บทที่ 11 รักต้องห้าม (3)

Chapter​ 4

รักต้องห้าม​ (3)

ในห้องนอนที่อยู่อีกมุมหนึ่งของบ้าน  เสียงร้องไห้กระซิกดังแว่วอยู่ในห้อง​ เจ้าตัวสะอื้นประหนึ่งกำลังเสียใจอย่างหนัก...ภัคภัสสรมองหน้าน้องสาวผ่านกระจกเงาบานใหญ่​ มือของหล่อนก็ขยับไดร์เป่าผมไปมาเพื่อช่วยเป่าผมให้คนที่กำลังนั่งสะอื้น​ หลังจากเจออิทธิฤทธิ์ของแทนไท​ จนต้องอาบน้ำสระผมใหม่ในกลางดึกท่ามกลางอากาศที่หนาวเย็น

"หยุดร้องได้แล้วฟ้า​ อย่าให้เขาเห็นน้ำตาของเราเด็ดขาด"

ภัคภัสสรยื่นกระดาษเช็ดหน้าส่งให้น้องสาว​ ทั้งสองสบตากันผ่านกระจกเงา

"ฟ้าแค่ทำลงไปเพื่อหวังให้บรรยากาศมันดีขึ้น​ หวังให้เขาเลิกเกลียด​ เลิกโกรธ​ คิดดูสิ หากเป็นแบบนี้ต่อไป​ จะอยู่ร่วมบ้านกันยังไง​ หากพี่สิงห์ยังอยู่  ฟ้าคงเป็นคนแรกที่ออกไปจากบ้านหลังนี้​ คงไม่อยู่ให้เขาถากถางทุกวี่ทุกวันแน่"

"พี่ว่าอย่าเพิ่งไปยุ่งกับเขาเลย​ ต่างคนต่างอยู่ดีกว่า​ เราก็ทำตัวปกติ​ ปล่อยให้เขาบ้าไปคนเดียว"

ภัคภัสสรขบกรามแน่น​เมื่อคิดไปถึงเรื่องตอนเย็น​ หล่อนเสียอีกที่ต้องขวัญเสียมากกว่าน้องสาว​ เรื่องที่้เกิดขึ้นทำให้ต้องระเห็จมานอนกับนันท์ภัสสรชั่วคราว​ เพราะที่นอนเปียกต้องรอให้แม่บ้านจัดการทำความสะอาดเอาทุกอย่างไปตากให้แห้ง​ เมื่อนั้นหล่อนถึงจะกลับไปนอนที่ห้องเดิมได้

แต่ก็ไม่รู้เลยว่าจะได้ย้ายถาวรไหม​ หากแทนไทยังคงหาเรื่องยึดพื้นที่คืนไม่เลิกรา

"เอาล่ะ​ เสร็จแล้ว"

ภัคภัสสรถอดปลั๊กไดร์เป่าผม​ คนที่นั่งน้ำตาเรี่ยน้ำตาราดเมื่อสักครู่ลุกขึ้นยืน​ ปาดน้ำตาทิ้งไปแล้วยิ้มให้กับตัวเองผ่านกระจก

เงา​​ กลับมามีท่าทีร่าเริงสดใสเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น​  ปรับอารมณ์

ได้ปุบปับจนภัคภัสสรเองยังตามไม่ทัน

"เดี๋ยวมานะ" 

"จะไปไหนอีกล่ะ​ ดึกแล้วนะ" 

นันท์ภัสสรหันมายิ้มให้พี่สาว​ ก่อนหมุนกายกลับไปทางเก่า​     "ไปหาพี่เสือ" 

คนพูดเปิดประตูออกไปจากห้อง​ ทิ้งให้อีกฝ่ายเฝ้าห้องเพียงลำพัง

นันท์ภัสสรรู้ว่าธามไทนั้นชอบขลุกอยู่ในห้องทำงานจนดึกดื่น​ นับตั้งแต่บิดาล้มป่วยเขาก็ทำงานหนักเป็นสองเท่า​ เคยขอร้องให้แทนไทลาออกจากงานบริษัทที่อเมริกาเพื่อให้มาช่วยงานทางบ้าน​ แต่ก็ถูกปฏิเสธกลับมาด้วยเหตุผลที่ว่าไม่ขอรับมรดกอะไรก็ตามที่เป็นของครอบครัว

ที่ชั้นล่างของตัวบ้าน​ นันท์ภัสสรค่อย​ ๆ​ เลื่อนบานประตูกระจกให้เปิดออกอย่างเบามือ​ คนในนั้นยังคงไม่รับรู้ถึงการมาเยือน​ ภายในห้องทำงานนั้นแสนเงียบงัน...ธามไทยังคงสนใจอยู่แต่หน้าจอคอมพิวเตอร์​  และดูเหมือนเขาจะไม่สนใจเข็มนาฬิกาที่ล่วงผ่านไปแต่ละวินาที

"อะแฮ่ม" 

เสียงกระแอมที่ดังอยู่ด้านหลัง​ เพียงพอที่จะทำให้ธามไทเหลียวมอง

"ลงมาทำไมฮึ​ มันดึกแล้ว" 

เขาจะเป็นเช่นนี้ทุกครั้ง​ ชอบทำเสียงดุเวลาที่หล่อนมากวนใจตอนเขาทำงานกลางดึก

"ก็ลงมาดูพี่เสือไงคะ​ ที่จริงฟ้าน่าจะถามมากกว่าว่าดึกแล้วทำไมยังไม่พัก" 

ไม่พูดเปล่า​ หล่อนเดินไปนั่งลงบนพนักวางแขน​ บนเก้าอี้ตัวที่ธามไทนั่งอยู่​ ทำท่าชะโงกหน้ามองไปยังหน้าจอคอมพิวเตอร์...งานของเขาที่หล่อนดูยังไงก็ไม่เข้าใจ

"ปลายฟ้า​ กลับขึ้นไปนอนเลย!"

เสียงดุ​ ๆ​ มาพร้อมกับร่างสูงที่ลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้...ธามไทรู้เท่าทันในความคิด​ เป็นอีกครั้งที่หล่อนหาเรื่องใกล้ชิดเขา​ ระยะหลังมานี้นันท์ภัสสรมักทำตัวแปลก​ ๆ​ เหมือนหล่อนจะคิดเกินเลยกับเขามากกว่าพี่ชายเสียแล้ว

วัยย่างสามสิบเช่นเขานั้นไม่ใช่เด็ก​ รู้อยู่เต็มอกเพียงแต่ไม่พูดมันออกมา​ เขาอยากคงทุกอย่างเอาไว้เหมือนเดิม

"ทำไมเดี๋ยวนี้พี่เสือชอบดุฟ้า​ แต่ก่อนไม่เห็นเป็นแบบนี้" 

หล่อนนึกน้อยใจ​ ไปหาแทนไทก็โดนไล่ตะเพิดแถมถูกด่ากลับมา​ พอมาหาคนปลอบใจ​ เขาก็ทำท่าไม่อยากให้หล่อนเข้าใกล้​ เก็บเอามาคิดจนเกิดเป็นปมเล็ก​ ๆ​  ขึ้นมาในใจอย่างไม่รู้ตัว

'จะบอกเธอยังไง​ดีนะปลายฟ้า​ ทุกอย่างมันไม่เหมือนเดิม'​

สีหน้าที่ม่อยลงไป​ แววตากลมโตดำขลับที่จับจ้องนั้นเจืออารมณ์ตัดพ้อ​ ทำให้คนถูกมองหัวใจอ่อนยวบ​ แต่เขาก็อยากแสดงให้หล่อนคิดได้เองว่าควรระวังเรื่องความชิดใกล้ให้มากกว่านี้

การแสดงออกของเขายิ่งทำให้ความรู้สึกพิเศษแน่นอก​ เหมือนอยากบอกให้เขารู้เพื่อคลายความอึดอัด​ หล่อนจึงโผเข้าหาร่างสูงแล้วสอดแขนคล้องเกี่ยว​ ใบหน้าซุกเข้าหาอกแกร่ง​ ท่ามกลางความตกตะลึงของธามไท

"ฟ้ามีอะไรจะบอกพี่เสือ​ ฟ้า..."   

"อย่าทำแบบนี้ปลายฟ้า​ ปล่อยพี่!" 

ไม่ทันได้พูดมากกว่านั้น​ ธามไทขัดขึ้นด้วยน้ำเสียงดุ​ ๆ​ สองมือของเขาแกะท่อนแขนที่สวมกอดออกราวรังเกียจ​  ถอยห่างไปยืนจนไกล

"ทำไมคะ! ​ ทีเมื่อก่อนฟ้าก็กอดพี่เสือแบบนี้"

"ก็นั่นมันเมื่อก่อน​ ตอนนี้โตแล้ว​ จะทำเหมือนเดิมไม่ได้"

นันท์ภัสสรแค่นหัวเราะ​ ฝืนยิ้มหน้าเป็นใส่คนตัวโต

"หวงตัวแบบนี้​ แสดงว่าพี่เสือคิดไม่ซื่อกับฟ้าใช่มั้ยคะ" 

แสร้งทำเป็นล้อเลียน​ ยิ้มใส่ตาของคนที่ยืนทำหน้ายักษ์คล้ายหล่อนสร้างเรื่องใหญ่โต

"ใช่แน่​ ๆ​ เงียบแบบนี้"

บทก่อนหน้า
บทถัดไป