บทที่ 6 นกน้อย... บินเดี่ยว

“ตายๆๆ ทำยังไงดีพี่แป๋ม ตอนบ่ายโมงทาคาดะซังมีมีตติ้งกับจัดซื้อ ส่วนซาโต้ซังก็มีมีตติ้งกับวิศวกร ทาคาดะซังแกนัดเอาไว้ตั้งแต่เกือบสองสัปดาห์ที่แล้ว ไหมมัวแต่ยุ่งกับการมีตติ้งติดๆ กัน เลยลืมสนิท ดันไปรับนัดมีตติ้งของ ซาโต้ซังอีก” ทอไหมบอกน้ำเสียงร้อนรน

“มีตติ้งเรื่องอะไรบ้าง” มณฑกานต์ถามกลับอย่างใจเย็น

“ทาคาดะซังมีตติ้งเรื่องเวนเดอร์รายใหม่ ส่วนซาโต้ซังเห็นว่าจะมีตติ้งเรื่องกิจกรรมไคเซน[1] ค่ะ”

หัวหน้าล่ามขมวดคิ้วครุ่นคิดสักครู่ก่อนจะตัดสินใจบอกว่า

“ไหมไปมีตติ้งกับจัดซื้อก่อนก็แล้วกัน เรื่องมันค่อนข้างซีเรียสกว่า     ทาคาดะซังแกพูดเร็ว กระชับ คงใช้เวลาไม่มาก พอเสร็จจากทางโน้นแล้วค่อยไปมีตติ้งกับวิศวกร” พอจบจากสั่งงานทอไหม มณฑกานต์ก็หันมาหาล่าม   น้องใหม่

“ปุ่นจ๊ะ พี่คงต้องส่งปุ่นบินเดี่ยวก่อนกำหนดแล้วล่ะ แต่ไม่ต้องกังวลนะ ซาโต้ซังแกใจดีแล้วยังถนัดภาษาอังกฤษด้วย เคยเจอมาสามครั้งแล้วนี่ ถ้าปุ่นฟังไม่เข้าใจตรงไหนก็ถามแกเป็นภาษาอังกฤษได้ ส่วนกิจกรรมไคเซน ก็เป็นการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง ซาโต้ซังเคยนัดมีตติ้งรวมทุกแผนกมาครั้งหนึ่งแล้ว น่าจะไม่มีอะไรแตกต่างจากเดิมเท่าไร ปุ่นไปที่แผนกวิศวกรรมตอนนี้เลยนะ ออฟฟิศอยู่บนชั้นสองของแพลนท์เอ ไม่ต้องกังวลไปนะ ทุกอย่างมันต้องมีครั้งแรก แล้วถ้าผ่านครั้งแรกไปได้มันก็จะโอเค เดี๋ยวพี่จะโทร.ไปแจ้งซาโต้ซังและทางแผนกวิศวกรรมให้”

ในช่วงเวลาฉุกละหุกอย่างตอนนี้คนเป็นหัวหน้าทำอะไรไม่ได้มากนอกจากพยายามบอกสอนในสิ่งที่พอทำได้และให้กำลังใจกันเต็มที่

ปุณยวีร์ทำใจดีสู้เสือส่งยิ้มกว้างให้มณฑกานต์ก่อนจะรับคำว่า “ค่ะ” เอาน่า ทุกอย่างมันก็ต้องมีครั้งแรกด้วยกันทั้งนั้น อย่างที่พี่แป๋มบอกนั่นแหละ ‘สู้โว้ย!’ เธอตะโกนก้องบอกตัวเองในใจก่อนจะคว้าสมุดโน้ตมุ่งหน้าตรงไปยังแผนกวิศวกรรม

จากออฟฟิศของล่ามซึ่งตั้งอยู่ในตึกบริเวณส่วนหน้าสุดของบริษัทเช่นเดียวกับแผนกบุคคลและห้องทำงานส่วนตัวของผู้บริหารไปยังออฟฟิศของวิศวกรซึ่งตั้งอยู่บนแพลนท์เอ เพื่อให้สะดวกต่อการควบคุมการผลิตกินระยะทางกว่าร้อยเมตร ทำเอาคนที่เคยชินกับการทำงานออฟฟิศในกรุงเทพฯ ซึ่งแต่ละแผนกตั้งอยู่ในตึกเดียวกันใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีก็ไปมาหาสู่กันได้ถึงกับเหงื่อซึมต้องหยุดสูดหายใจเมื่อเดินไปถึงหน้าประตูห้องที่มีแผ่นป้ายเขียนติดไว้ว่า ‘แผนกวิศวกรรม’

ปุณยวีร์เคาะประตูสามทีเพื่อขออนุญาตก่อนจะผลักมันแล้วก้าวเข้าไปภายใน เสียงจ้อกแจ้กจอแจที่ได้ยินตั้งแต่นาทีแรกเงียบหายแล้วถูกแทนที่ด้วยเสียงที่แสร้งทำเป็นกระซิบกระซาบหากคงตั้งใจให้ได้ยินชัด เป็นต้นว่า ‘บลิ๊งค์ เว่อร์’ ‘โอโม่’ ‘ออร่า’ ‘กลูต้า…’

คำสุดท้ายผิดย่ะ! ‘ขาว บลิ๊งค์ ออร่าจับขนาดนี้พ่อแม่ฉันให้มา ไม่ได้ฉีด       กลูต้าไธโอน‘ ล่ามคนใหม่ต้องข่มใจอย่างหนักไม่ให้ชักสีหน้าด่ากลับคนปากไม่มีหูรูด ประสบการณ์ตกงานเกือบสามเดือนจนถูกแม่บังคับให้กลับไปช่วยงานที่บ้านโดยมีวาระซ่อนเร้นเป็นการคลุมถุงชนยังตามมาหลอกหลอนเธอไม่หาย ถึงแม้จะขัดใจมาก แต่นาทีนี้คนที่เพื่อนตั้งฉายาว่า ‘นางมารร้าย’ จำต้องแอ๊บเป็นผู้หญิงโลกสวยส่งยิ้มสดใสทักทายบรรดาวิศวกรหน้าม่อ ซึ่งผลตอบรับก็นับว่าไม่เลว จากที่เคยปากกล้า หากนาทีนี้ชายหนุ่มทั้งหลายถึงกับสตั๊นท์ไปราวห้าวิ ไปไม่เป็นกันเลยทีเดียว

“คุณปุ่น ล่ามคนใหม่ที่วันนี้จะเข้ามีตติ้งแทนทอไหมใช่หรือเปล่าครับ” เสียงเข้มขรึมของผู้ชายที่ดูเหมือนจะอายุมากที่สุดในแผนกดังถามขึ้น

ปุณยวีร์ยกมือไหว้อีกฝ่ายก่อนจะตอบกลับ “ใช่ค่ะ พอดีพี่ไหมติดมีตติ้งกับจัดซื้อแต่อีกเดี๋ยวคงตามมา พี่แป๋มเลยส่งปุ่นมาแทนก่อน”

ชายคนเดิมยิ้มพลางพยักหน้ารับ จากนั้นก็มีหญิงสาวหน้าหวานเดินตรงเข้ามาพร้อมกับเปิดยิ้มเป็นมิตร “สวัสดีค่ะคุณปุ่น ชื่อแก้วนะคะ เป็นวิศวกรฝ่ายวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ”

“ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันค่ะคุณแก้ว” ล่ามคนใหม่ตอบกลับ

“คุณปุ่นมานั่งรอตรงนี้ก่อนก็ได้ค่ะ” วิศวกรสาวเดินนำไปยังชุดโซฟาซึ่งถูกจัดไว้เป็นมุมเล็กๆ ด้านหลังห้อง “คงอีกสักพักล่ะค่ะกว่าซาโต้ซังจะมาถึง  เรามาทำความรู้จักกันก่อนดีกว่า”

“รีบตีซี้เชียวนะครับคุณแก้ว” ชายหนุ่มผิวเข้มรูปร่างสูงใหญ่เอ่ยแซวขึ้นมา

คนตีซี้ทำลอยหน้าลอยตา “ใครว่าแก้วตีซี้ แก้วมาทำหน้าที่พิทักษ์คุณ ปุ่นต่างหาก น่ารักใสๆ อย่างนี้คงจะไม่ชินกับพวกถึกๆ เถื่อนๆ แถมขี้หลีสินะคะ เอาเป็นว่าอย่านอยด์ไปเลยค่ะ นิ่งเข้าไว้แล้วทำหูทวนลม เดี๋ยวสักพักพวกลุงๆ ทั้งหลายก็หมดแรงเลิกแซวไปเอง”

“ถึกๆ เถื่อนๆ แถมขี้หลีอีกต่างหาก เอาอะไรมาพูดน่ะน้องแก้ว เสียหายกันหมดทั้งแผนกเลยนะนี่” ชายหนุ่มรูปร่างสันทัดหน้าตาท่าทางบอกว่าเป็นคนอารมณ์ดีทักท้วงขึ้นมาบ้าง

“ใช่เลยพี่ต้น แล้วยังจะเหมารวมเป็นลุงอีก คนอื่นอาจจะใช่แต่เว้นผมไว้คนเถอะพี่แก้ว ผมเด็กกว่าพี่นะคร้าบ” หนุ่มตี๋อีกคนก็ร่วมวงประท้วงด้วย

วิศวกรสาวเลิกคิ้ว “อ้าว ใช่เหรอ แต่พี่ว่าหน้าเต้ล้ำหน้าพี่ไปเยอะแล้วนะ”

“เห็นหน้าสวยๆ ไม่น่าจะใจร้ายเลย” หนุ่มตี๋ตัดพ้อเป็นเสียงเพลง

สุดท้ายปุณยวีร์จึงได้แต่หัวเราะไปกับการประคารมของหนุ่มสาววิศวกร ไม่ได้ทำความรู้จักกับใครไปมากกว่านั้น เพราะหลังจากเธอมาถึงไม่นานซาโต้ซังก็มาถึงด้วยเช่นกัน แล้วการมีตติ้งที่ห้องประชุมของแผนกวิศวกรรมซึ่งหญิงสาวรับหน้าที่เป็นล่ามเต็มตัวครั้งแรกก็เริ่มต้นขึ้น

...TBC...

[1] Kaizen เป็นแนวคิดที่นำมาใช้ในการบริหารการจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมุ่งเน้นที่การมีส่วนร่วมของพนักงานทุกคน  เพื่อปรับปรุงวิธีการทำงานและสภาพแวดล้อมในการทำงานให้ดีขึ้นอยู่เสมอ หัวใจสำคัญอยู่ที่ต้องมีการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องไม่มีที่สิ้นสุด(Continuous Improvement)

บทก่อนหน้า
บทถัดไป