บทที่ 3 ข่าวที่ไม่อยากได้ยิน

Chapter​ 2

ข่าวที่ไม่อยากได้ยิน

เชียงใหม่

'บ้านเสวกุล'​  แทนไทมองไปยังตัวอักษรสีดำที่ติดอยู่ตรงรั้วบ้าน​ เมื่อคนขับจอดรถนิ่งขณะกำลังรอให้ประตูรั้วค่อย​ ๆ​ เลื่อนเปิด​ แววตาคมกล้าแฝงไว้ซึ่งความหยิ่งยโสมองสำรวจบรรยากาศโดยรอบ​ เหมือนอยู่ในที่ไม่คุ้นเคย ชายหนุ่มลอบผ่อนลมหายใจบางเบา...นานมากแล้วที่ไม่ได้เหยียบย่าง​มาที่นี่ กลับมาคราวนี้เขาจึง​รู้สึกแปลกแยกไม่คุ้นชิน​

หลายสิ่งอย่างดูแปลกตาไปมาก​ ดอกไม้บานสะพรั่งรับลมหนาว​ สวนในบ้านถูกรื้อจัดใหม่จนคิดว่าเข้าผิดบ้าน​ ภายใต้กรอบแว่นตากันแดดสีดำทรงทันสมัย​ แววตาของแทนไทกำลังฉายความรู้สึกบางอย่าง​ เป็นความหลากหลายที่ประเดประดังเข้ามาในคราเดียว​

กลัวหรือ? หรือความขุ่นเคืองยังคงกรุ่นอยู่ในใจ​ ทำให้รู้สึกว่าเข้ามาอยู่ในอาณาเขตของศัตรู​ เขาถามตัวเอง​ มันกระอักกระอ่วนอย่างบอกไม่ถูก...เขารู้สึกเหมือนคนแปลกหน้าที่แค่มาเยือน​ หาใช่มาในฐานะลูกชายเจ้าของบ้าน

รถแล่นมาจอดเทียบถึงหน้าบ้านหลังใหญ่...บ้าน...ที่จากไป

นานมาก​ ยามนี้มือของแทนไทชื้นไปด้วยเหงื่อทั้งที่อากาศเย็น​ เขายังคงนั่งนิ่งมองไปยังคนที่มายืนรอรับด้วยสีหน้าที่ปกปิดถึงความตื่นเต้นไว้ไม่ได้...นั่นคือคนเก่าแก่พอ​ ๆ​ กับบ้านหลังนี้​ แม้จะผ่านมานานแต่เขาก็จำรำพึงได้​ นอกนั้นเขาไม่รู้จัก​ มีแต่เด็กหน้าใหม่เวียนเข้ามา​ และในขณะเดียวกัน​ แววตาคมกล้าสอดส่ายมองหาใครบางคน​ พวกเธออยู่ไหน...ภัคภัสสร​ นันท์ภัสสร

ควรจะมารับหน้าเขา​ แต่นี่กลับพากันหลบหน้า​ เขาคิดไปเองว่าพวกหล่อนกลัวกับการต้องเผชิญหน้ากับเขา​ แต่ก็ช่างไม่มีมารยาทเอาเสียเลย​ เขากลับมาทั้งทีแต่ไม่มีใครยินดียินร้าย​ โดยเฉพาะธามไท​ วันนี้เป็นวันอาทิตย์​ เป็นวันครอบครัว​ ทุกคนน่าจะอยู่บ้านด้วยซ้ำ

'อื้อหืม…'​

เตือนใจใจสั่นไหวเมื่อประตูรถถูกเปิดออกแล้วคนในนั้นก้าวลงมา​ หล่อนยืนนิ่งเหมือนถูกสาป​ ได้แต่จับจ้องไปยังร่างสูงใหญ่ตาไม่กระพริบเพราะความตื่นตะลึง​ แน่นอนหล่อนบ้าผู้ชายหล่อ​ ๆ​​ หุ่นนายแบบ​ลุคหนุ่มตะวันตก​ แทนไท...ตัวจริงเขาดูดีกว่าในไอจีหลายเท่า​ เขาอยู่ในเชิ๊ตดำสวมทับด้วยเบลเซอร์ดำจนดูลึกลับเคร่งขรึม​ แม้จะไม่เห็นแววตาของเขาที่ซ่อนอยู่ภายใต้แว่นกันแดดดำสนิท​ หากแต่หล่อนก็ไม่กล้ามองหน้าเขาตรง​ ๆ​ ไม่รู้ว่าแววตาคู่นั้นกำลังมองใคร​ หากแต่หล่อนก็เก้อเขินไปแล้ว​ คล้ายจะได้กลิ่นหอมจาง​ ๆ​ ลอยมาตามลม​ เซ็กส์แอพพรีลเต็มพิกัดทำให้หล่อนประหม่าจนทำตัวเก้​ ๆ​ กัง​ ๆ​ จนลืมที่จะไปรับกระเป๋าของ

เจ้านายที่คนขับรถนำลงมาวางไว้ให้

แต่เขาไม่เหมือนธามไทแฝดคนพี่​ แทนไทดูเข้าถึงยากกว่าหลายขุม​ ผู้ชายคนนี้ดูเย่อหยิ่งจองหองเหลือเกิน​ เขาทำเหมือนทุกคนที่ยืนกันหน้าสลอนคืออากาศธาตุที่ไร้ตัวตน​ ได้แต่ยิ้มอ่อน​ ๆ​ ให้รำพึงก่อนเดินเลยไปโดยไม่ทักทายใครอีกนอกจากคนที่เขารู้จัก​ ขณะเดียวกันนั้นผกามาศก็เดินออกมาพอดี

"สิงห์…"

"สวัสดีครับคุณแม่"

ผู้หญิงคนนี้คือคนเดียวที่เขาพูดดีด้วย​ แทนไทโผเข้าหาอ้อมกอดที่กางรอรับ​ แววตาของผกามาศทอประกายระยิบระยับเมื่อเห็นหน้าลูกชาย อ้อมกอดจะช่วยเยียวยาทุกสิ่ง​ คือภาษากายที่ใช้แทนคำพูดมากมาย​ สองคนต่างกอดกันแน่นด้วยความคิดถึง​​ จมูกคมสันฝังลงบนพวงแก้มของมารดาแล้วสูดแรง​ ๆ​ เพื่อให้คลายความห่วงหา...อย่างน้อยแทนไทก็รู้สึกว่าตัวเองไม่โดดเดี่ยวไปเสียทีเดียว​ ยังดีที่มีมารดาอยู่ในบ้านหลังนี้​ แต่ถึงอย่างไร​ คนเป็นใหญ่ก็คือบิดาของเขาอยู่ดี

เตือนใจมองตามแผ่นหลังกว้าง​แสนหยิ่งผยองที่เดินเคียงข้างผกามาศเข้าไปในบ้าน​ เมื่อได้เจอตัวจริงจึงเชื่อแล้วถึงวีรกรรมที่มีคนเล่าให้ฟัง​ เขาดูน่ากลัวอย่างบอกไม่ถูก​ ดูไม่น่าเข้าใกล้​ เหตุเพราะท่าทีเย่อหยิ่งนั่น​ ใบหน้าที่เคร่งขรึมจนยากจะเข้าใจว่าคิดอะไรอยู่ภายในใจ​ ขนาดรำพึงที่อยู่มานานเขายังทำห่างเหิน​ นับประสาอะไรกับพวกหล่อนที่มาทีหลัง​ ไม่อยากคิดเลยว่าหาก

เผลอทำอะไรไม่ถูกใจพ่อเจ้าประคุณ​ หล่อนจะโดนอะไรบ้าง

'

บทก่อนหน้า
บทถัดไป