบานกับตัวเอง หล่อนจะไม่ได้อยู่เป็นสุขในบ้านหลังนี้อีกต่อไป
+++++++++
