บทที่ 8 ปีนเกลียว
เพื่อนร่วมงานรุ่นพี่หันมาสบตาพลางยิ้มให้ “ปุ่นจ๊ะ นอกจากปุ่นกับพี่และหนุ่ม เอ๊ย! สาวสวยคนนั้น” พยักพเยิดไปทางหญิงสาวผมซอยสั้นที่หน้าตาท่าทางและการแต่งตัวบ่งบอกว่าน่าจะห้าวได้ใจ
“ทุกคนที่โต๊ะนี้เป็นวิศวกรกันเกือบหมดเลย คงจะพอคุ้นหน้าใช่ไหมเพราะเจอกันมาแล้ว เริ่มจากท่าน ส.ว สูงวัยมากที่สุดในโต๊ะที่นั่งข้างพี่ก็แล้วกันนะนี่พี่กรณ์จ้ะ เป็นหัวหน้าแผนกวิศวกรรมและยังควบตำแหน่งสามีของพี่ด้วย ส่วนหนุ่มน้อยหน้าตาดีที่นั่งข้างกันนั่นก็ น้องกัน ลูกชายของเราเอง”
ปุณยวีร์กล่าวทักทายน้องกันและยกมือไหว้กรณ์ ซึ่งเธอจำได้ว่าเขาคือผู้ชายที่กล่าวทักทายเธอเป็นคนแรกที่แผนกวิศวกรรม
“ถัดไปก็พี่ปุ้น ภควัต รู้สึกคุ้นหน้าบ้างไหม พี่ปุ้นจบจากมหา’ลัยเดียวกันกับปุ่นด้วยนะ”
ปุณยวีร์เลิกคิ้วแปลกใจก่อนจะยกมือไหว้และส่งยิ้มสดใสให้ชายหนุ่มที่เธอจำได้ดีว่าเขาคือเจ้าของน้ำเสียงทุ้มนุ่มซึ่งได้ช่วยเหลือเธอให้พ้นจากวิกฤตในวันที่ทำหน้าที่ล่ามเต็มตัวเป็นครั้งแรก
“จริงเหรอคะ โชคดีจังที่ได้เจอรุ่นพี่ ยังไงก็ช่วยแนะนำปุ่นด้วยนะคะ” จากลักษณะนิสัยใจดีที่สัมผัสได้ตั้งแต่คราแรกที่พบกันซึ่งยังประทับตราตรึงอยู่ในใจจึงไม่แปลกเลยที่หญิงสาวจะกระตือรือร้นยินดีที่ได้ทำความรู้จักกับอีกฝ่ายทั้งยังไม่ลืมฝากเนื้อฝากตัวอีกด้วย
“ยินดีครับ แต่พี่ว่าคงไม่ต้องแนะนำอะไรมากหรอกมั้ง เดี๋ยวพอผ่านไปสักเดือนปุ่นอาจจะเก่งกว่าพวกพี่ด้วยซ้ำ” ภควัตตอบกลับพร้อมรอยยิ้มอบอุ่น
“ถัดไปก็พี่ต้น อนุพงษ์ พี่หวาน วนิดา และก็พี่เฟย์ ฟารีดา สาวหล่อหนึ่งเดียวจากโปรดักชั่น” มณฑกานต์ยังทำหน้าที่แนะนำเพื่อนร่วมงานให้ล่ามน้องใหม่ได้รู้จักอย่างไม่มีขาดตกบกพร่อง
“ทีนี้มาเริ่มจากคนข้างๆ ปุ่นบ้าง แก้ว กีรฏา รู้จักแล้วใช่ไหม น่าจะอยู่รุ่นเดียวกันนะ เอ ปุ่นอายุเท่าไรนะ พี่ไม่ค่อยแน่ใจ”
“ยี่สิบหกค่ะ”
“อ้าว งั้นก็มากกว่าแก้วสองปีสิ ใช่ไหมแก้ว”
กีรฎาพยักหน้า“ใช่ค่ะ แต่แก้วขอไม่เรียกคุณปุ่นว่าพี่นะคะ เพราะดูไปดูมาเหมือนคุณปุ่นจะหน้าเด็กกว่าแก้ว”วิศวกรสาวบอกพร้อมรอยยิ้ม
“ถัดไปก็ อืม… มืดหน่อยนะ ปุ่นมองเห็นไหม ต้องใช้สปอตไลต์ช่วยรึเปล่า” มณฑกานต์แซวยิ้มๆ
คนหน้ามืด เอ้ย! ผิวเข้มทำหน้ามุ่ย “ออร่าเจิดจรัสขนาดนี้แล้ว ขืนเสริมสปอตไลต์เข้าไปอีกก็กลบรัศมีคนอื่นหมดสิครับพี่แป๋ม”
มณฑกานต์ส่ายศีรษะยิ้มๆ ดูเหมือนจะเคยชินกับฝีปากของอีกฝ่ายดี “จ้า พ่อ ออร่ากระจาย” กระแนะกระแหนอีกเล็กน้อย “เอาเป็นว่าพี่มืด หรือที่เจ้าตัวเขาเข้าใจว่าเป็นออร่านั่นน่ะ ชื่อพี่ปืน ก้องภพ”
ปุณยวีร์ยกมือไหว้ทักทาย แล้วอีกฝ่ายก็รับไหว้พลางส่งยิ้มกว้างตอบกลับมาส่งให้ใบหน้าคมเข้มนั้นสว่างสดใสดูดีขึ้นอีกเป็นกอง
“ถัดจากพี่ปืนก็ ชิน ชินพัตต์ รุ่นเดียวกันกับแก้ว”
มาถึงคนนี้ปุณยวีร์จำได้ดี… หากไม่ใช่เพราะความประทับใจแรกพบเช่นที่เธอรู้สึกกับภควัต แต่มันเป็นความรู้สึกที่บอกไม่ถูก แม้จะไม่ถึงกับเกลียดแต่ก็ไม่ถูกชะตาเท่าไรนัก ก็มีอย่างที่ไหนเธอทั้งเครียดและกดดันแทบตายตอนทำหน้าที่ล่ามเป็นครั้งแรก ถึงเขาไม่ช่วยอะไรเลยเธอก็ไม่ได้ว่า แต่ยังทำหน้ากวนบาทาให้รู้สึกปรี๊ดหนักขึ้นไปอีก และแม้หลังจากนั้นไม่นานเธอจะได้คำตอบของคำถามที่ว่า ทำไมถึงรู้สึกคุ้นหน้าเขานัก? ที่แท้ก็นายคนดวงซวยที่เดินไม่ดูตาม้าตาเรือมารับก้อนหินที่ลอยขึ้นมาจากฝีบาทาของเธอในวันที่มาสัมภาษณ์งานนั่นเอง เหอะ! เคยทำให้เจ็บตัวแค่ครั้งเดียวทำแค้นฝังหุ่นไปได้นะยะ! และในเมื่ออีกฝ่ายทำเพียงก้มศีรษะเล็กน้อย ไม่มีคำทักทาย หรือแม้แต่รอยยิ้มสักนิดก็ยังไม่มี จึงไม่มีประโยชน์อะไรเช่นกันที่เธอจะแสดงไมตรีตอบกลับไปมากกว่ารอยยิ้มตามมารยาท ซึ่งเพียงแค่นั้นก็ดูจะมากเกินพอแล้วสำหรับนายวิศวกรหน้านิ่ง!!!
“ไม่ไหว้ทักทายพี่เขาหน่อยเหรอวะชิน คิดจะปีนเกลียวเหมือนแก้ว หรือไง” ก้องภพถามยิ้มๆ ทำนองแซวเล่นมากกว่าจะเอาคำตอบจริงจัง
ชินพัตต์ไหวไหล่ “คงไม่จำเป็นหรอกครับอายุมากกว่าแค่ปีสองปี อีกอย่างที่นี่ก็ไม่ใช่มหา’ลัยไม่จำเป็นต้องมีจูเนียร์ ซีเนียร์” เขาตอบกลับเสียงเรียบ
ก้องภพส่ายศีรษะใบหน้าคมเข้มมีรอยยิ้ม “เกรียนตัวพ่อเลยนะเอ็ง”
ปุณยวีร์ยังคงยิ้มในหน้า ปากไม่ได้เอ่ยว่าอะไร หากในใจกลับด่าเป็นไฟ
‘ฮึ่ย! ไอ้เด็กเวร นิสัยอย่างนายฉันก็ไม่นับเป็นน้องเหมือนกันย่ะ!’
“เอาล่ะ ทีนี้ก็มาถึงคนสุดท้าย เต้ ตรัย อ่อนกว่าปุ่นสี่ปี ยกมือไหว้พี่เขาด้วยนะเต้” มณฑกานต์ดักคอไว้ก่อน
“ยินดีที่ได้รู้จักครับ ลำบากใจจังที่ต้องเรียกว่าพี่ปุ่น ผมนึกว่ารุ่นเดียวกันเสียอีก” ตรัยยกมือไหว้พลางส่งยิ้มกว้างขวางมาให้ ท่าทางบอกว่าเป็นคนอัธยาศัยดีทั้งยังมี สัมมาคารวะนั้นได้ใจคนที่เพิ่งอารมณ์เสียเพราะ ‘ไอ้เด็กเวร’ ไปเต็มๆ
“เป็นไงชีวิตต่างจังหวัด พอจะอยู่ได้ไหม” กรณ์เป็นคนถามขึ้นมาหลังจากอาหารทยอยมาเสิร์ฟแล้วรับประทานกันไปได้สักพัก
ปุณยวีร์ยิ้ม “สบายมากค่ะ ถึงหลายปีมานี้ปุ่นจะใช้ชีวิตอยู่ในกรุงเทพฯ แต่จริงๆ แล้วปุ่นเป็นคนต่างจังหวัดนะคะ เพิ่งจะมาใช้ชีวิตอยู่กรุงเทพฯ ตอนเข้ามหา’ลัย แล้วก็ทำงานช่วงไม่กี่ปีนี้เอง”
“อ้าว งั้นเหรอ แล้วปุ่นเป็นคนจังหวัดไหนล่ะ” วนิดาส่งคำถามข้ามโต๊ะมาบ้าง
“จังหวัด…” ปุณยวีร์เอ่ยชื่อจังหวัดหนึ่งทางภาคอีสานตอนล่างตอบกลับไป
“หือ… ไม่ได้อำกันเล่นใช่ไหมเนี่ย เด็กในไลน์ลูกน้องของพี่หลายคนก็มาจากจังหวัดเดียวกับปุ่นนะ แต่ทำไมพวกนั้นถึงดำเป็นเหนี่ยงเลยล่ะ” ฟารีดาบอกน้ำเสียงแปลกใจ
“เฟรี่ก็ว่าไปนั่น คนจะดำจะขาวเขาดูที่ผู้ให้กำเนิดไม่ใช่บ้านเกิด” ก้องภพขยับเข้าร่วมวงสนทนาด้วยอีกคน
“ใช่สิ ฉันก็ลืมไป ดูอย่างนายใช่ไหมเป็นคนกรุงเทพฯ แต่กลับดำมืดเหมือนถูกราหูอมแล้วกลืนลงท้องไปเลย” คนชื่อเล่นจริงๆ ว่า
‘เฟย์’ แต่ถูกเรียกด้วยชื่อสแลงว่า ‘เฟรี่’ แขวะกลับ
...TBC...
