บทที่ 7 แนะนำตัว
ช่วงแรก ล่ามคนใหม่ทำหน้าที่ได้ค่อนข้างดีเพราะเนื้อหาที่ซาโต้ซังพูดนั้นเกี่ยวกับเรื่องทั่วๆ ไปในการทำงาน ยังไม่มีศัพท์เทคนิคยากๆ หลุดออกมา ครั้นพอผู้บริหารชาวญี่ปุ่นเริ่มลงลึกถึงรายละเอียดของการมีตติ้งแล้วพ่นศัพท์เฉพาะทางวิศวกรรมออกมา เธอก็เริ่มไปไม่เป็นแปลติดๆ ขัดๆ สุดท้ายคำแปลที่หลุดออกจากปากจึงมีเพียงคำว่า ‘เอ่อ…’
ปุณยวีร์กลืนน้ำลายฝืดๆ ลงคอ สี่ปีที่ผ่านมากับการร่วมงานกับสององค์กร เธอไม่เคยประสบพบเจอกับสถานการณ์เช่นนี้เลย ความมั่นใจที่เคยมีอยู่เต็มเปี่ยมหดหายจนแทบไม่มีเหลือ หญิงสาวหันไปมองข้างๆ เห็นซาโต้ซังส่งยิ้มมาให้ อีกฝ่ายเป็นชายวัยกลางคนท่าทางใจดีอย่างที่มณฑกานต์เคยบอกไว้ไม่มีผิด เธอจึงส่งยิ้มขอบคุณแล้วก้มศีรษะขอโทษกลับไป ครั้นพอเหลือบมองสมาชิกที่เข้าร่วมมีตติ้งคนอื่นๆ เกือบทุกคนก็ส่งยิ้มให้กำลังใจเธอแทบทั้งสิ้น ยกเว้นก็แต่บางคนที่ตีสีหน้าคล้ายเบื่อหน่ายรวมอยู่ด้วย
ใครบางคน… ที่เธอรู้สึกคลับคล้ายคลับคลาเหมือนจะคุ้นหน้า หากนึกยังไงก็นึกไม่ออก นายคนนั้นไม่เพียงแต่ทำหน้าเหม็นเบื่อใส่กันแบบไม่เกรงใจ หากริมฝีปากได้รูปอย่างน่าหมั่นไส้ของเขายังเหยียดยกขึ้นคล้ายจะแสดงอาการดูถูกอีกต่างหาก
‘ฮึ่ย! นายเป็นใคร กล้าดียังไงถึงทำหน้าแบบนี้ใส่ฉัน!’ คนอารมณ์ร้อนนึกอยากจะลุกขึ้นพับแขนเสื้อแล้วท้าต่อยขึ้นมาทันที แต่ในเมื่อมันทำได้แค่ในความคิด คิ้วเรียวที่ตกแต่งมาอย่างดีจึงร่นเข้าหากันเช่นเดียวกับริมฝีปากบาง สีชมพูสดที่เม้มเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง ‘อ๊ายยย! ฉันจะทำยังไงดี!’ ได้แต่กรีดร้องถามตัวเองในใจ
“ถ้าฟังไม่เข้าใจตรงไหนถามเป็นภาษาอังกฤษก็ได้ครับ ซาโต้ซังแกถนัดภาษาอังกฤษเหมือนกัน แล้วก็แปลทับศัพท์ภาษาอังกฤษบ้างก็ได้” น้ำเสียงทุ้มนุ่มของใครคนหนึ่ง… ดังขึ้นมา ปุณยวีร์รู้สึกราวกับว่าได้ยินเสียงจากสวรรค์ซึ่งช่วยชี้นำทางให้แก่ล่ามฝึกหัดเช่นเธอ
หญิงสาวจึงตั้งต้นใหม่โดยถามซาโต้ซังเป็นภาษาอังกฤษในส่วนที่ยังไม่เข้าใจ คำไหนที่รู้แค่ชื่อภาษาญี่ปุ่นแต่ไม่รู้ว่าภาษาไทยเรียกว่าอะไรเธอก็พูดทับศัพท์ภาษาอังกฤษ ซึ่งก็ดูจะไม่เป็นปัญหา เพราะจากการสังเกตเธอเห็นว่าวิศวกรที่เข้าร่วมมีตติ้งส่วนใหญ่เข้าใจภาษาอังกฤษได้ค่อนข้างดี สถานการณ์วิกฤตจึงคลี่คลาย และทอไหมก็มาช่วยให้ทุกอย่างจบลงด้วยดีในท้ายที่สุด
สัปดาห์แรกในการเริ่มงานใหม่ของปุณยวีร์ผ่านพ้นไปได้ค่อนข้างดี หากก็สูบพลังเธอไปไม่ใช่น้อยเหมือนกัน จากที่ตั้งใจไว้ว่าจะกลับกรุงเทพฯ ในวันหยุดเสาร์อาทิตย์เพราะยังรู้สึกไม่คุ้นชินกับแหล่งพักพิงแห่งใหม่ เธอจึงต้องเปลี่ยนแผนเป็นนอนพักผ่อนดูทีวีอยู่ในห้องพักขนาดกะทัดรัดแทน กว่าจะสลัดความเหนื่อยล้าและขี้เกียจทิ้งไปแล้วงัดตัวเองขึ้นจากที่นอนได้ก็ปาเข้าไปเกือบบ่ายสองโมง เมื่อเปิดตู้เย็นแล้วเห็นว่าเสบียงที่ซื้อมาตุนไว้จนเต็มร่อยหรอลงจนเห็นพื้นที่โล่งว่างหญิงสาวจึงตัดสินใจอาบน้ำแต่งตัวแล้วคว้ากระเป๋าออกจากห้องก่อนจะเรียกใช้บริการวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างให้ไปส่งที่ห้างสรรพสินค้าใน ตัวเมือง
ล่ามสาวใช้เวลาเกือบสามชั่วโมงกว่าจะจับจ่ายสินค้าทั้งของกินของใช้ได้ครบตามที่ต้องการ แล้วกระเพาะที่ทั้งวันมีแค่ขนมปังปิ้ง กาแฟ มันฝรั่งทอด และน้ำอัดลมก็ส่งเสียงประท้วงขึ้นมาทำให้คนเป็นเจ้าของต้องตัดสินใจข้ามถนนไปฝากท้องที่ร้านอาหารฝั่งตรงข้ามกับห้างสรรพสินค้า ซึ่งคงจะเป็นร้านดังและรสชาติก็คงไม่เลวทีเดียวสังเกตได้จากจำนวนรถยนต์ที่จอดเรียงรายบริเวณลานจอดรถของร้าน
เมื่อใช้หัวไหล่แทนมือที่ถูกจับจองพื้นที่จากถุงข้าวของผลักประตูกระจกเข้าไปภายในร้านได้แล้ว ปุณยวีร์ก็ต้องสอดส่ายสายตามองหาโต๊ะว่างเอาเอง เพราะไม่มีพนักงานคนใดหันมาให้ความสนใจต้อนรับเธอเลยสักคน
“ปุ่น มาทานข้าวที่นี่เหมือนกันเหรอ ไปนั่งด้วยกันสิ โต๊ะพี่อยู่ด้านโน้น” เสียงคุ้นหูดังทักขึ้นมา เมื่อหันกลับไปมองปุณยวีร์ก็พบว่าเป็นเพื่อนร่วมงาน รุ่นพี่ มณฑกานต์นั่นเอง
“พี่แป๋ม... สวัสดีค่ะ” หญิงสาวเอ่ยทัก น้ำเสียงบอกความแปลกใจ
“สวัสดีจ้ะ ซื้ออะไรเยอะแยะเชียว มาพี่ช่วยถือ ปุ่นไม่ได้นัดใครไว้ใช่ไหม งั้นไปนั่งด้วยกันดีกว่า” อีกฝ่ายบอกพลางดึงถุงข้าวของบางส่วนไปถือไว้เองแล้วก้าวฉับๆ เดินนำไปโดยไม่รอคำตอบ ปุณยวีร์จึงหมดทางปฏิเสธได้แต่ก้าวตามไป
“เชิญค่ะคุณปุ่น ไปชอปปิงมาเหรอคะ แก้วก็มองอยู่ตั้งแต่ตอนเข้าร้านมาแล้วว่าใครนะ หน้าคุ้นๆ”
วิศวกรสาวท่าทางมนุษยสัมพันธ์ดีที่เจอกันในวันมีตติ้งที่แผนกวิศวกรรมลุกขึ้นขยับเก้าอี้ให้โดยจัดแจงไล่ชายหนุ่มผิวเข้มที่นั่งอยู่ข้างๆ ให้ขยับออกไปแล้วให้คนมาใหม่นั่งลงแทนที่ คนตัวโตที่ถูกไล่มีสะบัดค้อนเล็กน้อยแต่ก็ยอมย้ายที่นั่งโดยดี
“รู้จักกันแล้วใช่ไหม ดีเลยพี่จะได้ไม่ต้องแนะนำอีก” มณฑกานต์บอกยิ้มๆ
“ไม่ดีครับพี่แป๋ม คุณปุ่นน่าจะรู้จักพี่แก้วแค่คนเดียว เพราะงั้นพี่แป๋มต้องทำหน้าที่แนะนำพวกเราและคุณปุ่นให้รู้จักกัน” หนุ่มตี๋หนึ่งในสมาชิกที่นั่งอยู่รายรอบโต๊ะทักท้วงขึ้นมา
มณฑกานต์ส่ายศีรษะ “ทีแบบนี้ไม่ยอมพลาดเลยนะเต้ โอเค ถ้างั้นพี่ขอแนะนำเลยนะ นี่ปุ่น ปุณยวีร์ ล่ามคนใหม่จ้ะ”
...TBC...
